ราชันย์แห่งยุโรป

คนที่เคยหล่นทรรศนะไว้ว่าเจอ เรอัล มาดริด ในนัดชิงฯ ง่ายกว่า แมนฯ ซิตี้ นั้นคงรู้แล้วว่า “ราชันชุดขาว” นั้นไม่ง่ายเหมือนอย่างใคร ๆ ปรามาสไว้ พวกเขามีความเขี้ยวและความอดทนรอจนกระทั่งโอกาสพิชิต “หงส์แดง” มาถึง และไม่พลาดที่จะปิดเกมเอาชนะไปได้ 1-0 จากฝีเท้าของ วินิซิอุส จูเนียร์

นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปิดฉากลงด้วยแชมป์สมัยที่ 14 ของ “ราชันชุดขาว” ทั้ง ๆ ที่ทีมจากเกาะอังกฤษพับสนามบุกถล่มในครึ่งแรกแต่ทำอะไรไม่ได้ พวกเขาเกิดมาเพื่อถ้วยนี้จริง ๆ ทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ แสดงให้เห็นว่ายังคงมีนักเตะเก๋าประสบการณ์และจิตแกร่งอย่าง คาริม เบนเซม่า, โทนี่ โครส, คาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช และ ดาวิด อลาบ้า ซึ่งจำเป็นมากสำหรับเกมสำคัญแบบนี้ รวมทั้ง ทีโบต์ กูร์กตัว นายทวารที่ต้องได้เครดิต 

มาดริด นั้นยิ่งเล่นยิ่งแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาได้ประตูขึ้นนำก่อน ซึ่งนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ลูกทีมคล็อปป์ ควรจะปล่อยให้เกิดขึ้น เพราะคู่ต่อสู้นั้นเล่นในลักษณะปิดเกมเก่งมาก

ขณะที่ ลิเวอร์พูล เองนั้น แม้จะดีกว่า 4 ปีที่แล้วในนัดชิงที่เคียฟ ใกล้เคียงกับ เรอัล มาดริด มากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคงหลงเหลี่ยมเล่นไปเข้าทางคู่แข่งมากเกินไป อุตส่าห์รอดจากการเสียประตูด้วยลูกล้ำหน้าปัญหาของ เบนเซม่า มาแล้ว ยังปล่อยเกมรับไร้เดียงสาบางจังหวะพลาดง่าย จะไปโทษ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ คนเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก

ผมมองว่าจังหวะรองซ้อนปิดช่องว่างตั้งแต่ในแดนกลางทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ผมไม่แปลกใจที่ เยอร์เก้นน์ คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ตัดสินใจเปลี่ยน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ติอาโก้ อัลคันทาร่า ออกทั้งคู่ 

ในช่วงซัมเมอร์นี้ก็ต้องวัดใจคล็อปป์ ล่ะว่าจะทำอะไรกับพื้นที่ในแดนมิดฟิลด์นี้หรือไม่ เพราะตั้งแต่เสีย จีนี่ ไวนัลดุม ไปนั้น ลิเวอร์พูล ขาดคนเข้าปะทะในแดนกลาง รวมทั้งตัวที่สามารถวิ่งขึ้นไปกวนในพื้นที่กรอบเขตโทษของคู่ต่อสู้ หรือที่ภาษาบอลเขาเรียกผู้เล่นแบบ “บ็อกซ์ทูบ็อกซ์” 

ติอาโก้ พยายามทำในบางจังหวะแต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด

สุดท้ายก็ต้องยอมรับกับผลงานในฤดูกาล 2021-22 ว่า “หงส์แดง” ได้สองแชมป์กับอีกสองรองแชมป์ ไม่ถึงกับผิดหวังแต่ไม่สะใจเท่าที่ควร เพราะไม่มีถ้วยใหญ่กลับถิ่นแอนฟิลด์เลย แถมยังไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ กับฟุตบอลสโมสรโลกอวดศักยภาพต่อด้วย

คล็อปป์ และทีมงานคงหงุดหงิดพอสมควร แต่นั่นเท่ากับจะเป็นการเพิ่มไฟในการต่อสู้และพัฒนาทีมให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีกในฤดูกาลหน้า ดูสิว่าพวกเขาจะหาทางยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกได้อย่างไร?

ในเมื่อ “เป๊ป” โชว์ให้เห็นความน่ากลัวก่อนด้วยการดึง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ศูนย์หน้าดาวรุ่งจากดอร์ทมุนด์มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียบร้อยแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กุนซือใหม่อย่าง เอริค เทน ฮาร์ก มาแล้ว สเปอร์สดีวันดีคืน อาร์เซนอลก็น่าจับตามอง เพราะมีดาวรุ่งเก่งอยู่หลายคน เพราะฉะนั้น ลิเวอร์พูล จะหยุดนิ่งไม่ได้ ทั้งการทุ่มเทในการต่อสัญญากับซูเปอร์สตาร์ในทีม รวมทั้งการดึงนักเตะใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาด้วย

ประมาทไม่ได้เป็นอันขาดเชียว วงการฟุตบอลยุคนี้การแข่งขันมันสูงมากครับ.