Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ TRIGGER ความเหมือนที่แตกต่างของชาย 2 คนที่มือจับปืน!

TRIGGER ความเหมือนที่แตกต่างของชาย 2 คนที่มือจับปืน!

เมื่อศุกร์ที่แล้ว ซีรีส์ Trigger ซึ่งเป็นออริจินัลซีรีส์ของ Netflix เข้าเป็นวันแรก ทีแรกตั้งใจว่าจะดูทันทีในคืนนั้นเลยแล้วเอามาเขียนคอลัมน์ทันทีในวันเสาร์ ด้วยความที่ชอบนักแสดงคนหนึ่งในเรื่องเป็นพิเศษ (ตัวรอง เด่นอยู่แต่ไม่มาก) แต่พอคำนวณจำนวนตอน คำนวณเวลาในแต่ละตอนแล้ว ถ้าดูลากยาวก็น่าจะไม่ได้นอน ลุกมาเขียนคอลัมน์รุ่งขึ้นน่าจะไม่ไหว อายุอานามไม่สามารถใช้ชีวิตแบบนอนน้อยแต่นอนนะได้บ่อย ๆ แล้วด้วย เลยดู Hunter with a Scalpel แทรก ซึ่งทางไทยก็เป็นซีรีส์เข้าใหม่เหมือนกัน (แต่เกาหลีจบแล้ว) แล้วเดี๋ยวค่อยมาเก็บ Trigger ในช่วง 1 สัปดาห์นี้แทน

Trigger มีชื่อภาษาไทยใน Netflix ว่า คนดุปืนเดือด ซึ่งดุทั้งคน เดือดทั้งปืนของจริงไม่ติงนัง เปิดเรื่องมายังไม่ถึง 10 นาทีเลยมั้ง พี่แกรัวแจกลูกปืนเป็นสิบ ๆ นัดซะแล้ว แล้วมาแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย ใครเปิดเสียงดังสุดน่าจะมีสะดุ้งจนตัวโยนอะ แถมตอนท้ายของอีพีแรกนี่ก็ของจริงอีก สาดกระสุนแบบหมดแม็กซ์ดังลั่นสนั่นจิตไปเลย ใครที่มีภาวะตื่นตระหนกต่อเสียงดัง ๆ เสียงปืน หรือหดหู่จิตตกง่าย ๆ ขอเตือนไว้ก่อนว่าซีรีส์เรื่องนี้มีฉากรุนแรงมากพอสมควร มันไม่ค่อยดีต่อใจคนกลุ่มที่ว่าเท่าไร ถ้าจะดู ควรดูด้วยความระมัดระวัง

Trigger ว่าด้วยเรื่องราวของชาย 2 คน ที่จับปืนด้วยเหตุผลที่ต่างกัน เรื่องราวความโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ พลเรือนธรรมดา ๆ ในประเทศเกาหลีใต้ก็ได้รับพัสดุปริศนาที่ไม่มีที่มาที่ไปที่ชัดเจน เมื่อเปิดกล่องออกดู ทุกคนจะพบกับอาวุธปืน ซึ่งปกติแล้วผู้ที่มีในครอบครองจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจเท่านั้น และความวุ่นวายก็ยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก เมื่อคนที่ได้รับปืนมา นำมันออกไปกราดยิงใส่ผู้คนในสถานที่ต่าง ๆ นั่นทำให้ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในโลกอย่างเกาหลีใต้ กลับกลายเป็นดินแดนอันตรายที่ใคร ๆ ก็มีอาวุธปืนอยู่ในมือ

ภาพจาก IG: netflixkr

หลังจากที่อาวุธปืนเหล่านั้นถูกนำมาใช้ก่อเหตุอาชญากรรมรุนแรงมากมายอย่างไม่คาดคิด สถานการณ์ความปลอดภัยของเกาหลีใต้ก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปืนหาง่ายพอ ๆ กับข้าวกล่อง เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยคนหนึ่งต้องเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาคือคนที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญเรื่องปืนมากที่สุดในวงการตำรวจ เนื่องมาจากการเป็นทหารเก่า อดีตที่ฝังใจทำให้เขาเลิกจับปืนมานานแล้ว ขนาดเป็นตำรวจยังใช้แค่ปืนช็อตไฟฟ้าเท่านั้น แต่เมื่อปืนผิดกฎหมายทะลักเข้าประเทศมามากมายและควบคุมไม่ได้ เขาจึงต้องกลับมาจับปืนอีกครั้ง และพยายามอย่างมากที่จะหาต้นตอของความวุ่นวายนี้ และให้ผู้คนวางปืนในมือลง

ระหว่างตามสืบเรื่องปืนอย่างหนัก เขาก็เข้าไปรู้จักกับชายหนุ่มปริศนาที่จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีเหตุมีผล ชายผู้นั้นเสนอตัวที่จะช่วยเหลือเขาทุกอย่างเท่าที่เขาต้องการ จากสถานการณ์เฉพาะหน้าทำให้ทั้ง 2 คนได้ทำงานร่วมกันในช่วงเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ไม่นานนักเขาก็ได้รู้ว่าชายผู้นี้นี่แหละที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายในเกาหลีใต้ พ่อค้าอาวุธปืนเถื่อนข้ามชาติ ที่มีเจตนาบางอย่างที่ดูเหมือนเขาอยากจะทำลายเกาหลีใต้ด้วยอาวุธปืนที่ทุกคนมีในมือ

เราทุกคนต่างมีไกที่เป็นตัวกระตุ้นในจิตใจคนละหนึ่งอย่าง แต่คนที่สุขภาพจิตดี จะไม่มีทางลั่นไกนั้นค่ะ (สำหรับคุณจองแท ยาจะช่วยไม่ให้คุณลั่นไกได้ค่ะ)

ภาพจาก IG: netflixkr

ช่วงต้นของอีพีแรก มีฉากที่ตัวละครตัวหนึ่งไปพบจิตแพทย์ เขาเล่าอาการที่แย่ลงให้หมอฟัง ว่าตัวเขาเริ่มรู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ยากขึ้น นับวันเขายิ่งสับสนกับการทำงานที่ไม่สามัคคีกันระหว่างสมองกับหัวใจ (ตรรกะกับความรู้สึก) ใจเอาแต่บอกให้เขาทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบสนองต่อทุก ๆ เหตุการณ์ที่เขาพบเจอในชีวิตประจำวัน แต่สมองจะคอยห้ามไม่ให้ทำในสิ่งที่ใจสั่งให้ทำ จากนั้นหมอก็แนะนำเขาด้วยคำพูดตามหัวข้อข้างบน ทีแรกก็เข้าใจว่ามันเป็นความยากลำบากของผู้ป่วยที่มีความผิดปกตินั่นแหละ เขาป่วยนี่หว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่เขาจะมีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมตัวเอง แต่พอซีรีส์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายคนนี้มากขึ้น ฉันเข้าใจแล้วว่าเขาควบคุมตัวเองยากเพราะอะไร

ภาพจาก IG: netflixkr

บอกเลยว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนป่วยจิตหรอก เป็นแค่ปุถุชนคนธรรมดาที่สุขภาพจิตดี เจอจุดนั้นเข้าไปก็น่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วเหมือนกัน ถ้าคุณไม่ใช่พระอิฐพระปูน หรือไม่ใช่พระอรหันต์ที่บรรลุธรรมขั้นสุดและละทางโลกจนไม่หือไม่อือกับทุกอย่าง ยังไงคุณก็อดทนไม่ไหวแน่ ๆ วินาทีนั้นมันต้องตายกันไปข้าง ซีรีส์เรื่องนี้จึงสอนว่าความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด มันมีเส้นลิมิตของมัน จนถึงจุดหนึ่ง ทุกอย่างที่อัดอั้นไว้มันจะล้นทะลักออกมา เส้นขีดจำกัดก็จะขาดผึง ทุกคนก็อาจจะกลายร่างเป็นปีศาจไร้สติ ถือปืนเดินกราดยิงตัวปัญหาทุกตัวที่เคยก่อเรื่องไว้ได้เหมือน ๆ กันทุกคน ใช้การปะทะเป็นการแก้ปัญหา เพราะการให้อภัยมันทำยากกว่า หรือถ้าจะหนีปัญหาก็ต้องหนีไปตลอด

ภาพจาก IG: netflixkr

ทีแรกที่บอกว่าเข้าใจว่ามันเป็นความยากลำบากของผู้ป่วย เพราะยังไม่รู้ไงว่าซีรีส์ในอีพีต่อ ๆ ไป จะเผยให้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังความอดทนของพวกเขาแบบนี้ ซึ่งนี่ว่าตัวละครในเรื่องแทบทุกคนต่างก็อดทนกันมาอย่างมากเลยนะ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจหยิบปืนขึ้นมาแก้ปัญหา พวกเขาอดทนมากขนาดที่ว่าทำให้เราพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ระหว่างดูชีวิตที่ยากลำบากของพวกเขาว่า “ความอดทนสูงกันจังเลยวะ” พอดูจบแล้วมานั่งเขียนคอลัมน์ ก็เปิดฉากที่ชีหมอจิตสอนคนป่วยขึ้นมาดูอีกครั้งเพื่อพิมพ์ตามคำพูดนั้น คือถอนหายใจยาวตามองบนเลย ที่หมอพูดมันก็ไม่ได้ผิด แต่มันอุดมคติไปหน่อย ถ้ารอบตัวมีแต่คนเลี้ยหู้ขนาดนี้ (ภาษาลู ไปหาความหมายเอาเอง) หมอก็น่าจะลั่นไกในไม่ช้า

ภาพจาก IG: netflixkr

ในกรณีของคนป่วยลั่นไกมันก็เรื่องหนึ่ง และกรณีที่ลั่นไกเพราะบันดาลโทสะมันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่พอสองกรณีนี้มาอยู่รวมกันอยู่ในตัวคนคนเดียว มันยิ่งเละเทะไปกันใหญ่ เชื่อว่าคนดูหลายคนน่าจะเข้าใจตัวละครหนุ่มป่วยจิตที่เตรียมสอบราชการแล้วก่อเหตุกราดยิงในหอพัก มากกว่าเข้าใจคำพูดของหมดซะด้วยซ้ำไป ว่าในท้ายที่สุด ทำไมเขาถึงยอมให้หัวใจเอาชนะสมองได้ และอีกหลาย ๆ ตัวละครที่ตัดสินใจลั่นไกเพราะบันดาลโทสะและหมดความอดทนก็เหมือนกัน พวกเขาคงท่องคำว่า “อดทนไว้!” “อย่านะ!” มาไม่รู้กี่พันกี่หมื่นครั้งแล้ว แต่ในเมื่อปัญหามันยังไม่จบ เขาก็ไม่อยากอดทนอีกต่อไป จึงหันไปพึ่งปืนเพื่อแสดงออกถึงความสิ้นหวัง และแสวงหาความยุติธรรมที่บิดเบี้ยวให้กับตัวเอง

ภาพจาก IG: netflixkr

เพราะ “คน” ที่ปฏิบัติต่อ “คนอื่น” แบบเห็นแก่ตัวและหยาบคาย ด้วยเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นด้อยกว่า ไม่มีอำนาจ ไม่มีปัญญาสู้ ย่อมทำให้ให้เกิดความโกรธและอับอาย ความเจ็บปวดที่คนเราต้องอดทนต่อการเป็นเหยื่อ ถูกย่ำยีเหมือนไม่ใช่คน มันย่อมถึงจุดสิ้นสุดลงได้ในสักวัน เพราะถ้าเมื่อไรที่เหยื่อมีปืนอยู่ในมือ สถานการณ์ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด เมื่อก่อนผู้ล่าอาจเคยทำลายเหยื่อจนเขาร้องขอชีวิต แต่ถ้าโดนปากกระบอกปืนจ่ออยู่ที่หัวเมื่อไร กลายเป็นว่าต้องมาร้องขอชีวิตจากเหยื่อแทน ดังนั้น คนที่มีปืนในมือและลั่นไก พวกเขาอาจเข้าใจว่าปืนเป็นความชอบธรรมและเป็นอำนาจเพียงหนึ่งเดียวสำหรับพวกเขาที่จะปลดปล่อยพวกเขาจากความทุกข์ทรมานก็เป็นได้

ผมอยากเลิกจับปืนครับ ถ้ามีปืนอยู่ในมือ สุดท้ายผมก็ต้องเลือกทำแบบเดียวกัน ในการฆ่าใครสักคน เพื่อช่วยชีวิตใครสักคน

หัวข้อที่แล้ว เป็นการพูดถึงเหล่าตัวละครสบทบในเคสย่อย ๆ ของเรื่องแบบรวม ๆ ว่าแต่ละคนล้วนพึ่งปืนด้วยเหตุผลคล้าย ๆ กันคือ “หมดความอดทนที่จะควบคุมการลั่นไกของตัวเอง” ตัวละครในกลุ่มนี้ มีทั้งตัวละครที่เป็นคนดีคนหนึ่งมาตลอด ใช้ชีวิตของตัวเองโดยไม่เคยทำร้ายใคร จนกระทั่งโดนกระทำก่อน บางตัวละครเป็นคนเทา ๆ ไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ใช่พวกที่เลวบริสุทธิ์ และพวกอาชญากรที่เดินทางสายดำก็มี แต่ทุกตัวละครมีเหตุผลของตัวเองในการหยิบปืนขึ้นมาลั่นไก ซึ่งเราจะไม่ตัดสินละกันว่าเหตุผลเหล่านั้นฟังขึ้นหรือสมเหตุสมผลไหม เพราะมันมีทั้งความเครียด ความกดดัน ความแค้น ความสิ้นหวัง การเป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด การถูกกดทับโดยอำนาจ การถูกเมินเฉยไม่มีใครรับฟังคำขอหรือให้ความช่วยเหลือ พวกเขาแค่แสวงหาความยุติธรรมให้ตัวเองในแบบที่พวกเขานิยามขึ้นมาเอง

ภาพจาก IG: netflixkr

แต่ตัวละครที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้มีอยู่ด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งก็คือ “พระเอก” สุดอ่อนโยนและอบอุ่น ซึ่งก็ต้องบอกว่าตัวเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่จับปืนครั้งแรกเพราะเกือบสูญสิ้นความอดทนในการควบคุมการลั่นไกเหมือนกัน ปมในวัยเด็กของเขาก็เป็นเรื่องที่หนักอึ้งมาก ๆ สำหรับเด็กอายุแค่ 6-7 ขวบไม่เกินนั้น ทว่าเขาโชคดีที่เจอผู้ใหญ่ที่ทั้งใจดีและเป็นคนดี ทำให้เขาถูกเลี้ยงให้เติบโตมาเป็นอย่างดี บวกกับการที่ตัวเขาเคยมีประสบการณ์การเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำมาก่อนที่จะกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาจึงเข้าใจหัวอกของเหยื่อที่ต้องพยายามต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมคืนให้ตัวเอง รวมถึงความทุกข์ทรมานของการพยายามต้องเอาชนะความเคียดแค้นที่สุมอยู่ในอกตลอดเวลาเป็นอย่างดี

ภาพจาก IG: netflixkr

เมื่อเติบโตขึ้น เขากลายเป็นคนที่เลือกทำงานที่ได้ปกป้องคนอื่น เขาเคยเป็นสไนเปอร์ทหาร แต่ปัจจุบันเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจยศเล็ก ๆ ที่ไม่คิดอยากจะก้าวหน้าไปมากกว่านี้ เพราะเขาคิดว่าเขามีความสุขดีอยู่แล้ว ซึ่งการที่เขาต้องก้าวข้ามความเจ็บปวดในอดีต และผ่านโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและโหดร้ายมา ก็ไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนเหี้ยมโหดแต่อย่างใด ในทางกลับกัน เขากลับเป็นคนที่อ่อนโยน ใจดี และปฏิบัติกับคนอื่นในแนวทางที่ควรจะเป็นเป็นอย่างดี กับประชาชนทั่วไป กับผู้ร้องทุกข์และเหยื่อ เขาปฏิบัติด้วยจิตใจ แต่กับเหล่าอาชญากร เขาปฏิบัติด้วยกฎหมายโดยไม่ยอมอ่อนข้อ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เคยเป็นหน้าที่ ทำให้เขาไม่อยากที่จะจับปืนอีกต่อไป

ภาพจาก IG: netflixkr

การผ่านประสบการณ์การเป็นสไนเปอร์ทหารในพื้นที่ความขัดแย้ง ทำให้เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับด้านมืดและด้านสว่างของอาวุธปืน และเขารู้ถึงความน่ากลัวของมันเมื่ออยู่ในมือใครสักคนดีกว่าใคร ๆ ด้วย มันเป็นอาวุธที่ใช้ปกป้องและฆ่าได้ในกระบอกเดียวกันอยู่ที่ว่าจะหันด้านไหนหาใคร หากหันด้านด้ามปืนให้ใคร มันใช้สำหรับปกป้อง แต่ถ้าหันด้านปากกระบอกไปที่ใคร มันใช้สำหรับฆ่า ในตอนที่เป็นทหาร เขาหันด้านด้ามหาพวกตัวเองและประชาชนมาตลอด แต่การหันด้านปากกระบอกไปหาคนกลุ่มอาชญากรจำนวนมาก ถึงจะเป็นอาชญากรแต่เขาก็ต้องฆ่าใครสักคน เขาริ่มกลัวที่จะต้องฆ่าใครอีก เขาจึงวางปืน แล้วพกแค่ปืนช็อตไฟฟ้าแทนระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ

หากอยากเข้าถึงคนที่จิตใจคล้อยตามได้ง่ายอย่างคนเกาหลี คนที่มีเรื่องราวน่าเศร้า จะต้องเป็นคนที่ยิงปืนก่อนใคร ทุกคนถึงจะเห็นอกเห็นใจในความแค้นนั้น

และอีกตัวละครที่ต้องพูดถึง ก็คือ “ตัวร้าย” สุดเท่ พ่อแบดบอยตาฟ้าสุดกร้าวใจ เขาเป็นอีกคนที่มีประสบการณ์สุดหดหู่โชกโชนมาตั้งแต่วัยเด็ก เอาจริง ๆ คือทรหดกว่าพระเอกเยอะ พระเอกคือโดนทำลายจิตใจจนแหลกสลายก็จริง แต่รายนี้คือโดนทำลายทั้งชีวิต ทั้งร่างกายและจิตใจ พังยับแทบไม่เหลือแม้กระทั่งลมหายใจ เขาเองก็โชคดีที่ได้ชีวิตใหม่ มีผู้ใหญ่ชุบเลี้ยง เพียงแค่เขาไม่ได้เจอคนดี คนใจดี แบบที่พระเอกเจอ เขาเจออาชญากรข้ามชาติตัวเป้งที่ตั้งใจเลี้ยงเด็กใจเด็ดแบบเขาเพื่อไว้ใช้งาน และแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าผู้ใหญ่คนนี้คาดหวังอะไรจากเขา ถึงอย่างนั้นเขาเต็มใจที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นอาชญากร บุญคุณก็อาจจะส่วนหนึ่ง สิ่งที่สำคัญกว่า คือความเคียดแค้นมาตุภูมิที่ทอดทิ้งเขา

ภาพจาก IG: netflixkr

นี่คือสาเหตุที่เขากลับมาเป็นพ่อค้าอาวุธเถื่อนในดินแดนมาตุภูมิ เขาต้องการจะเปลี่ยนเกาหลีให้เป็นดินแดนแห่งความกลัวและหมดสิ้นซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจกันของคนทั่วไป อุดมการณ์ของเขามันเริ่มมาจากการตั้งคำถามว่า “ความกลัวจะเกิดขึ้นเมื่อความไว้ใจถูกทำลาย หรือความไว้ใจจะถูกทำลายเมื่อเกิดความกลัว” ซึ่งมันจะกลายเป็นโอกาสของเขา เพราะเมื่อทุกคนต้องอดทนอยู่ในสงครามอารมณ์ที่มืดทึม สังคมเสื่อมทรามด้วยความขัดแย้ง คนปฏิบัติต่อกันอย่างชั่วช้าสามานย์เหมือนอีกฝ่ายไม่ใช่คน เกิดเป็นเรื่องราวน่าเศร้าที่ทำให้บรรดาเหยื่อ “หมดความอดทน” และต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างตามที่ใจสั่งให้ทำ โดยที่สมองก็ควบคุมหรือสั่งห้ามไม่ได้ด้วย มันเลยขีดจำกัดนั้นไปแล้ว

ภาพจาก IG: netflixkr

เรื่องความอดทนของคนมีขีดจำกัดวนกลับมาอีกครั้ง เมื่อมันกลายเป็นช่องทางที่น่าสนใจให้กับตัวร้ายรายนี้ ทุกอย่างจะไปได้สวยแค่ต้องมีคนเริ่มลั่นไก เมื่อได้ยินเสียงปืนดังกึกก้อง ความกลัวก็จะเริ่มปกคลุมสังคม คนจะเริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับ เริ่มหาปืนมาครอบครองเพื่อให้ตัวเองอุ่นใจ ห่างไกลจากความกลัวได้อีกนิด จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน โดยคนที่ได้รับเกียรติลั่นไกเปิดตลาด คือคนพวกที่มีชีวิตน่าเศร้า พวกที่หมดความอดทนในการควบคุมการลั่นไก ซึ่งเมื่อคนเหล่านั้นลั่นไก สื่อจะเริ่มถ่ายทอดถึงความยากลำบากที่พวกเขาต้องอดทนจนถึงจุดที่ต้องลั่นไก คนส่วนหนึ่งจะเห็นอกเห็นใจ ส่วนอีกส่วนจะปรารถนาที่จะได้ลั่นไกบ้าง

ภาพจาก IG: netflixkr

จะเห็นว่าเขาคือคนฉลาดที่เดินเกมอย่างสุขุม ตรรกะเฉียบคม เป็นอัจฉริยะที่วางแผนเปลี่ยนโลกอย่างแยบยล พร้อมทั้งซ่อนเจตนาที่แท้จริง คือการทำลายประเทศที่ทอดทิ้งเขาให้พังพินาศ ทั้งหมดทั้งมวล เขาซ่อนมันไว้ภายใต้ลุคชิลล์ ๆ ดูเหมือนคนที่ลอยไปลอยมาไม่มีความกังวลอะไร เป็นคนแปลก ๆ ขี้เล่น ตัวละครตัวนี้แทบจะไม่แสดงความร้อนรนให้เห็นเมื่อแผนการไม่เป็นไปตามคาด ไม่แสดงอารมณ์อะไรเกินควร แต่เป็นคนที่โคตรจะอันตราย เพราะทุกการกระทำของเขามันถูกวางแผนไว้หมดแล้ว เพียงแค่เดินหมากบนกระดานให้รุกไปทีละช่องอย่างมั่นคง และเขาก็ทำมันได้สำเร็จแทบทุกครั้ง แม้จะไม่ถึงขั้นเปลี่ยนโลกจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างที่เขาต้องการ แต่เขาก็เห็นผลลัพธ์จริง ๆ

หลังจากใช้เวลาดูซีรีส์เรื่องนี้อยู่ 2 วัน ก็สังเคราะห์ได้ว่า Trigger เป็นซีรีส์ที่ชวนตั้งคำถามใหญ่ ๆ อยู่ 3 ข้อ ข้อแรกคือ ถ้าวันหนึ่งสังคมเราหรือประเทศเรากลายเป็นแบบในซีรีส์ขึ้นมามันจะเป็นอย่างไร รวมถึงตัวเราจะกลายเป็นคนพวกไหน อยู่เงียบ ๆ เป็นชาวบ้านทั่วไปที่นั่งเสพข่าวคนยิงกันทางทีวีเหมือนคนเกาหลีในซีรีส์ที่เฝ้าติดตามข่าวอยู่ห่าง ๆ หรือเป็นคนที่เรียกร้องให้อาวุธปืนเป็นสิ่งถูกกฎหมาย หรือเป็นกลุ่มคนที่ต่อต้านอาวุธปืนแบบสุดซอย ข้อสอง ถ้าเรามีปืนอยู่ในมือ เราจะทำยังไงกับมัน เก็บมันไว้เงียบ ๆ ต่อไปเหมือนไม่เคยได้รับมา เอาไปคืนตอนที่ทางการขอเรียกเก็บ หรือเอามันไปลั่นไกใส่ใครสักคนที่ทำให้เรา “หมดความอดทน” และข้อสาม ปืนคือสิ่งที่ปกป้องเราและเรียกร้องความยุติธรรมได้ ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเอาชนะผู้อ่อนแอกว่าได้จริงไหม หรือคือความเชื่อใน “มนุษย์” กันแน่

ภาพจาก IG: netflixkr

สุดท้ายแล้ว ปืนมันจำเป็นต่อการล้างแค้น หรือขจัดความกลัว หรือหยุดเรื่องเลวร้ายจริงหรือไม่ มันเรียกร้องความยุติธรรมที่แท้จริงได้หรือเปล่า หรือการมีปืนทำให้เราปลอดภัยได้ไหม เพราะในอีพีสุดท้ายของเรื่อง ประเด็นที่ชวนให้คิดก็คือต่อให้มีคนเอาปืนมายัดใส่มือ ปืนอยู่ในมือเราแล้ว แต่คนที่มีอำนาจตัดสินใจลั่นไกก็คือตัวเราเท่านั้น และต่อให้ไม่มีปืนที่เหนี่ยวไกเปรี้ยงเดียวจบ คนเราก็สรรหาวิธีสารพัดที่จะฆ่าคนที่อยากฆ่าได้อยู่ดี ไม่เชื่อก็ไปดูโคนันสิ คนร้ายแต่ละคนสรรหาฆ่าคนด้วยวิธีแปลก ๆ สารพัดเลย 555

ใครที่ยังลังเลว่าจะดูซีรีส์ Trigger ดีไหม บอกเลยว่าเลิกลังเลแล้วเปิดดูเดี๋ยวนี้ ใน Netflix มีทั้งซับไทยและพากย์ไทย ถ้ารู้สึกว่าภาพมันมืดอ่านซับแล้วปวดตาก็เปิดพากย์ไทยไปเลย ทีมแปลทีมพากย์จึ้งอยู่ (เหมือนสำนวนในการพากย์จะดีกว่าซับด้วย) ฉากที่ไม่มีปืนก็สนุก ฉากที่สาดกระสุนนี่ยิ่งลุ้นเข้าไปใหญ่ คนดุปืนเดือดของจริง เล่นเอาซะอยากไปเรียนยิงปืนเลยล่ะ อยากเป็นชะนีเท่ ๆ ที่ยิงปืนเป็น 55555 มีพระเอกเป็นไอดอลงี้ 🔫