
“ถ้าต่อต้านไม่ได้ ก็จงเข้าร่วม!” เพิ่งได้เข้าใจความหมายของข้อความนี้สุด ๆ ก็วันนี้แหละ เมื่อคุณพบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของหน้าฟีดในเฟซบุ๊กของคุณ เต็มไปด้วยรีวิวของซีรีส์เรื่องหนึ่งที่คุณตั้งใจว่าจะดูนั่นแหละ แต่ขอเก็บไว้ก่อน เพราะไม่อยากจะมานั่งรอนอนคอยตอนใหม่แบบคนลงแดง อยากเปิดดูยาว ๆ ให้ได้ฟินทีเดียว สนองนี้ดของติ่งไอดอล gen 2 ที่จะได้เห็นไอดอลที่เติบโตมาด้วยกัน (ทั้งพวกเขาเติบโตมาด้วยกัน และฉันก็เติบโตมาพร้อมกับพวกเขา) มาเล่นเป็นตัวละครหลักของซีรีส์ทั้งคู่ เพราะถึงจะพูดไม่ได้ว่าเป็น Hottest หรือ SONE ขนานแท้ แต่ก็คุ้นเคยกับ “แทคยอน” และ “ซอฮยอน” ในระดับหนึ่ง ฟังเพลงของ 2PM และ Girls’ Generation อยู่หลายเพลง
แต่กระแสของเรื่องนี้กำลังดีมาก ๆ แทบทุกเพจที่เกี่ยวข้องกับรีวิวซีรีส์เกาหลีก็เลยพากันป้ายยาไม่หยุด ในที่สุดก็เลยต้องเปิด viu ขึ้นมาหาซีรีส์เรื่องนี้ดู เข้าร่วมก็ได้ จะได้คุยกับใครเขารู้เรื่อง!

The First Night with the Duke เรื่องราวของชะนีนางหนึ่งที่มีชีวิตจริงเป็นแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดา ๆ แต่แล้วจู่ ๆ นางก็ดันหลุดเข้าไปอยู่ในนวนิยายโรแมนติกเรื่องโปรดในฐานะ “ชาซอนแชก” ซึ่งเป็นตัวประกอบของนวนิยายเรื่องนั้น แม้ว่ามันจะฟังดูบ้าบอคอแตก เอาไปเล่าให้ใครฟังใครจะเชื่อ แต่ตัวละครตัวประกอบอย่างเธอก็เกิดมาในตระกูลขุนนางชั้นสูง ฐานะร่ำรวย มีทั้งสถานะและอำนาจใหญ่โต นั่งอยู่เฉย ๆ ก็มีคนแต่งสวยให้ ใส่ชุดให้ ช่วยทำให้เปล่งประกาย และมีพ่อที่ดุเพราะใช้เงินน้อยไปด้วย 555 ซึ่งมันช่างแตกต่างกับชีวิตจริงของเธออย่างกับฟ้าและเหว เพราะฉะนั้น ต่อให้มันเป็นฝัน นางก็เต็มใจที่จะติดอยู่ในโลกของนิยายนี้ต่อไป ไม่อยากตื่นอีก

และด้วยความที่หลุดเข้ามาอยู่ในนวนิยายเรื่องโปรด นางเลยตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตเป็นตัวประกอบต่อไปแบบเงียบ ๆ เพื่อเฝ้ามองคู่พระนางในนิยายรักกันแบบฟิน ๆ ให้ชีวิตติ่งคอมพลีต แต่แล้วเรื่องวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันหนึ่งนางตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าพระเอกของนวนิยายเรื่องนั้นนอนอยู่ข้าง ๆ นาง และเมื่อตื่นเต็มตา เขาก็เอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มและพล่ามไม่หยุดว่านางนั่นแหละที่เป็นคนพรากความบริสุทธิ์ไปจากชายหนุ่มอย่างเขา และเรื่องมันก็ยิ่งทวีความบ้าบอเข้าไปอีก เมื่อเขาดันตกหลุมรักนางแบบหัวปักหัวปำหัวขมำ ถึงขนาดส่งจดหมายมาสู่ขอ นางเปลี่ยนชายโหดแห่งโชซอนให้เป็นลูกหมาตัวน้อย ๆ เมื่ออยู่กับเธอขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แทนที่จะถูกเข้าใจผิด และกลายเป็นยิ่งกว่าคนแปลกหน้า ฉันอยู่คนเดียวสบายใจกว่า ฉันจะไม่สนิทกับใครอีกแล้ว

ช่วงแรกที่เริ่มเรื่องมา ก็แอบสงสัยอยู่ว่าคาแรกเตอร์นางเอกเรื่องนี้นี่มันยังไงนะ ทำไมถึงได้ดูเป็นคนขี้แพ้แบบนั้น สภาพเหมือนคนที่จะไม่เอาอะไรอีกแล้วชีวิตนี้ เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่พบปะผู้คน อารมณ์แบบคนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อหายใจให้จบไปวัน ๆ แล้วนอนต่อ วนลูปไปแบบนี้ ห้องหับเละเทะ ข้าวของไม่เก็บ หนี้สินรุงรัง แถมดูทรงคือช่วงที่ตื่นนอนมาก็ใช้ชีวิตอยู่แต่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ด้วย ที่ยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้มีความสุขได้คือ “นวนิยาย” นางหมกมุ่นอยู่กับนวนิยายเรื่องนั้นถึงขนาดที่ยอมสละเงินที่มีเหลืออยู่น้อยนิดมาเปย์ตอนอ่านล่วงหน้า และตั้งแต่ที่นางลื่นล้มหลุดเข้าไปอยู่ในนวนิยายเรื่องโปรดที่ตัวเองติ่งอยู่ ซีรีส์ในอีพีแรกก็ไม่ได้เล่าเรื่องในชีวิตจริงของนางเอกให้คนดูรู้ต่อเลย

จนกระทั่งถึงอีพีที่ 3 ทุกอย่างก็เริ่มคลี่คลาย ในที่สุดเราก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าอะไรที่เป็นจุดเริ่มต้นให้นางเอกเริ่มหลีกหนีจากผู้คนในชีวิตจริง และเมื่อหลุดเข้าไปอยู่ในนวนิยาย นางก็ปฏิเสธความสัมพันธ์ความสัมพันธ์กับหนุ่มหล่อโปรไฟล์เลิศ ผู้ซึ่งเป็นตัวละครพระเอกในนวนิยายเรื่องโปรด ทั้งที่ตัวเองมีสัมพันธ์แบบ one night stand กับเขาไปแล้ว แถมตัวผู้ชายเองก็คลั่งรักนางมากขนาดนั้นด้วย ดู ๆ ไปเหมือนจะไม่มีอะไรเสียหายเลยใช่ไหมล่ะถ้านางจะลงเอยกับตัวละครพระเอกในนวนิยาย เพราะในช่วงเวลาที่นางหลุดเข้าไปใช้ชีวิตเป็นตัวประกอบอยู่ในนวนิยายเรื่องนั้น ตัวละครพระเอกกับตัวละครนางเอกของนวนิยายก็ยังไม่ทันได้รู้จักกันเลยด้วยซ้ำไป

นั่นเป็นเพราะสิ่งที่นางเคยเจอมาในชีวิตจริง ได้กลายเป็นปมเงื่อนใหญ่ของชีวิตจนไม่กล้าที่จะเป็นเพื่อนกับใครอีก และไม่ต้องการที่จะเข้าไปพัวพันกับผู้ชายหน้าไหนก็ตามที่นางเห็นว่า “เขามีเจ้าของตัวจริงอยู่แล้ว” ด้วย ในโลกของนิยาย ตัวละครพระเอกก็มีนางเอกของเขา นางเอกที่ผู้แต่งลิขิตไว้ว่าให้พวกเขารักกัน แต่ตัวนางที่หลุดเข้าไปนั้นเป็นแค่ตัวประกอบที่ตั้งแต่โผล่มาไม่เคยมีบทพูดสักคำ ไม่เคยมีรีแอ็กชันอะไรเลยด้วย เป็นแค่ตัวละครชาวบ้าน 1 ที่อยู่ในสถานการณ์ที่พระเอกนางเอกรักกันแค่นั้น ที่สำคัญ ตัวละครนางเอกในนวนิยายคือตัวละครที่นางรักมาก คอยเอาใจช่วยอยู่หลังหน้าจอเสมอ ความผูกพันทำให้นางไม่อาจหักหลังตัวละครที่ตัวเองชอบได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

มันก็เหมือนกับเรื่องราวในชีวิตจริงของนางนั่นแหละ ในอดีตนางมีเพื่อน (เคย) สนิทที่นางรักและสนิทสนมมาก แต่มิตรภาพของผู้หญิงสองคนกลับต้องมาแตกหักกันด้วยผู้ชายเพียงคนเดียว โดยที่ตัวนางก็ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย มิหนำซ้ำ ความเข้าใจผิดที่ถูกบิดเบือนยังทำให้นางไม่สามารถอธิบายความจริงอะไรได้ด้วย คนอื่นตัดสินโทษนางจากสิ่งที่พวกเขารับรู้ไปแล้ว ฉะนั้น ยิ่งพูดก็เหมือนแก้ตัว ในสายตาคนอื่นนางเป็นคนไม่ดี เป็นเพื่อนที่เลว ทำให้ตั้งแต่นั้นมา นางกลัวที่จะต้องเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำรอยอีก เพื่อนสนิทที่จู่ ๆ ก็เป็นยิ่งกว่าคนแปลกหน้า นางจึงเลือกที่จะอยู่คนเดียว สบายใจอยู่ในโลกที่มีแค่ตัวเอง เก็บตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแค่นิยายที่ตัวเองรักเท่านั้นพอ
มีความจริงหนึ่งอย่างที่ฉันมองข้ามไป นั่นก็คือ ทุกคนต่างกำลังดิ้นรนเพื่อเป็นตัวเอกในเรื่องราวของตัวเอง และในวินาทีนั้น ฉันก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะอุทิศเรื่องราวที่เหลือของชาซอนแชกให้กับผู้ชายคนนี้ ฉันจะเอาหัวใจและโชคชะตาของฉันไปเดิมพันกับผู้ชายคนนี้
เก่งมากว้อย! มันต้องแบบนี้สิสาว ผู้หล่อ โปรไฟล์ดี แถมยังคลั่งรักหล่อนขนาดนั้น ฉะนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่หล่อนจะต้องยอมเป็นแค่ตัวประกอบในนิยาย แถมแต้มต่อหล่อนก็มีแบบล้นปรอทจนสาวทั้งโชซอนก็สู้ไม่ไหว หล่อนยังจะต้องกลัวอะไรอี๊ก ต้องสู้แบบดับเครื่องชนแบบนี้สิวะอิหญิง! นี่ดีใจและรู้สึกปลดล็อกมาก ๆ นะที่ในที่สุดนางเอกก็ตระหนักได้ซะทีว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าจะในชีวิตจริง หรือชีวิตของตัวละครในนวนิยายที่โลดแล่นตามจินตนาการของผู้แต่งก็ตาม แต่ทุกคนต่างก็กำลังดิ้นรนที่จะเป็น “ตัวเอก” ในเรื่องราวของของตัวเองกันทั้งนั้น เพราะนั่นมันคือชีวิตของพวกเขาเอง

ดังนั้น มันไม่ผิดอะไรเลยถ้านางจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของนางกับตัวละครพระเอกในนวนิยายดำเนินไปแบบที่กำลังเป็นอยู่ โดยไม่ต้องพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวให้ลงล็อกแบบในนวนิยายที่ตัวเองอ่านมาจนรู้ทุกอย่างหมดแล้วด้วย เพราะตัวละครทุกตัวในนวนิยายก็จะหันมาเดินตามทิศทางที่กำลังเป็นไปอยู่นี้เอง ซึ่งถ้าตัวละครนางเอกเดิมในนวนิยายไม่อยากจะสละบทนางเอกให้กับตัวประกอบที่นางเอกหลุดเข้าไปสวมรอยใช้ชีวิตอยู่ ถ้านางยังอยากจะเป็นนางเอกที่ครองคู่กับพระเอกจริง ๆ แบบนวนิยายต้นฉบับ นางก็จะสู้ในแบบของนางเองนั่นแหละ

ในตอนท้ายของอีพีที่ 4 หลังจากที่นางเอกเห็นแล้วว่าพระเอกไม่ได้แค่คลั่งรักตามอารมณ์ของคนวัยหนุ่มกลัดมันที่ตื่นเต้นซู่ซ่ากับกับคืนแรกและครั้งแรกที่เขามีกับหญิงสาว แต่เขารู้สึกรักอย่างลึกซึ้งจริง ๆ รักขนาดที่ว่าต่อให้ตัวเองต้องติดโรคตายตามไปด้วยก็ไม่กลัว มันเลยเป็นจุดเปลี่ยนให้ตัวนางเอกลุกขึ้นมาทลายกรอบของตัวละครตัวประกอบที่ตัวเองหลุดเข้ามาสวมรอยใช้ชีวิตอยู่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นตัวเอกในชีวิตของตัวละครตัวนี้ และต่อจากนี้ นางก็จะเขียนบทนวนิยายเรื่องนี้ใหม่ กำหนดโชคชะตาใหม่ของตัวละคร “ชาซอนแชก” ที่เคยเป็นแค่ตัวประกอบในนวนิยาย แต่เวลานี้คือตัวนางเองด้วย โดยใช้หัวใจและโชคชะตาของนางนี่แหละไปเดิมพันกับเขา

การจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องและตัวละครเอกในนิยายเรื่องที่ตัวเองเคยอ่าน และรู้เรื่องในนิยายมาเกินครึ่งค่อนเรื่องแล้วนั้นมันคงไม่ง่ายนักหรอก และเวลานี้ ตัวนางเอกเองก็ไม่ได้อยู่ในมุมมองของพระเจ้า ที่จะรับรู้เรื่องราวในนิยายผ่านสายตาของคนอ่านอีกต่อไปแล้วด้วย ที่อาจข้ามไปอ่าน 2-3 ตอนล่วงหน้าเพื่อให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เนื้อเรื่องในตอนที่บีบลุ้นหัวใจนั้นคลี่คลายอย่างไร เป็นไปแบบที่ตัวเองกังวลหรือเปล่า แล้วค่อยย้อนกลับมาอ่านปกติอีกครั้ง แต่นางจะต้องเดินเรื่องเองใหม่ทั้งหมดโดยไม่รู้เรื่องล่วงหน้า เพราะทุกอย่างในนิยายมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตั้งแต่คนที่เจอกับพระเอกในคืนนั้นไม่ใช่นางเอกในนิยาย แต่เป็นตัวประกอบอย่างนาง ที่วันนี้จะต้องสู้เพื่อเป็นนางเอกของเรื่อง!
บอกตามตรงว่าทีแรกเลย นี่กะจะดูซีรีส์เรื่อง The First Night with the Duke เพื่อสนองนี้ดตัวเองเฉย ๆ ในฐานะที่ตัวเองเป็นติ่งไอดอล gen 2 ไม่ได้อยากเอาเรื่องนี้มาเขียนลงในคอลัมน์เท่าไรเลย เพราะกังวลว่าซีรีส์แนวแฟนตาซี-ย้อนยุคแบบนี้ มันจะไม่มีประเด็นอะไรให้หยิบยกขึ้นมาพูดเท่าที่ควร ในขณะที่ซีรีส์อีกเรื่องที่เป็นแนวเมโลดราม่า น่าจะมีอะไรให้หยิบมาเล่นมากกว่า แต่ด้วยความที่ไม่ชอบความอึดอัด หนักหน่วง และพยายามดึงเราให้ตรึงอยู่กับความดราม่าที่เป็นพล็อตของเรื่องนาน ๆ เดินเรื่องเนิบช้าแบบซีรีส์เมโลดราม่า ก็เลยคิดว่าคงทำใจดูอีกเรื่องไม่ไหวแน่ แล้วตั้งใจเก็บประเด็นจากเรื่องนี้แล้วกัน

ซึ่งก็ไม่คิดเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้จะให้อะไรที่มีความหมายและทรงพลังขนาดนี้ จากสาวโอตาคุที่เก็บตัวหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมคนหนึ่ง ที่ดันหลุดเข้ามาอยู่ในนวนิยายโรแมนติกเรื่องโปรดของตัวเองที่ดำเนินเรื่องอยู่ในยุคอาณาจักรโบราณ ย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่าตัวละครที่ตัวเองสวมบทอยู่นั้นเป็นแค่ตัวประกอบ อย่าทำอะไรวุ่นวาย แค่ใช้ชีวิตเป็นตัวประกอบต่อไปเพื่อเฝ้าดูเรื่องราวสุดบันเทิงในนิยายให้คลี่คลายไปเรื่อย ๆ ก็พอ และคอยลุ้นให้พระเอกนางเอกในนิยายที่ตัวเองรักได้สมหวังแบบที่ควรจะเป็นอย่างใกล้ชิดก็พอ
แต่ในเมื่อตัวประกอบอย่างเธอกลับเข้ามาแทรกอย่างผิดจังหวะและทำให้เรื่องราวในนิยายวุ่นวายไปหมด ในที่สุดเธอจึงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อเปลี่ยนการเดินเรื่องใหม่ และยกระดับตัวเองจาก “ตัวประกอบ” ให้กลายเป็น “ตัวเอก” แทนซะ อย่ารับบทเป็นแค่ตัวประกอบจาง ๆ ที่มีภาพจำว่าทำลายชีวิตใครแบบชีวิตจริงในอดีตของเธอ ถ้ามันต้องสู้ก็ต้องสู้ ถ้าจำเป็นต้องดิ้นรนก็ต้องทำ ถ้าตอนนี้เธอคือตัวละครที่กำหนดทิศทางของนวนิยายเรื่องนี้ได้ เธอก็จะเปลี่ยนมันเอง และพระเอกที่เคยถูกลิขิตมาให้คู่กับคนอื่น แต่ในเวลานี้เขารักเธอ เธอมีใจให้เขา และเธอไม่ได้แย่งเขามาจากใคร เท่ากับว่าเธอก็มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะทำให้เขาเป็นพระเอกของเธอ 🎭






























