หากพูดถึง “การตรวจสุขภาพก่อนเดินทางไปต่างประเทศ” สำหรับคนไทยอาจเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยกันเท่าไรนัก โดยเฉพาะการไปต่างประเทศแบบที่ไปเที่ยวธรรมดาไม่กี่วันก็กลับ ไม่ได้ไปเรียนหรือไปทำงาน ที่ต้องไปอาศัยอยู่ต่างประเทศนานหลายเดือนหลายปี ที่สำคัญคือในกรณีนั้น ปกติเราจำเป็นต้องตรวจร่างกายเพื่อยื่นเอกสารทำเรื่องขอพำนักชั่วคราว เป็นการบังคับว่าต้องไปตรวจสุขภาพถึงจะยื่นหลักฐานครบ ส่วนการไปเที่ยวเป็นการเดินทางระยะเวลาสั้น ๆ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปตรวจ หากประเทศปลายทางไม่ได้ร้องขอผลการตรวจสุขภาพ รวมถึงอาจมีความคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจให้เสียเงินเสียเวลาด้วยซ้ำไป แค่ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายเมื่อไปต่างประเทศก็มากพอแล้ว
การตรวจสุขภาพก่อนเดินทางไปต่างประเทศเป็นสิ่งที่คนไทยไม่ชิน ทว่าในประเทศซีกโลกตะวันตก ทั้งในยุโรปและอเมริกา การตรวจสุขภาพก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศจะถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พวกเขาต้องทำ เมื่อคิดจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะการมาเที่ยวประเทศเขตร้อน พวกเขาต้องไปพบแพทย์ก่อน เพื่อฉีดวัคซีน และขอคำปรึกษาต่าง ๆ
ภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจด้อยประสิทธิภาพในต่างแดน
ตรงนี้ทำให้เราพอจะอนุมานได้ว่าร่างกาย ภูมิคุ้มกัน และความไวต่อการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเขตร้อนอาจจะดีกว่าคนที่มาจากพื้นที่หนาว พูดง่าย ๆ ก็คือความร้อนจะมีผลต่อการปรับตัวต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งสิ่งมีชีวิตในที่นี้ไม่ได้มีแค่มนุษย์ แต่ยังหมายรวมถึงเชื้อโรคต่าง ๆ เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กพวกนี้จะเจริญเติบโตได้ดีกว่าในที่ที่มีอุณหภูมิสูง ตราบใดที่ไม่ได้สูงขนาดที่จะฆ่าพวกมันได้ ความร้อนจะกลายเป็นอุณหภูมิที่พอเหมาะในการการฝักตัว ส่วนร่างกายของมนุษย์ในเขตร้อนก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งเหล่านี้ให้ได้เพื่อที่จะได้อยู่รอด
เพราะเราอยู่ร่วมกับเชื้อโรคได้ด้วยภูมิคุ้มกัน แม้ว่าเชื้อโรคจะเติบโตได้ดี แต่ร่างกายเราก็มีภูมิคุ้มกันที่ดีในระดับหนึ่งเหมือนกันจากการปรับตัวให้ชินกับเชื้อโรคที่มีอยู่ เราจึงไม่ค่อยเป็นอะไรง่าย ๆ เพราะร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างอาหารที่ขายข้างถนน เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ถูกหลักสุขอนามัย แต่เรากินกันได้ไม่เป็นอะไร หรือน้ำแข็งหลอด ที่เราเห็นขายกันทั่วไปนั้นมันไม่ได้สะอาด 100 เปอร์เซ็นต์หรอก อาจจะปนเปื้อนเชื้อโรคบางอย่างที่ไม่ได้ร้ายแรงมาด้วย การรับเชื้อโรคเข้าไปทีเล็กทีละน้อย ร่างกายที่แข็งแรงภูมิคุ้มกันดีอยู่แล้วอาจไม่ได้แสดงออกด้วยการป่วยฉับพลัน เช่น ท้องร่วง ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ อีกทั้งยังอาจรับเชื้อโรคนั้นไปสร้างภูมิคุ้มกันอีกต่างหาก
แต่เชื่อหรือไม่ว่าแค่น้ำแข็งหลอดที่คนไทยเดินเคี้ยวกันเป็นล่ำเป็นสัน หากซื้อจากร้านเดียวกันที่ปนเปื้อนเหมือนกัน อาจทำให้คนต่างชาติที่กินน้ำแข็งนั้นมีอาการท้องร่วง อาหารเป็นพิษ เสียชีวิตได้เลย แต่คนไทยไม่เป็นอะไร ในทางกลับกัน ถ้าเราไปเที่ยวต่างประเทศที่เป็นประเทศที่ร้อนกว่าบ้านเรา เราก็อาจจะเจอเชื้อโรคบางอย่างที่ไม่ได้มีอยู่ในภูมิภาคบ้านเรา เมื่อเราไม่เคยเจอเชื้อนั้นมาก่อน แน่นอนว่าร่างกายเราไม่มีภูมิต้านทาน ถ้าเราไปรับเชื้อโรคนั้นมา ร่างกายก็จะตอบสนองเป็นอาการป่วยฉับพลันได้เหมือนกัน นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราจึงอาจต้องไปตรวจสุขภาพก่อนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ร้อนกว่าบ้านเรา หรือทุรกันดารและด้อยทางการแพทย์กว่าบ้านเรา
กรณีที่ควรพบแพทย์ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม มีกรณีเฉพาะที่น่าจะต้องไปปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทางไปต่างประเทศ หากคุณเข้าข่ายตามนี้
1. มีโรคประจำตัว หรือมีปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดปัญหาในการเดินทาง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด อาการของโรคอาจรุนแรงขึ้นได้จากการเดินทาง และร่างกายก็ไม่แข็งแรงในการต่อสู้กับเชื้อโรคเหมือนคนที่ไม่มีโรคประจำตัว การรับเชื้อโรคบางตัวอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ให้แพทย์พิจารณาเป็นราย ๆ ไป หรือเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทาง
2. จะเดินทางไปทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่การระบาดของโรคไข้เหลือง อย่างน้อยจึงต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองก่อนการเดินทาง และอาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีนอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น
3. จะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคมาลาเรีย ถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มาลาเรียระบาดหนักอย่างในทวีปแอฟริกา และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกตอนใต้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
4. จะเดินทางไปในประเทศพัฒนาน้อย ประเทศเหล่านี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าเดินทางไปสำรวจ แต่สุขอนามัยและความรู้ทางการแพทย์ของผู้คนที่นั่นอาจมีไม่มากพอ อีกทั้งพื้นที่ของประเทศเหล่านี้อาจมีการระบาดของโรคบางโรคอยู่ด้วย ต้องระวังอาหารการกิน และพวกสัตว์ต่าง ๆ ที่อาจเป็นพาหะนำโรค
5. จะเดินทางใปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพสูง เช่น การเดินทางไปเที่ยวในเขตที่มีพื้นที่สูงมาก ๆ แล้วร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ เนื่องจากความกดดันอากาศที่เปลี่ยนไปเมื่อขึ้นสู่ที่สูง อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ เหนื่อยหอบ
6. จะเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังมีการระบาดของโรคติดเชื้อบางอย่าง
การตรวจสุขภาพก่อนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอาจไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องทำเสมอไป ลำพังแค่รักษาสุขภาพและระวังเรื่องทั่ว ๆ ไปตามหลักสุขอนามัยก็เพียงพอแล้ว จะมีเพียงคนส่วนน้อยดังที่กล่าวมาข้างต้นที่ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อน แต่ถ้าสามารถทำได้มันก็จะดีต่อตัวเราเอง เพราะถ้าเรามีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงพอ เป็นโรคติดต่อ (ซึ่งอาจเป็นโรคต้องห้ามของประเทศนั้น ๆ) หรือมีโรคประจำตัวก็อาจเป็นอุปสรรคระหว่างการเดินทางและการใช้ชีวิตในที่ที่ร่างกายไม่คุ้นเคยได้ อาจทำให้โรคกำเริบรุนแรงขึ้น และเสี่ยงที่จะรับเอาเชื้อโรคจากต่างแดนเข้าตัวได้ง่ายขึ้นด้วย การเดินทางไปต่างถิ่น มีโอกาสที่เราจะต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพที่ไม่คาดคิด ป้องกันดีกว่าแก้






























