สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าข่าวความสัมพันธ์ของ ยูทูบเบอร์คนดังกับแฟนนักแสดงสาวจะกลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ในภาษาข่าว ต้องบอกว่าเรื่องแบบนี้เป็นประเด็นแบบ “Human Interest” แปลเป็นไทยว่า “เรื่องที่ชาวบ้านชอบ” เพราะการได้ติดตาม วิจารณ์ หรือพูดถึงเรื่องราวของคนอื่น เหมือนเป็นการปลดปล่อยชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายของตนเอง
แต่เอาเข้าจริง เรื่องดังกล่าวมองได้ทั้งในมุมของความสัมพันธ์และในมุมของอาชีพยุคดิจิทัลกับการเป็น Youtuber ที่เมื่อมีการทำเนื้อหา หรือสิ่งที่พวกเขาเรียกมันว่า Content โดยใช้ชีวิตจริงตัวเอง แลกกับยอดวิว ยอด Subscribe สิ่งที่ตามมาคือการต้องรับมือกับคอมเมนต์ หรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และพยายามทำในสิ่งที่ “เอฟซี” (Fan Club) ชื่นชอบแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง จนท้ายที่สุดมันกระทบต่อการใช้ชีวิตของตนเองและความสัมพันธ์ บทสรุปก็จะเป็นอย่างที่เห็น
เมื่อมองในมุมของอาชีพยุคดิจิทัลกับการเป็นยูทูบเบอร์นั้น ทุกวันนี้เป็นอาชีพที่วัยรุ่นหลายคนใฝ่ฝัน ต่างมองว่าเป็นอาชีพที่น่าสนุกและเงินดี หากแต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังการทำเนื้อหาแต่ละคลิปนั้นต้องแลกมากับหลาย ๆ สิ่งที่เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อชีวิตที่เป็นอยู่ไม่น้อย เหมือนดั่งที่ยูทูบเบอร์ชื่อดังอย่างน้อยสองคน ที่ออกมาสารภาพแล้วว่าชีวิตกำลังใกล้จะถึงจุดแตกหักเพราะการเป็นยูทูบเบอร์ อย่าง แมตต์ ลีส์ และแอล ไมล์ส ทั้งสองคนบอกเหมือนกันว่า
การเป็นลูกรักของระบบอัลกอริธึมของยูทูบนั้น ทำให้เหล่ายูทูบเบอร์ต้องอัปโหลดคลิปอย่างสม่ำเสมอ ต้องเป็นคลิปที่คนดูชื่นชอบ ถ้าไวรัลด้วยจะยิ่งดี เพราะระบบอัลกอริธึมของยูทูบ จะทำให้คลิปของคุณถูกกระจายออกไปสู่ผู้ชมอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าคุณเป็นยูทูบเบอร์ประเภทนาน ๆ อัปโหลดที ไม่มีความสม่ำเสมอ ช่องของคุณก็จะเข้าถึงได้ยาก มีคนเห็นน้อย ส่งผลต่อรายได้ และยอดผู้ติดตาม
การวิ่งตามระบบอัลกอริธึมของยูทูบ ทำให้เหล่ายูทูบเบอร์ต่างรู้สึกกดดัน เครียด และต้องใช้ร่างกายและจิตใจอย่าหนักในการทำคลิปออกมาให้ได้ความถี่ สุดท้ายแล้วก็ส่งผลต่ออารมณ์ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ดูแล้วก็ไม่ต่างจากยูทูบเบอร์ชื่อดังที่กำลังเป็นข่าวในตอนนี้ ที่เรียกว่าต้องทำคลิปตามที่เอฟซีชอบ ยิ่งทำ อัลกอริธึมก็ยิ่งต้องการเพิ่ม เขาก็ต้องผลิตออกมาเรื่อย ๆ สุดท้าย ก็ส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ของตนเอง
ซึ่งในมุมของความสัมพันธ์นั้น คงต้องขอยกเอาคำที่ว่า “ศีลเสมอกัน” อันมีที่มาจากคำของพระพุทธเจ้า “ผู้มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ภรรยาและสามีทั้งสองนั้นย่อมได้พบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ”
คำว่า ศีลเสมอกัน เป็นการอธิบายถึงการเลือกคบหาคน หรือการดูว่าคนที่เรากำลังจะคบหานั้นมีลักษณะแบบไหน มีจุดเริ่มต้นและดำเนินชีวิตมาอย่างไร อยู่ด้วยกันแล้วฉุดให้ชีวิตอีกฝ่ายดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนจาคะนั้นหมายถึงการมีใจที่เมตตา หรือยินดีเสียสละความสุขสบายและผลประโยชน์ส่วนตัวได้
เพราะการเป็นคู่รักนั้น การมีจาคะคือองค์ประกอบสำคัญ ที่แต่ละคนจะยินดีเสียสละตัวตนครึ่งหนึ่งของตนเอง ยินดีที่จะปรับตัวเข้าหากัน มิใช่เปลี่ยนให้อีกฝ่ายเป็นอย่างที่เราต้องการ หรือต้องการให้อีกฝ่ายรับในสิ่งที่ตนเองเป็นให้ได้โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึก หรือ ไม่พยายามจะรับรู้ว่าอีกฝ่ายยากลำบากเพียงใดในการประคับประคองความสัมพันธ์
การใช้ชีวิตนั้นทำให้เรามีความสัมพันธ์กับผู้คนมากมายทั้งในอดีตและปัจจุบัน หากคิดจะขายชีวิตตัวเองบนโลกออนไลน์ ก็ต้องรับรู้ถึงสิ่งที่จะเป็นผลกระทบตามมา ไม่ใช่รับรู้แต่ยอดรายได้ ขณะเดียวกัน การที่เราจะมีความสัมพันธ์กับใครนั้นควรคิดให้มากกว่าเรื่อง “รัก ๆ ใคร่ ๆ หรือความพอใจของตัวเราเอง”
เหมือนในหนังสือ “เจ้าชายน้อย” (Le Petit Prince) ที่ หมาป่าพูดกับเจ้าชายน้อยว่า “Nous sommes responsables pour ceux qui nous avons apprivoise” “เราต้องรับผิดชอบกับทุกความสัมพันธ์ที่เราได้สร้างขึ้นมา”
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ