
แม้ว่าทุกวันนี้ เราอยู่ในยุคที่การติดต่อสื่อสารทำได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่การใช้โทรศัพท์ก็ยังเป็นช่องทางสำคัญในหลากหลายสาขาอาชีพ โดยเฉพาะ “การขายประกัน”
และแม้ว่าเราจะไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลส่วนตัวกับบริษัทที่ขายประกันภัยต่างๆ แต่ก็ยังคงมีเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ ติดต่อเข้ามาได้อยู่เรื่อยๆ จนทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่บริษัทเหล่านี้ได้ข้อมูลมาจากแหล่งใด เหตุใดจึงทราบชื่อและเบอร์โทรศัพท์ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้
เรื่องนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยอมรับว่า ข้อมูลส่วนตัวที่หลุดไปถึงบริษัทประกันได้นั้นมาจากหลายแหล่งด้วยกัน ทั้งจากการร่วมสนุกชิงโชค ชิงรางวัล เข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ของบัตรเครดิต การซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ การสมัครใช้บริการสถานออกกำลังกายต่างๆ รวมถึงการทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารด้วย
การที่ข้อมูลเหล่านี้หลุดรอดไปได้นั้น เกิดจากการขายข้อมูลให้กับบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่กระทำโดยกลุ่มบุคคลที่อยู่ในองค์กรที่ได้ข้อมูลของลูกค้านั่นเอง เพราะเมื่อมีการลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น หรือการซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่วนใหญ่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ด้วยกันทั้งนั้น
เรียกว่า เป็นการหากินกันแบบง่ายๆ ที่สร้างรายได้งามๆ แต่ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน และถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่เต็มใจ อีกทั้งในปัจจุบันยังพบว่าสถาบันการเงินหลายแห่งทำตัวเป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์เสียเองด้วย
อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า หากมีโทรศัพท์จากบริษัทประกันภัยเข้ามา ผู้บริโภคมีสิทธิ์สอบถามได้อย่างชอบธรรมว่าผู้เสนอขายประกันนำชื่อและเบอร์โทรศัพท์มาจากต้นทางใด และทางผู้เสนอขายประกันต้องตอบคำถามนี้ตามข้อเท็จจริงด้วย ซึ่งเรื่องนี้มีการกำหนดไว้เป็นระเบียบที่ชัดเจนของคปภ.
ทั้งนี้ หากผู้เสนอขายประกันปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล รวมถึงรบเร้าให้ซื้อประกันโดยที่ผู้บริโภคไม่เต็มใจ หรือสมัครใจ ผู้บริโภคมีสิทธิ์ที่จะถามชื่อนามสกุลของผู้ขายประกัน รวมถึงสอบถามถึงเลขที่ใบอนุญาต เพื่อร้องเรียนไปยังสายด่วนประกันภัย 1186 ได้ด้วย
หลังจากนั้น ทางคปภ.จะดำเนินการตรวจสอบทั้งชื่อและเลขที่ใบอนุญาตของผู้ขายประกันว่าเป็นตัวแทนขายประกันภัยจริงหรือไม่ และได้รับอนุญาตจากบริษัทให้ขายประกันผ่านทางโทรศัพท์ได้หรือไม่
นอกจากนี้ คปภ. ยังร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย ในการออกคู่มือปฏิบัติสำหรับพนักงาน เพื่อกำหนดแนวทางขายประกันอย่างเหมาะสมด้วย หลังมีปัญหาผู้บริโภคถูกสถาบันการเงินและบริษัทประกันโทรศัพท์รบเร้าให้ซื้อกรมธรรม์
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ควรทราบสิทธิเบื้องต้นที่พึงกระทำเวลาที่ตัวแทนขายประกันโทรศัพท์เข้ามาด้วย ซึ่งนอกจากการแจ้งชื่อ นามสกุล และเลขที่ใบอนุญาตของตัวแทนแล้ว ช่วงเวลาที่เสนอขายประกันที่สามารถทำได้คือ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30-19.00 น. เท่านั้น และหากเคยเสนอขายประกันแต่ได้รับการปฏิเสธไปแล้ว ตัวแทนห้ามเสนอขายอีกภายในระยะเวลา 6 เดือน รวมถึงห้ามตัวแทนบันทึกเสียงโดยเด็ดขาดหากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บริโภคเสียก่อน
แม้สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่อย่างน้อยก็เป็นการรักษาสิทธิโดยชอบธรรมของผู้บริโภคทั้งหลายที่ไม่ปล่อยให้มีการขายประกันได้ง่ายๆ ผ่านทางโทรศัพท์ ในเมื่อการลักลอบขายข้อมูลผู้บริโภคให้กับบริษัทประกันยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ตราบใดที่คนในเป็นคนขายข้อมูลเสียเอง!






























