เมื่อใดก็ตามที่มีวันหยุดเทศกาลหรือวันหยุดยาว ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสุดฮิต มักจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ นี่ยังไม่รวมคนที่เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วย จนทำรถติดยาวเหยียด จากที่ปกติเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย กลายเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ซึ่งถ้าคุณไม่อยากเสียอารมณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว Tonkit360 มีวิธีเด็ดเลี่ยงรถติดช่วงเทศกาลมาฝากกัน!
วางแผนการเดินให้ไม่ตรงกับชาวบ้าน
การออกเดินทางช่วงเวลาเดียวกับคนอื่น ๆ ทำให้รถของเราต้องไปติดแหง็กอยู่บนท้องถนนร่วมกับเพื่อนร่วมทางคนอื่น ๆ เสียเวลาอีกเป็นชั่วโมง ๆ แทนที่จะถึงจุดหมายปลายทางตามที่วางโปรแกรมไว้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสียอารมณ์กับเรื่องเหล่านี้ ควรวางแผนเรื่องการเดินทางให้ดี ด้วยการจัดวันเดินทางที่ออกก่อนคนอื่นและกลับก่อนคนอื่น หรือไม่ก็ออกหลังคนอื่นและกลับหลังคนอื่นเช่นกัน
การไปต่างจังหวัดที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงด้วยแล้ว ก็จำเป็นต้องเผื่อเวลาเดินทางเป็นพิเศษ ด้วยการเลือกเวลาให้เหลื่อมกับช่วงพีคที่คนชอบเดินทางกัน หรือถ้าจะให้ดีก็ควรออกเดินทางล่วงหน้าก่อนวันหยุดยาว 1-2 วัน (ในกรณีที่สามารถลาพักร้อนพ่วงไปด้วยได้) ส่วนวันเดินทางกลับก็อาจจะกลับก่อนหมดวันหยุดยาวสัก 1 วัน หรือเลื่อนวันกลับให้ช้ากว่าคนอื่นไปเลย
เลือกท่องเที่ยวเมืองรอง
แทนที่จะไปแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หรือจังหวัดที่คนชอบไปกัน ก็อาจจะเลือกไปเที่ยวเมืองรองแทน ซึ่งก็มีความงดงามทางธรรมชาติ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ชวนตื่นตาตื่นใจได้ไม่แพ้กันในทุกภาค โดยเมืองรองมีให้เลือกเที่ยวมากถึง 55 จังหวัด คิดเป็น 3 ใน 4 ของจังหวัดทั้งหมดในประเทศไทยเลยทีเดียว อาทิ เชียงราย น่าน บึงกาฬ นครพนม ชัยนาท ราชบุรี จันทบุรี นครนายก ระนอง นครศรีธรรมราช เป็นต้น เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่อยากหงุดหงิดเรื่องรถติดเพราะคนแห่กันขับรถไปที่เดียวกัน การไปเที่ยวเมืองรองก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน
นั่งเครื่องบินแล้วเช่ารถต่อ
ถ้าจุดหมายปลายทางสุดฮิตที่จะไปนั้นสามารถนั่งเครื่องบินไปได้ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย หรือ น่าน การนั่งเครื่องบินไปก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด นอกจากจะหนีปัญหารถติดระหว่างทางได้แล้ว ก็ยังช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้อย่างมาก ทำให้มีเวลาท่องเที่ยวมากขึ้น จากนั้นค่อยไปหารถเช่าต่อที่จังหวัดนั้น ๆ แทน เพื่อการเดินทางที่คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันรถเช่าไม่ได้มีเช่าแค่ที่สนามบินเท่านั้น แต่สามารถจองล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จึงสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งค่าตั๋วเครื่องบินที่จองในช่วงมีโปรโมชันก็ราคาไม่แรงด้วย
ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง
เมื่อมุ่งมั่นตั้งใจจะไปเที่ยวยังจุดหมายปลายทางที่ฮอตฮิตจริง ๆ ควรเลือกไปเส้นทางเลี่ยงเมืองแทน เพราะอย่างน้อยการจราจรก็คล่องตัวกว่ามาก ซึ่งเส้นทางเลี่ยงเมืองจากกรุงเทพฯ ที่ Tonkit360 นำมาฝากนี้ เป็นข้อมูลที่แนะนำโดยกรมทางหลวง
ภาคเหนือ
- เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.พระนครศรีอยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์
- เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณบุรี) – จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้า สู่จังหวัดนครสวรรค์
- เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ์
- เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต – ต่างระดับคลองหลวง (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – เชียงรากน้อย (ทางหลวงหมายเลข 3214) – ทางหลวงหมายเลข 347 – ทางหลวงหมายเลข 32 จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่ภาคเหนือ
- เส้นทางที่ 5 จากกรุงเทพฯ ไปวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9) – ต่างระดับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) – อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – ถนนโรจนะ (ทางหลวงหมายเลข 309) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ
- เส้นทางที่ 6 จากกรุงเทพฯ ไปวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9) – ทางหลวงหมายเลข 3214 (เส้นคลองหลวง-ธรรมศาสตร์) – ทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าอำเภอบางปะหัน เข้าสู่ภาคเหนือ
- เส้นทางที่ 7 จากกรุงเทพฯ ลงทางด่วนอุดรรัถยา ลงด่านเก็บเงินค่าผ่านทางบางปะอิน แนะนำเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าอำเภอบางปะหัน (เลี่ยงการจราจรตรงต่างระดับบางปะอิน)
- เส้นทางที่ 8 จากกรุงเทพฯ ลงทางด่วนอุดรรัถยา ลงด่านเก็บเงินค่าผ่านทางเชียงราก ตรงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนะนำ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าอำเภอบางปะหัน (เลี่ยงการจราจรถนนพหลโยธิน)
ภาคอีสาน
- เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – ต.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 21) – อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148) – ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
- เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
- เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา หรือจาก อ.บ้านนาไร่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าสู่ อ.กบินทร์บุรี สู่ อ.อรัญประเทศ
- เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314 หรือ ทางหลวงหมายเลข 304) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
- เส้นทางที่ 5 จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) – ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (ทางเบี่ยงที่ กม.65+200) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
ภาคตะวันออก
- เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา)
- เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท
- เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304)
- เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไปทางหลวงหมายเลข 34 ถนนเทพรัตน – ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท
ภาคใต้
- เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะใช้เส้นทางวงแหวนตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9 ถนนกาญจนาภิเษกตะวันตก) เพื่อเดินทางไปยังภาคเหนือ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมทางหลวงแนะนำเส้นทางเลี่ยงงานก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 9 ช่วงระหว่างต่างระดับสามโคก-ต่างระดับบางปะอิน ดังนี้
- ไปภาคเหนือ จากทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนตะวันตก – เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3111 ที่ต่างระดับสามโคก – เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3263 ที่แยกเสนา – เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 347 ที่แยกวรเชษฐ์
- ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนตะวันตก – เข้าทางหลวงหมายเลข 345 ที่ต่างระดับบางบัวทอง – เข้าทางหลวงหมายเลข 305 ที่รังสิต – เพื่อเดินทางต่อไปใช้ทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนตะวันออก หรือใช้เส้นทางที่ 3 (กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ต่อไป
เที่ยวใกล้บ้าน ไม่เสียเวลาเดินทาง
แทนที่จะเสียเวลาอยู่บนท้องถนนโดยไม่จำเป็น ลองเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวไกล ๆ ที่ต้องขับรถ 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป มาเป็นการท่องเที่ยวสถานที่ใกล้บ้านแทน โดยให้เลือกจังหวัดที่ใช้เวลาเดินทางจากบ้านพักเพียง 1-2 ชั่วโมง จะได้ไม่เสียเวลาอยู่บนรถนานนัก และควรจะปักหมุดที่เที่ยวให้อยู่บนเส้นทางเดียวกันจะได้ไม่เดินทางแบบย้อนไปย้อนมา เพียงเท่านี้การท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว หรือวันหยุดช่วงเทศกาลก็จะไม่ทำให้เราต้องเสียอารมณ์เพราะรถติดอีกต่อไป หรือจะวางแผนเที่ยวแบบ staycation ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว






























