สวัสดีเช้าวันจันทร์ที่โลกทั้งใบกำลังจะเปลี่ยนไปกับ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางค่ะ เชื่อว่าวันนี้ใครที่ทำงานอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ตลาดค้าทองคำ หรือแม้แต่บริษัทน้ำมัน ต่างต้องติดตามข่าวความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว
ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว คนทั่วไปที่ทำมาหากินอย่างเราท่านก็จำเป็นที่ต้องติดตามความเคลื่อนไหวข่าวนี้ด้วยเช่นกัน เพราะผลกระทบที่จะตามมานั้นอาจไม่ต่างอะไรกับช่วงที่โควิดระบาดเลยทีเดียว เพียงแต่ขอให้ติดตามอย่างมีสติและเลือกสื่อที่จะติดตามกันค่ะ เพราะโลกยุคใหม่ เฟกนิวส์นั้นกลายเป็นข่าวจริง เพราะสำนักข่าวออนไลน์ที่ตั้งกันขึ้นมานั้น ก๊อปปี้กันไปมาจนไม่รู้แล้วว่าความจริงเพียงหนึ่งเดียวนั้นอยู่ตรงไหน
จะว่าไปกระแสบริโภคนิยม และการใช้งาน AI ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Fake News หรือข้อมูลแบบ Misleading (ทำให้เข้าใจผิด) เกิดขึ้นอย่างมากมายจนกลายเป็นขยะทางข้อมูลในโซเชียลมีเดีย และทำให้คนที่ถูกแวดล้อมด้วยการสร้างคอนเทนต์แบบมักง่ายด้วยการใช้ AI หรือสร้างความเชื่อที่ผิด กลายเป็นคนที่ขาดการคิดวิเคราะห์ และสร้างปัญหาความขัดแย้งในสังคมจนทำให้คำฟ้องร้องล้นศาลกันเลยทีเดียว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวต่างประเทศสองข่าวที่น่าจะทำให้เห็นว่าสังคมยุคนี้กำลังเข้าสู่สภาวะที่น่าวิตกในการรับรู้ข่าวสารอย่างไร
ข่าวแรกจากเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ระบุว่าพ่อแม่เตรียมล้มละลายจากการที่ลูกชอบกินซูชิ ซึ่งประเด็นของเนื้อหาข่าวนั้นเป็นการเปรียบเปรย ว่าพ่อแม่ชนชั้นกลางยุคใหม่ที่ สร้างนิสัยให้ลูกกินข้าวนอกบ้านและทำให้มื้อพิเศษอย่างการกินซูชิ กลายเป็นเรื่องปกติที่ทำในทุกวัน กำลังเผชิญหน้ากับการทำสิ่งไม่ปกติให้กลายเป็นปกติในครอบครัว และส่งผลต่อสถานะทางการเงินของคนชั้นกลางในสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก
อีกข่าวจากเว็บไซต์ของนิตยสารฟอร์จูน ที่ระบุว่านักวิชาการทางด้านการศึกษาระบุว่า การศึกษายุคใหม่ที่ นำเอา AI เข้ามาในระบบ กำลังสร้างคนยุคใหม่ที่มีแต่เปลือกนอก หากแต่ความรู้ข้างในนั้นกลวงโบ๋ เพราะคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ทำเป็นอยู่อย่างเดียวคือเขียน Prompt คำสั่ง ซึ่งในบางคนยังไม่สามารถเขียนได้อย่างชัดเจนเลยด้วยซ้ำ
โลกที่กำลังเปลี่ยนไปจากเดิม พร้อมกับสังคมคู่ขนานในโซเชียลมีเดีย ได้สร้างค่านิยม ทัศนคติ และความเชื่อที่บิดเบี้ยวไปจากเดิมให้กับคนรุ่นใหม่อย่างมากมาย สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลต่อสังคมชนชั้นกลางในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการปลูกฝังนิสัยที่นิยมวิ่งตามกระแสบริโภคนิยมมากกว่าจะลงมือทำเพื่อพิสูจน์ความสามารถ เท่ากับเป็นการสร้างวิธีคิดแบบฉาบฉวย สร้างคำพูดสวย ๆ แล้วผลที่เกิดก็เป็นอย่างที่เห็นในสังคม ทั้งหนี้ครัวเรือนที่สูงปรี๊ด ทุนเทาที่สามารถซื้อได้ทุกสิ่งอย่างในประเทศนี้ รวมไปถึงค่านิยมการสร้างตัวที่ถูกเปลี่ยนไปจากจริยธรรมเดิม
มีข้อความหนึ่งที่ Cal Thomas นักเขียนชาวอเมริกันเคยพูดไว้ถึงความเสื่อมถอยของสังคมเอาไว้ว่า “เราสามารถสังเกตได้ว่าสังคมนั้นเริ่มเสื่อมถอย เมื่อผู้คนไม่สามารถแยกได้ระหว่างเรื่องจริงและคำโกหก และแย่ยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาไม่สนใจที่จะรับฟังความจริง หากต้องการได้ยินเฉพาะสิ่งที่พวกเขาอยากได้ยินเท่านั้น” คุณผู้อ่านคิดว่าเราถึงจุดดังกล่าวกันหรือยังคะ
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























