Home Work & Living Living หลากหลายไอเทมบรรเทาอาการ “ปวดหลัง”

หลากหลายไอเทมบรรเทาอาการ “ปวดหลัง”

“อาการปวดหลัง” เป็นปัญหาที่พบเจอได้บ่อย เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยสูงอายุ และคนส่วนใหญ่เคยประสบพบเจอด้วยตัวเอง โดยอาจจะเป็นการปวดเมื่อยทั่ว ๆ ไปจากการใช้ร่างกายหนัก การนั่งทำงานนาน ๆ การก้มยกของผิดท่า ออกกำลังกายแล้วบาดเจ็บ อุบัติเหตุจากการล้มการกระแทก หรือแม้แต่การนอนผิดท่าก็สามารถทำให้ปวดหลังได้ ซึ่งหากอาการปวดหลังมีสาเหตุมาจากปัจจัยเหล่านี้ ส่วนมากจะไม่ได้มีอาการปวดรุนแรงมากนัก เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถหายปวดเอง หรือใช้ไอเทมต่าง ๆ เป็นตัวช่วยในการบรรเทาอาการปวดเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ทั้งแบบใช้ชั่วคราวและแบบที่ช่วยปรับสรีระในระยะยาว

ทว่าอาการปวดหลังของใครบางคนไม่ได้จากไปง่ายดายขนาดนั้น บางคนมีอาการปวดรุนแรง ปวดเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้องอดทนต่ออาการเจ็บปวดจนเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการปวดหลังในลักษณะนี้ มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป แต่ถ้าหากเป็นอาการปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีที่มาจากใช้งานในท่าทางที่ผิดสุขลักษณะ อาจใช้ไอเทมเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ ซึ่งสามารถจำแนกออกได้เป็นหมวดหมู่ ดังนี้

1. กลุ่มยาภายนอก/แผ่นแปะร้อน-เย็น

จัดว่าเป็นไอเทมแรก ๆ ที่คนจะนึกถึงเมื่อมีอาการปวดหลัง โดยเฉพาะอาการปวดที่ไม่ได้รุนแรงมากหรือปวดเรื้อรัง เช่น รู้สึกตึง ๆ เมื่อย ๆ อาการปวดที่เกิดจากการขยับร่างกายผิดท่า เคล็ดขัดยอกเล็กน้อย หรือฟกช้ำจากอุบัติเหตุ พวกยาแก้ปวดกลุ่มที่ใช้ทาภายนอกหรือแผ่นแปะต่าง ๆ ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ และอาจทำให้อาการปวดหายไปภายในระยะเวลาไม่นาน ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดแล้ว ไอเทมในกลุ่มนี้ช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้นนิดหน่อยด้วย เพราะส่วนใหญ่จะมีกลิ่นหอมเย็นเฉพาะตัว และให้ความร้อนความเย็นที่ผิวหนังหลังจากใช้งาน

  • ครีม/เจล/น้ำมัน ในรูปแบบของยานวด/ลูกกลิ้ง/สเปรย์ บรรเทาอาการปวด ตามท้องตลาดมีให้เลือกหลากหลายแบบหลายหลายยี่ห้อ ขึ้นอยู่กับว่าสะดวกใช้แบบไหนก็เลือกหาเอาตามสะดวก แต่โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะมีส่วนผสมของสมุนไพรหรือตัวยาที่ช่วยให้ความร้อน-ความเย็น หรือมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เช่น เมนทอล การบูร กระดูกไก่ดำ กะเพรา พริก ไพล ฯลฯ เมื่อใช้แล้วจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและลดอาการปวดเมื่อยลงได้
  • แผ่นแปะ/แผ่นประคบร้อน-เย็น มักเป็นไอเทมทางเลือกของคนที่ไม่ค่อยสะดวกจะใช้ยาทาภายนอก เนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนั้นจะมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง ในขณะที่แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดจะมีกลิ่นที่เบากว่ามาก และเมื่อใช้ติดลงบนผิวหนัง มีเสื้อผ้าปิดทับอีกชั้น กลิ่นยาก็จะจางลงไปเยอะ โดยไอเทมกลุ่มนี้จะเหมาะกับอาการปวดแบบเฉียบพลันหรืออาการปวดจากการอักเสบ โดยแผ่นแปะแบบเย็นจะช่วยลดอาการบวมและอักเสบได้ดี ส่วนแผ่นแปะแบบร้อนจะช่วยบรรเทาอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อหรืออาการปวดเรื้อรัง

2. กลุ่มยากิน

เป็นไอเทมที่เน้นรักษาอาการปวดจากภายใน ด้วยคุณสมบัติทางเคมีในตัวยาที่เข้าไปออกฤทธิ์ในร่างกาย เมื่อเรากินยา ตัวยาจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด สารเคมีในยาจะไประงับการทำงานของสารจากระบบประสาทส่วนกลาง (สารที่ทำให้เราเกิดอาการปวด) อาการปวดจึงค่อย ๆ บรรเทาลง ทว่าการปวดจนถึงขนาดที่ต้องกินยาแก้ปวดนี้ มักจะเป็นอาการปวดในระดับที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม แม้จะใช้ยาทาหรือแผ่นแปะไปแล้ว แต่ก็ยังคงปวดต่อเนื่องหลายวันโดยที่ไม่รู้สึกว่าอาการมันทุเลาลงเลย แค่ประคับประคองให้อาการมันทรง ๆ กับปวดมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ยาแก้ปวดมีหลายประเภทและแต่ละตัวก็จะออกฤทธิ์และเหมาะสมกับอาการปวดที่แตกต่างกัน การกินยาแก้ปวดจึงไม่ได้หมายความว่าจะกินยาตัวไหนก็ได้อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะการใช้ยาแก้ปวดผิดวิธีหรือใช้ยาเกินขนาด ใช้มากเกินจำเป็น ก็อาจสร้างผลเสียต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด โดยความอันตรายของยาขึ้นอยู่กับประเภทของยา ยาแก้ปวดบางตัวมีฤทธิ์ไม่ต่างจากสารเสพติดเลยด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น เพื่อประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดและเพื่อความปลอดภัย ผู้ใช้ยาจึงควรศึกษาวิธีใช้ยาแก้ปวดแต่ละประเภทอย่างถูกต้องและเหมาะสม ที่สำคัญคือ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกตัว

  • ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ หากเป็นอาการปวดที่ไม่รุนแรง แต่ยาใช้ภายนอกเอาไม่อยู่ สามารถใช้ยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดการอักเสบได้ แต่ถ้าเป็นอาการปวดรุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • อาหารเสริมบำรุงข้อและกระดูก แม้จะเป็นอาหารเสริม ก็ควรกินเมื่อมีความจำเป็นต้องกินเท่านั้น สารบางอย่างหากร่างกายไม่ได้ขาด กินไปก็ไม่มีประโยชน์ และอาจกลายเป็นโทษได้ ดังนั้น ก่อนจะซื้ออาหารเสริมอะไรมากิน ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าจำเป็นต้องกิน เพื่อเสริมในส่วนที่ร่างกายขาด หรือต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ เช่น แคลเซียม คอลลาเจนไทป์ II กลูโคซามีน

3. กลุ่มอุปกรณ์นวดและกายภาพ

สำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานนาน ยืนโหนรถเมล์รถไฟฟ้านาน แถมเวลานอน (ที่มีอยู่น้อยนิด) ก็ดันนอนผิดท่าผิดทาง จนตื่นมาปวดหลังปวดเอวอีก แต่เนื่องจากมันเป็นอาการปวดที่ไม่รุนแรง แค่รู้สึกตึง ๆ เมื่อย ๆ หรือเรารู้ตัวอยู่แล้วว่ามันปวดขึ้นมาก็เพราะอิริยาบถที่ไม่ปกติของเราเองนี่แหละ เพราะฉะนั้น ก็อาจจะไม่ถึงขั้นที่ต้องทายาหรือกินยา แค่ใช้มือบีบ ๆ นวด ๆ หรือใช้อุปกรณ์ช่วย ก็น่าจะบรรเทาอาการปวดเมื่อยลงไปได้บ้าง

  • ลูกประคบสมุนไพร แบบที่ใช้ในสปานั่นเอง จับมานวด ๆ คลึง ๆ บริเวณที่ปวดเมื่อย ช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจได้ดีเชียวล่ะ
  • ลูกกลิ้งนวด แบบ Foam Roller/Massage Ball เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด
  • เครื่องนวดไฟฟ้า ในยุคที่เรามีเครื่องทุ่นแรงกับทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ไม่เว้นแม้แต่เครื่องนวดที่ถูกทำออกมาให้เป็นเครื่องนวดไฟฟ้า ก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายฟังก์ชันให้เลือกซื้อหามาใช้ตามความต้องการ เช่น เครื่องนวดกดจุด เครื่องนวดแบบสั่น
  • อุปกรณ์ยืดเหยียดร่างกาย อุปกรณ์ที่ช่วยในการกาบริหาร ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ยืดกระดูกสันหลัง และลดแรงกดทับบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย
  • อุปกรณ์นวดและบำบัดภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย บอกเลยว่าภูมิปัญญาชาวบ้านของไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก กับการนำเอาสิ่งของเหลือใช้ใกล้ตัวมาดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นกะลามะพร้าวหรือไม้ นำมาออกแบบใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแก้อาการปวดเมื่อย เช่น เก้าอี้มหัศจรรย์คุณตาแสวง มีลักษณะเป็นแท่นยืนยืดเส้นแก้อาการปวดหลัง ไม้นวดนมสาว เป็นหมอนไม้กดจุดแก้ปวด มีวิธีใช้โดยการนอนทับลงไปตำแหน่งที่ปวดเมื่อยโดยใช้น้ำหนักตัวของเราเอง หรือไม้นวดไม้กลึงป้าปุ้ม สำหรับนวดแก้อาการแบบเฉพาะจุดปวด โดยใช้น้ำหนักตัวของเรากดลงไปเพื่อคลายกล้ามเนื้อเช่นกัน

4. กลุ่มอุปกรณ์ปรับสรีระและรองรับท่าทาง

เป็นอีกตัวช่วยที่ช่วยในการจัดท่าทาง หรือปรับสรีระของเราให้อยู่ในท่าที่ถูกต้องเหมาะสม จะได้ไม่เกิดอาการเจ็บปวดจากการนั่ง นอน ยืนผิดท่า รวมถึงอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับร่างกายที่กำลังเจ็บปวดอยู่ ช่วยพยุงเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว จะได้ไม่เจ็บปวดไปมากกว่าเดิมในระหว่างที่กำลังพักฟื้นร่างกายส่วนนั้น ๆ

  • เบาะพิงหลังและเบาะรองนั่ง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับเก้าอี้ทำงานหรือเบาะรถ ช่วยปรับท่านั่งให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ลดแรงกดทับบริเวณกระดูกสันหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานหรือนั่งขับรถเป็นเวลานาน
  • ที่นอนและหมอนเพื่อสุขภาพ การเลือกที่นอนที่รองรับสรีระได้ดี และหมอนที่ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป จะช่วยจัดแนวกระดูกสันหลังให้สมดุล และอยู่ในท่าที่เหมาะสมขณะนอนหลับ ทำให้ไม่เกิดอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดคอเมื่อตื่นนอน
  • โต๊ะทำงานและเก้าอี้เพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะหนุ่มสาวพนักงานออฟฟิศ การปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม เช่น การใช้เก้าอี้ที่สามารถปรับระดับได้ รองรับสรีระได้ดี และโต๊ะที่อยู่ในระดับที่พอดีกับการนั่งนาน ๆ จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการปวดหลังได้ตั้งแต่แรก
  • เทปพยุงกล้ามเนื้อ เป็นเทปชนิดพิเศษที่มีความยืดหยุ่น ที่ช่วยพยุงและลดการเคลื่อนไหวบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อที่บาดเจ็บ บรรเทาอาการปวด ลดบวม ช่วยฟื้นฟูการบาดเจ็บ และเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว จึงมักใช้ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด
  • เข็มขัดพยุงหลัง เป็นอุปกรณ์ช่วยพยุงและจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง ลดแรงกดทับขณะยกของหนักหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง ช่วยบรรเทาอาการปวดและบาดเจ็บบริเวณหลังในรายที่มีอาการ แต่เหมาะสำหรับใช้ในบางโอกาส ไม่ควรใช้ตลอดเวลา เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอได้

5. พึ่งพาการแพทย์

ถ้าอาการปวดมันเริ่มกลายเป็นเรื่องใหญ่ สารพัดไอเทมบรรเทาอาการปวดหลังในเบื้องต้นในทุกข้อที่กล่าวมาข้างต้นเอาไม่อยู่แล้ว คุณเริ่มสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่อาการปวดแบบชั่วครั้งชั่วคราว ปวดเพราะบาดเจ็บ หรือปวดเมื่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เป็นอาการปวดเรื้อรัง ปวดแบบทรมาน ปวดมากขึ้นกว่าเดิม โดยไม่มีสัญญาณว่าจะหายได้ง่าย ๆ ด้วยบรรดาไอเทมบรรเทาอาการเบื้องต้น หากมีอาการปวดมาถึงขั้นนี้ แนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการปวดหลังที่เป็นอยู่ว่ามีที่มาจากอะไร อย่าพยายามสรรหาวิธีทำให้หายปวดด้วยตัวเองอีกต่อไป เพราะมันอาจมีการเจ็บป่วยที่มากกว่าแค่ปวดเมื่อยธรรมดา

ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลังจากที่พิจารณาแล้วว่าอาการปวดหลังที่เป็นอยู่มันหนักเกินกว่าที่จะรับมือได้เอง นั่นเป็นเพราะเราอาจกำลังมีปัญหาสุขภาพบางอย่างโดยไม่รู้ตัว เช่น ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างร่างกาย กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น อาจมีอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท ภาวะกระดูกสันหลังคด ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบหรือเคล็ดขัดยอก หรืออาจเป็นอาการส่วนหนึ่งของโรคต่าง ๆ เช่น โรคไต นิ่วในไต การติดเชื้อ ภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือแม้แต่มะเร็งก็เป็นได้ การหันหน้าไปพึ่งการแพทย์ก็เพื่อหาวิธีรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์ทางเลือก อย่างการนวดแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน หรือการกายภาพบำบัด