การทำงานในยุคสมัยนี้ เครื่องมือที่เรียกตัวเองว่า AI หรือ Artificial Intelligence นั้น กลายเป็นของจำเป็นในการทำงานไปเสียแล้ว เพราะเครื่องมือที่แสนชาญฉลาดดังกล่าว ทำให้หลายองค์กรลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก ขณะที่คนทำงานสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จได้เร็วกว่าเดิม แต่ในความดีงามเริ่มมีเสียงเรียกร้องจากเจ้าของลิขสิทธิ์งานเขียนหรือสำนักข่าวที่ถูกละเมิดสิทธิ์ และนำเอาเนื้อหาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
อย่างข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่าง Apple ถูกนักเขียนอย่างน้อยสองรายยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางแคลิฟอร์เนีย โดยระบุว่าแอปเปิลนำเนื้อหาในหนังสือไปใช้ในการเทรน AI ที่ทางแอปเปิลกำลังพัฒนาอยู่ โดยไม่ได้ให้เครดิตและไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์
สำนักข่าวที่รายงานข่าวนี้อย่างรอยเตอร์ ยังระบุด้วยว่าทาง Apple ยังไม่ได้มีการออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรก ที่ “เทคคอมพานี” นำงานของนักเขียนหรือสำนักข่าวไปใช้ในการเทรน AI จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
สำหรับเคสที่กลุ่มนักเขียนฟ้องร้อง Apple นั้น มีการคาดการณ์ว่าอาจจบลงคล้ายกับกรณีของ Anthropic บริษัทเทคฯ ชื่อดังที่พัฒนา Chatbot ที่มีชื่อว่า “Claude” ซึ่งใช้ในการตอบคำถามและวิเคราะห์ข้อมูล และช่วยในการทำงานวิจัย ซึ่งรายงานล่าสุดนั้น Anthropic ต้องจ่ายเงิน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อยุติคดีที่ถูกนักเขียนกลุ่มหนึ่งฟ้องร้องว่าใช้หนังสือของพวกเขาในการฝึก Chatbot
จากทั้งสองกรณี สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนต่อการละเมิดสิทธิ์งานของนักเขียนและสำนักข่าว นั่นหมายความว่าการใช้ “ปัญญาประดิษฐ์” นั้นไม่ได้ทำให้เกิดไอเดียหรืองานชิ้นใหม่ขึ้นมาบนโลกใบนี้ หากแต่เป็นการนำเอางานที่มีอยู่แต่เดิม (และไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้) เอามาผลิตทำซ้ำใหม่โดยยังคงแนวคิดแบบเดิมอยู่
หลายท่านที่ได้มีโอกาสใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น Chatbot, Claude หรือ ChatGPT อาจรู้สึกว่าปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ช่างมีความสามารถล้นเหลือ รู้ในทุกเรื่อง ถามอะไรตอบได้หมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องมือเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นเพียงข้อมูลที่ถูกวิเคราะห์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การนำข้อมูลมาใช้งานจริงต้องมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอีกหนึ่งชั้น
ล่าสุด ผู้เขียนเองเพิ่งเจอการทำงาน แบบ Copy & Paste จาก ChatGPT มาทั้งดุ้น โดยพาร์ตเนอร์ต่างชาติที่พยายามจะให้ข้อมูลแนะนำเกี่ยวกับเนื้องานที่ทางบริษัทต้องจัดสรรให้ตามสัญญา ทำไมถึงรู้ว่าเนื้อหาดังกล่าวมาจาก ChatGPT เพราะข้อมูลที่ทางพาร์ตเนอร์ต่างชาติส่งมาให้นั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีใจความสำคัญที่สามารถนำไปใช้ได้เลย และมีรายละเอียดบางส่วนที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แต่ก็ตามประสา ChatGPT ที่เป็น AI สุดแสนจะมั่นหน้า พยายามให้ข้อมูลแบบน้ำท่วมทุ่งหาความถูกต้องไม่ค่อยเจอ สุดท้ายผู้เขียนต้องตอบกลับด้วยข้อมูลที่ไปเช็กมาจากผู้ให้บริการจริง ถึงได้เคลียร์กันว่าสิ่งที่คุณเชื่อกับสิ่งที่ฉันได้รับฟังมาด้วยตัวเองนั้นแตกต่างกันมาก
การทำงานในยุคนี้ มีเครื่องมือให้เลือกใช้มากมายค่ะ อย่างในวิชาชีพของผู้เขียนเอง เรียกว่าไม่ต้องนั่งรอเป็นวันเหมือนในอดีตที่สามารถส่งรายการให้กับทางสถานีได้อย่างรวดเร็ว ส่งรูปภาพขนาดใหญ่ผ่านเครื่องมือที่มีให้เลือกหลากหลาย แต่ในความสะดวกสบายเหล่านี้ คงต้องกลับมาพิจารณาว่าความคิดสร้างสรรค์ได้ตามมาด้วยหรือไม่ หรือกลายเป็นการนำเอาของเก่ามาวนทำซ้ำเหมือนเมื่อทศวรรษก่อนที่ Google ครองเมืองและทำให้ทุกคนมีความรู้วนอยู่ใน Server ของ Google
เป็นคำถามที่น่าคิดสำหรับคนทำงานในทุกวงการนะคะ
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ