
ทุกครั้งที่มีฝนตกหนัก ปัญหาที่ตามมาไม่ได้มีแค่ “น้ำขังรอการระบาย” เท่านั้น แต่ยังรวมถึง “กองขยะ” จำนวนมหึมาที่ผุดออกมาให้เห็นด้วย เหมือนเช่นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการแชร์คลิปของผู้ใช้ทวิตเตอร์ @ COREKED ในโลกออนไลน์กันจำนวนมาก ที่ถ่ายให้เห็นสภาพกองขยะที่เกลื่อนถนนสุขุมวิท 42 หลังจากน้ำรอการระบายเริ่มลดลงจนเห็นพื้นถนนแล้ว
จากคลิปดังกล่าวทำให้มีคำถามจากสังคมว่า “ขยะมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้” ก่อนจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า เกิดจากความ “มักง่าย” ของคนกรุง ที่ไร้จิตสำนึก บ้างก็มองว่าเรื่องนี้ไม่ต้องไปโทษผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หรือนายกรัฐมนตรี เพราะภาพในคลิป แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเกิดจากฝีมือของใคร
https://www.facebook.com/js100radio/videos/1598822250141336/
แต่ก็มีบางคนที่มองในแง่ดีว่า “ถังขยะ” หรือขยะต่างๆ ที่รอการเก็บจากกทม. อาจจะลอยไปกับน้ำท่วมหลังจากฝนตกหนัก ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บตามจุดทิ้งขยะต่างๆ ก็เป็นได้ ขณะที่บางส่วนแสดงความเห็นใจพนักงานกวาดขยะที่ต้องมาเจอสภาพขยะมากมายเช่นนี้
อันที่จริงแล้ว ก่อนหน้าจะมีฝนตกหนักในวันที่ 14 ตุลาคม ทางสภากรุงเทพมหานคร เพิ่งจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญ “การจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร” ไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม หรือก่อนหน้าจะมีน้ำท่วมกรุงเพียง 3 วันเท่านั้น
โดยจุดประสงค์ในการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ ก็เพื่อศึกษาแนวทาง วิธีการที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยของกรุงเทพฯ เนื่องจากมีแนวโน้มที่ปริมาณขยะจะเพิ่มขึ้นทุกปี

ทั้งนี้ ปริมาณขยะในรอบ 3 ที่ผ่านมา มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น โดยปี 2556 และ 2557 มีจำนวน 3.6 ล้านตัน/ , ปี 2558 มีจำนวน 3.7 ล้านตัน/ปี ขณะที่ในปีนี้ พบว่ามีขยะเฉลี่ยประมาณ 10,500 ตัน/วัน
ส่วนคำถามที่ว่า กรุงเทพมหานครมีระบบการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยเพียงพอแล้วหรือยังนั้น ในทุกปี กทม. จะใช้งบประมาณในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยทั้งด้านการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอย ตกปีละประมาณ 6,000 ล้านบาท และใช้เจ้าหน้าที่จัดเก็บกว่า 10,300 คน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีวิธีกำจัดขยะโดยการฝังกลบ การเผาในเตาเผา การทำปุ๋ยหมักและวิธีอื่น ๆ แล้ว แต่ก็ยังคงมีขยะตกค้างจำนวนมาก จึงทำให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญชุดดังกล่าวขึ้น ซึ่งจากปัญหาน้ำลด ขยะผุดที่ผ่านมา น่าจะเป็นกรณีศึกษาให้กับกทม.ได้เป็นอย่างดี ว่าควรจัดการอย่างไรเพื่อลดปริมาณขยะตกค้างให้น้อยลง
ขณะที่ภาคประชาชนเอง ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ขอเพียงแค่มี “จิตสำนึกที่ดี” ในการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง ไม่มักง่าย หรือมองว่าธุระไม่ใช่ รวมถึงลดการเพิ่มจำนวนขยะที่ย่อยสลายยาก อาทิ กล่องโฟม ถุงพลาสติก ให้น้อยลง และร่วมมือกันช่วยแยกขยะให้ถูกประเภท
เพียงเท่านี้ปัญหาขยะเกลื่อนเมือง หรือขยะอุดตันท่อระบายน้ำเวลาฝนตกหนักก็จะลดปริมาณลงได้ ซึ่งนั่นหมายความว่า ปัญหาน้ำท่วมรอการระบายก็จะบรรเทาลงไปด้วย เพราะเมื่อไม่มีขยะไปอุดตันท่อระบายน้ำ การเร่งระบายน้ำจากฝนที่ตกลงมาก็จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น






























