Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง “พอดี”และ“ดีพอ”

“พอดี”และ“ดีพอ”

ภาพจาก Pixabay

คำว่า “พอดี” ดูเหมือนจะเป็นคำเรียบๆ มีความหมายและเป็นเป้าหมายในการปฏิบัติกิจต่างๆที่ดูไม่น่าลำบากเกินไปนัก แต่แท้ที่จริงแล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

สำหรับคนบางคนการทำอะไรให้ “พอดี” นั้นเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ขาดบ้าง ก็เกินบ้าง บางคนหนักกว่านั้นคือไม่เคยคิดหรือรู้จักความพอดีเสียด้วยซ้ำ

คำว่า “พอดี” นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงาน ที่จะต้องรู้จักทำอะไรให้พอดี “ไม่ขาด” และ “ไม่เกิน”

ตอนเด็กๆเรามักได้ยินดีคำผู้ใหญ่สอนเสมอว่า “รินน้ำให้พอดีแก้ว” คือเขาไม่อยากให้เรารินพร่องหรือรินล้น มากเกินไปไม่ดี น้อยเกินไปก็ไม่ดี

ที่จริงแล้วคำว่า “พอดี” ก็มีรายละเอียดอยู่อีกว่าแค่ไหนจึงจะเรียกว่า “พอดี” นั่นเป็นสิ่งซึ่งคนที่อยากทำอะไรให้ “พอดี” ต้องเรียนรู้

“พอดี” ของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มีมาตรฐานนิยมอยู่ การจะทำอะไรให้พอดีนับว่าต้องมีศิลปะอยู่ในตัวพอสมควรทีเดียว ไม่รู้ว่ายากกว่าคำว่า “สมบูรณ์แบบ” (Perfectionist) ที่คนเขานิยมพูดกันอยู่หรือไม่

แต่คนที่รู้จักความ “พอดี” มีแนวโน้มที่อยู่ได้นาน และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้ดีกว่า คนที่รู้จักแต่คำว่า “สมบูรณ์แบบ” เพราะคำว่า “สมบูรณ์แบบ” นั้น มักจะมีนัยถึงความสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่งอยู่เสมอ

ชีวิตคนก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรารู้จักความ “พอดี” ไม่ทำตัวเองให้ยุ่งยากมากเรื่อง มีความสุขให้ง่ายเข้าไว้แต่ไม่ถึงเป็นคนมักง่าย เราจะหาความสบายใจได้ไม่ยาก

แต่ถ้าหากฝึกให้ชีวิตตัวเองยุ่งยาก ติดยึดกับสิ่งโน้นสิ่งนี้ ระดับฉันต้องอย่างโน้นต้องอย่างนี้ โน่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้ ปรุงแต่งอะไรต่างๆให้มันเกินพอดี สุดท้ายนอกจากตัวเองลำบากแล้ว คนที่อยู่ใกล้ก็ลำบากตาม พาลเขาจะหนีห่างไปด้วย

เกิดเป็นคนนั้น “พอดี” อย่างเดียวยังไม่พอ แต่ต้อง “ดีพอ” ด้วย คำว่า “ดีพอ” นั้นสอนให้เราสำรวจตัวเองอยู่เสมอ ว่าเราเหมาะสมกับสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือไม่ ถ้าเทียบกับคนอื่นๆแล้วเป็นอย่างไร

ถ้ายังไม่ดีพอก็ต้องหมั่นฝึกฝนเรียนรู้ แต่ถ้าไม่ดีพอแล้วยังโกหกตัวเองฝืนดันทุรังไปเรื่อยๆ ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน สุดท้ายก็จะไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย

สรุปแล้วทั้ง “พอดี” และ “ดีพอ” ล้วนจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของเรา หมั่นนึกถึงทั้งสองคำนี้เอาไว้นะครับชีวิตจะได้ไม่ลำบาก พบกันใหม่สัปดาห์หน้า..สวัสดีครับ