“เขาแข่งกันไปทำไมตั้ง 25 ชั่วโมง?” เป็นประโยคคำถามจากภรรยาของผมเอง หลังเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงาน World of Speed มีโอกาสได้เดินทางไปถ่ายทำการแข่งขัน Idemitsu Super Endurance Thailand 2024 งานแข่งรถมาราธอน 25 ชั่วโมง! ที่จังหวัดบุรีรัมย์
จริง ๆ แล้วงานแข่งรถมาราธอนในระดับโลกที่แข่งกันนานที่สุด เราจะคุ้นกับการแข่งขัน เลอ มังส์ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการแข่งขันในระดับเอนดูรานซ์ชิงแชมป์โลก หรือการแข่งขัน นัวร์เบิร์กริง 24 ชั่วโมงที่จัดขึ้นเป็นประจำที่เยอรมนี ส่วนบ้านเรา การแข่งขัน 25 ชั่วโมงในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์แล้ว หลังครั้งแรกมีขึ้นในปี 2022
ว่าแต่เขาแข่งกันไปเพื่ออะไร น้ำมันเชื้อเพลิงก็เปลือง! ยางก็เปลือง! ผมขออนุญาตหาเหตุผลในมุมของผู้จัด และทีมแข่งมาอธิบายให้เห็นภาพก็แล้วกันนะครับ ยกตัวอย่างทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand ทีมแข่งโรงงานหนึ่งเดียวในรายการนี้ และเป็นทีมแข่งที่ชนะอันดับ 1 และ 2 โอเวอร์ออล จากรถแข่งเบอร์ 219 และ 220
โตโยต้าวางคอนเซปต์ในการลงสนามแข่งรถมาตลอดว่า Make Ever-Better Cars From Circuit to the Road นั่นหมายความว่า ข้อมูลจากรถแข่งทุกคันจะถูกนำไปเป็นข้อมูลในการผลิตรถบ้านออกจากโรงงาน เพราะสนามแข่งรถคือสนามทดสอบรถยนต์ที่ดีที่สุด ที่สำคัญเป็นการขับในสถานการณ์ที่กดดัน ต้องการเข้าใกล้ขีดจำกัดให้ได้มากที่สุด
รู้หรือไม่ครับว่ารถยนต์รุ่นใหม่ก่อนที่จะถูกปล่อยออกมาขายจากสายพานการผลิต ไม่ว่าจะรุ่นใด จะต้องผ่านการขับทดสอบเป็นแสน ๆ กิโลเมตร บางยี่ห้อทดสอบกันเป็นล้านกิโลเมตรก็มี ฉะนั้น ในการวิ่ง 25 ชั่วโมง รวมระยะทางทะลุ 3,000 กิโลเมตร โดยที่เครื่องยนต์ทำงานตลอดเวลา มันคือสถานที่เก็บข้อมูลชั้นดีให้กับผู้ผลิตกับการนำไปปรับใช้กับรถรุ่นที่กำลังจะผลิตออกมา
ส่วนในมุมของทีมแข่งส่วนใหญ่ แน่นอนว่าจะต้องมีทีมเซอร์วิส มีทีมช่างที่ดูแลรถแข่งคันนั้น ๆ ซึ่งความท้าทายของทีมช่าง คือการจะทำอย่างไรที่จะให้รถแข่งวิ่งผ่านธงหมากรุกให้ได้เมื่อเวลาเดินครบ 25 ชั่วโมง ซึ่งหนึ่งในทีมแข่งที่ผมเข้าไปคลุกคลีมากที่สุด คือ Idemitsu Racing Team Thailand by AP ทีมแข่งในความดูแลของ ประเสริฐ อภิปุญญา นักขับตำนาน “ฮอนด้า 3 ดอร์”
รถแข่งฮอนด้า ซิตี้ เบอร์ 559 ของทีมอาประเสริฐ ที่ลงแข่งรุ่น D5 ซึ่งเป็นแชมป์เก่า มีปัญหาเครื่องยนต์ตั้งแต่แต่รอบแรก ซึ่งนักขับไม้แรกอย่างฟิล์ม รัฐภาคย์ ต้องนำรถจอดเข้าพิต ทั้งที่นาฬิกานับถอยหลัง 25 ชั่วโมง ไปเพียง 2 นาที ซึ่งสิ่งที่ผมเห็นในพิตคือการยกเครื่องใหม่! ใช่แล้วครับ ทีมงานต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์และจูนเครื่องใหม่หมด
ทว่าสิ่งที่น่าทึ่งคือพวกเขาใช้เวลา 30 นาทีเศษ เปลี่ยนเครื่องยนต์ออกมาขับต่อได้ และจากรอบที่เสียไปเกินกว่า 15 รอบ รถแข่งเบอร์ 559 ทะยานกลับมาขับได้อย่างสม่ำเสมอในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา ก่อนที่นักขับทั้ง 8 คนจะผนึกกำลังนำรถขับผ่านเส้นชัยได้ในอันดับที่ 2 ของรุ่น D5 ซึ่งนี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของทั้งทีมช่างและนักขับที่จะทำอย่างไรเพื่อให้วิ่งผ่านเส้นชัยให้ได้
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการวางแผนของทีมงาน เพราะแน่นอนว่าการที่เป็นเกมยาวแบบนี้ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นรถคันที่เร็วที่สุดในสนาม แต่จำเป็นที่จะต้องขับให้ได้คงเส้นคงวารักษาเวลาต่อรอบให้คงที่ ถนอมทั้งรถ ทั้งยาง ให้ได้มากที่สุด และเมื่อขับผ่านเส้นชัยได้ ไม่ว่าคุณจะเข้าอันดับเท่าไร มันคือชัยชนะของทั้งรถทั้งคนที่ลุยมาจนถึงฝั่ง 25 ชั่วโมงเต็ม ๆ
ทั้งหมดเป็นคำตอบในมุมของผมที่พอจะหยิบยกมาตอบภรรยาได้ว่า เขาแข่งรถ “25 ชั่วโมง” กันไปเพื่ออะไรครับ สุดท้ายต้องขอบคุณ บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์ ที่ดูแลทีมงาน World of Speed ตลอดทริปนี้เป็นอย่างดีครับ แล้วพบกันใหม่ปีหน้า สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ