Again My Life โอกาสมีชีวิตใหม่ จงสู้ให้ได้ อย่าตายเปล่า!

ภาพจาก FB : SBS Drama

เป็นปกติที่ตามหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กจะคึกคักมากเป็นพิเศษ ในช่วงที่ฝั่งเกาหลีมีซีรีส์ล็อตใหม่กำลังจ่อคิวออนแอร์แทบจะวันเว้นวัน พวกเพจต่าง ๆ ที่มักจะคอยอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับซีรีส์หรือภาพยนตร์ก็จะโหมประชาสัมพันธ์นับถอยหลังรอวันที่ซีรีส์ออนแอร์ หลังจากตอนแรกจบไป ก็จะเริ่มมีการรีวิวและวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นธรรมเนียม แต่จะมีบางเรื่องเท่านั้นที่จะจุดติดเป็นกระแสได้ง่ายกว่าใครเพื่อน เป็นที่พูดถึงไปยาว ๆ จนกว่าจะจบ หากเป็นเรื่องที่คอซีรีส์รอคอยอย่างจดจ่อเป็นพิเศษ สาเหตุนี้มักมีที่มาจากการรอคอยนักแสดง บทบาทที่เขาได้รับ รวมถึงบทและเนื้อเรื่องที่ตรึงคนดูไว้ได้หลังจากตอนแรกจบ ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

Again My Life เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่กระแสค่อนข้างมาแรงในเวลานี้ อันดับแรกเลย เพราะเป็นผลงานคัมแบ็กของ อีจุนกิ พระเอกเบอร์ต้น ๆ ของวงการที่ใครหลายคนต่างรอผลงานใหม่ เพราะเขาหายหน้าไปนานเลยเหมือนกัน หลังจากผลงานล่าสุด Flower of Evil เมื่อเกือบ 2 ปีก่อน (แต่เหมือนผ่านไปไม่นาน) ที่น่าสนุกก็คือความเดือดของเรื่องราวและบทบาทที่เขากลับมาในครั้งนี้ รับรองว่าแฟน ๆ ของอีจุนกิไม่มีทางพลาดเด็ดขาด

แต่ความจริงแล้วที่เลือกเปิดเรื่องนี้ขึ้นมาดู ทั้งที่ซีรีส์อีกเรื่องหนึ่งที่กำลังออนแอร์อยู่อีกช่องก็มีกระแสไม่น้อยไปกว่ากัน เป็นเพราะยังมูฟออนจากซีรีส์แนวกฎหมาย เรื่องราวของศาลและอัยการไม่ค่อยได้ จากเรื่อง Juvenile Justice ที่เพิ่งมีชื่อเข้าชิงรางวัลหลายสาขา และเรื่องที่กำลังมันและตื่นเต้นสุด ๆ อย่าง Military Prosecutor Doberman สัปดาห์ที่ผ่านมาตัดจบไปแบบลุ้นจนเล็บจิก ทำให้อารมณ์ค้างหนักมาก รวมถึงยังคงวนเวียนอยู่กับซีรีส์แนวยมทูตและโลกหลังความตาย Tomorrow ซีรีส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยู่เลย ใช่แล้ว Again My Life เป็นส่วนผสมของ 2 แนวนี้

Again My Life เป็นซีรีส์แนวกฎหมาย-แฟนตาซี-ดราม่า-แก้แค้น-อาชญากรรม เรื่องราวของอัยการหนุ่มผู้รักความยุติธรรมเหนือสิ่งอื่นใด เขาได้รับโอกาสให้มีกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปเพราะถูกฆาตกรรมจากอำนาจมืด เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเล่นเปิดหน้าต่อสู้กับความอยุติธรรมและความชั่วร้ายอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะคดีทุจริตที่นักการเมืองดัง ผู้มีอำนาจล้นมือแต่สวมหน้ากากพ่อพระของสังคมเข้าไปมีเอี่ยว แต่ความมุทะลุดุดันพุ่งชนทุกอย่างอย่างไม่เกรงกลัว ไม่อาจสู้กับคนที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและถือไพ่เหนือกว่าได้

ภาพจาก FB : SBS Drama

ชีวิตใหม่ของเขาเริ่มต้นขึ้น โดยถูกให้ย้อนเวลาไปประมาณ 15 ปี โดยที่เขาจำได้ทุกอย่างว่าตนเองตายไปแล้วชีวิตหนึ่ง เมื่อได้พบกับยมทูตสาวที่บอกกับเขาว่าจะให้โอกาสเขาได้ทวงคืนความยุติธรรมอีกครั้ง เธอเตือนให้เขา “ดักเขา (นักการเมืองผู้ชั่วร้าย) ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ไม่เช่นนั้นอาจได้ตายเปล่าอีกรอบก็ได้ และขอร้องให้เขาทำให้คนชั่วได้เห็นทีว่าโลกคนเป็นก็มีนรกเหมือนกัน เพราะกว่าจะได้รับโทษในโลกหลังความตายมันนานเกินไป (นักการเมืองนั่นต้องชั่วร้ายขนาดไหนกัน ถึงขนาดที่ยมทูตก็ยังรอลงโทษหลังจากตายแล้วไม่ได้เนี่ย)

เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากความบู๊ระห่ำของเนื้อเรื่องแล้ว นี่ยังว้าวกับความหน้าเด็กของอีจุนกิมาก ๆ ย้อนเวลาไป 15 ปี เขาก็ยังใส่ชุดนักเรียนมัธยมได้แบบที่ดูแล้วไม่ขัดตาเลยสักนิด สมัยที่เขาเล่นเป็นพระรองเรื่อง My Girl เมื่อ 17 ปีก่อนเป็นยังไง ผ่านมานานขนาดนี้ หน้าของเขาก็ยังเหมือนเดิม ที่จะบอกเพิ่มเติมก็คือ ในวันพรุ่งนี้ (17 เมษายน) เขาก็จะมีอายุครบ 40 ปีแล้ว (นับสากล) อะไรจะดูละอ่อนได้ขนาดนั้น อ้อ! แต่ที่ขัดใจมาก ๆ ก็คือ ใครเป็นคนแต่งหน้านักแสดงอะคะ หน้าเทาลอยเด่นออกมาแทบทุกฉาก เป็นคนหล่อที่โดนแกงตลอดก็ไม่ไหวนะ 555

เป็นเพราะคุณมีความยุติธรรมแต่ไม่มีอำนาจหรือเปล่านะ

ใครที่เป็นคอซีรีส์เกาหลี (และอาจจะซีรีส์ชาติอื่นด้วยมั้ง) จะรู้เลยว่าเกาหลีเขาพยายามทำซีรีส์ที่สื่อว่า “คนมีอำนาจเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด” มาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว เผลอ ๆ บางทีอำนาจอาจอยู่เหนือเงิน ที่เรามักจะบอกว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างด้วยซ้ำไป เงินที่มูลค่ามากพอสามารถซื้อความเป็นคนไปจากใครได้เช่นไร อำนาจก็ใช้ข่มให้คนกลัวและทำลายชีวิตคนได้เช่นนั้น โดยไม่เว้นให้กับคนมีเงิน

ภาพจาก FB : SBS Drama

เมื่อคำว่า “ยุติธรรม” ถูกพูดถึงพร้อมกับคำว่า “อำนาจ” อาจทำให้คำแรกไม่มีค่า ไม่มีความหมายเลยก็ได้ ในการต่อสู้ในชีวิตจริง เราแทบจะสัมผัสไม่ได้เลยด้วยซ้ำไปว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง เพราะจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่ว่าใครเหนือกว่าใครต่างหาก คนนั้นถึงเป็นจะเป็นผู้ชนะ! บ่อยครั้งที่การพยายามใช้อำนาจไม่จำเป็นต้องแอบทำอย่างเนียน ๆ สามารถใช้ได้เลยอย่างหน้าด้าน ๆ นั่นแหละไม่ต้องกลัวว่าจะโป๊ะ เพราะใครก็ต้านทานไม่ได้ ใครที่ต่อต้านหรือต้านทาน มันก็จะมีจุดจบไปก่อนที่จะได้สู้อย่างสุดแรงด้วยซ้ำ เหมือนอัยการหนุ่มคนนี้แหละ

อัยการหนุ่มถูกลวงไปฆ่า แถมยังพยายามใส่ร้ายให้ตายไปแบบคนไม่ดีอีกต่างหาก ทั้งที่เขาพยายามจะกระชากหน้ากากพ่อพระจอมปลอม หน้ากากที่ใคร ๆ เห็นก็ไม่คิดว่าใต้หน้ากากจะเป็นอาชญากรได้ ผู้รักษากฎหมายอย่างเที่ยงธรรมและยึดมั่นในความจริงเท่านั้น มุ่งมั่นที่จะลงโทษคนผิดถึงขนาดลั่นวาจาว่า “ผมจะทำให้เขาชดใช้ที่คอสเพลย์เป็นเทวดา และแหกตาประชาชนครับ” แต่คนผิดคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ถึงเขาจะเป็นคนดีที่รับใช้ประชาชนและประเทศชาติ เขาก็ไม่มีที่ยืนแม้แต่จะยืนให้ทัดเทียมคนชั่วเลยต่างหาก

ภาพจาก FB : SBS Drama

การกลับมาโดยได้ชีวิตใหม่อีกหนึ่งชีวิต เขาจึงต้องทำอะไรต่ออะไรอย่างรอบคอบและแนบเนียนกว่าเดิม จะมาใจร้อนและเดินหน้าด้วยความมุทะลุอย่างชีวิตที่แล้วไม่ได้แล้ว สาเหตุหลัก ๆ ก็คือ จะได้ไม่ต้องตายเปล่า โบกมือลาโลกไปก่อนที่คนผิดจะถูกลงโทษ เขาต้องปกป้องตัวเองให้รอดก่อนถึงจะปกป้องคนอื่นได้ เป็นภารกิจที่เขาจะต้องรีรันทุกอย่างไปตามความทรงจำของเขา การได้รีเซ็ตทุกอย่างแล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งเรียนจบมัธยมปลาย สอบเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ใหม่ ค่อย ๆ ได้รู้จักกับรุ่นพี่ตัวร้ายที่สร้างเส้นสายที่มุ่งสู่อำนาจไว้ให้

มันอาจจะเหมือการสู้ไปประนีประนอมไป แถมยังต้องแสร้างทำเป็นจงรักภักดีด้วย แต่นั่นแหละ การดับเครื่องชนไม่ได้ทำให้เราได้ทุกอย่าง (เพราะเราจะตายก่อน) การเป็นคนดีแบบออกหน้ามันชนะใส ๆ ไม่ได้ทุกสถานการณ์บนโลกใบนี้ มันต้องมีแผน ต้องเล่นเกมให้เป็น ต้องฉลาดและแกมโกงให้ได้ ที่สำคัญ ต้องมีอำนาจที่มากกว่าชีวิตที่แล้ว ถ้าคิดจะสู้กับคนมีอำนาจ เพราะคนไร้อำนาจ มักแพ้พวกคนที่มีอำนาจเสมอ ต่อให้ร่วมมือกันก็เถอะ

คุณจะไม่วันจับปีศาจได้ ถ้าไม่กลายเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า

ลบความเชื่อในอุดมคติทิ้งไปเลยว่าความดีจะชนะความชั่วได้ เพราะเราคงได้เห็นแล้วว่าทฤษฎีนี้มันใช้ไม่ได้จากเหตุการณ์จริงหลาย ๆ กรณี หลายต่อหลายคนต้องเอาชีวิตไปเดิมพัน ต้องเอาชีวิตไปพิสูจน์ให้เราเห็นว่าสุดท้ายความดีก็ต้องพ่ายแพ้ให้อำนาจอยู่ดี และก็ได้ไปยมโลกก่อนที่จะได้ลงโทษคนผิดด้วยซ้ำ อย่างน้อย ๆ ถ้ายังไม่เห็นกรณีแบบนี้ในชีวิตจริง มาดูในซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้ มันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ (เพียงแต่คาแรกเตอร์ในชีวิตแรกของพระเอกนั้นอาจจะพิทักษ์ความยุติธรรมจนสุดโต่งไปหน่อย ดูแล้วเลยรู้สึกว่ามันประดิษฐ์เกินไปนิด แต่ตั้ง EP2 ไปก็จะโอเค)

ภาพจาก FB : SBS Drama

สมเหตุสมผลยังไง คืองี้นะ อัยการหนุ่มเลือดร้อนเจ้าของฉายา “อัยการบ้า” ผู้มุ่งมั่นและกล้าหาญที่จะกำจัดความอยุติธรรมด้วยกฎหมาย กำลังสืบหาข้อมูลเพื่อเอาผิดนักการเมืองใหญ่ ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศตัวจริง และทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ท้ายที่สุด ชีวิตที่เขาเดิมพันก็ถูกฆาตกรรม แถมยังมีการวางแผนให้โลกจดจำเขาว่าเป็นอัยการขี้ยาและทุจริต ที่ฆ่าตัวตายเองอีกต่างหาก ซีรีส์ไม่ได้เล่าเกินจริงเลยนะ บนโลกใบนี้มันมีคนที่มีอำนาจขนาดที่ทำได้แบบนี้จริง ๆ แล้วก็รอดกฎหมายด้วย

นั่นหมายความว่าชีวิตใหม่ที่เขาได้รับมาจากยมทูตสาว เขาต้องไม่ใช่ฮีโร่ธรรมดา ๆ ที่ยึดมั่นว่าจะเอาชนะความชั่วได้ด้วยความดี แต่ต้องเป็นดาร์กฮีโร่ที่ใช้วิธีเหนือกฎหมายจัดการกับตัวร้ายระดับคิงเมกเกอร์ พูดง่าย ๆ ก็คือ ตัวร้ายร้ายแค่ไหน ดาร์กฮีโร่ต้องร้ายให้มากกว่า ฉะนั้น เขาจะกลับมาต่อสู้อีกครั้งในดีกรีที่ชั่วเหนือธรรมดา แม้ว่าเขาจะเป็นคนในกฎหมายก็ตาม ก็ต้องติดตามต่อไปว่าเขาจะเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายแบบไหน และที่สำคัญ เขาจะถูกความชั่วร้ายกลืนกินเอาในตอนสุดท้ายหรือเปล่า เพราะอำนาจน่ะ ยิ่งมีก็ยิ่งหลงใหล ยิ่งมีก็ยิ่งถอนตัวไม่ได้

จริง ๆ วิธีการสร้างพระเอกให้เป็นดาร์กฮีโร่ของซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นพล็อตฮิตอีกพล็อตของซีรีส์ด้วยซ้ำ เข้าใจได้ว่ามันคงเป็นความพยายามจะแสดงออกให้กับสังคมจริงนั่นแหละ เพราะสังคมจริงก็ไม่ได้ชั่วร้ายน้อยไปกว่าสังคมในซีรีส์เท่าไร เมื่อคนมีความแค้นกับสังคมมาก ๆ การเสพซีรีส์แนวแก้แค้นของดาร์กฮีโร่ก็น่าจะปลดปล่อยความรู้สึกบางอย่างของคนในสังคมได้

ภาพจาก FB : SBS Drama

การที่พระเอกได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่ห่างออกไปถึง 15 ปี แน่นอนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ให้พระเอกได้นับหนึ่งใหม่ เพื่อแก้ไขในจุดที่ตนเองคิดว่าทำพลาดในชีวิตที่แล้ว เปลี่ยนบริบท เปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างที่มันเคยเป็นส่วนหนึ่งให้เขาต้องตายก่อนวัยอันควร โดยเฉพาะสติและความเลือดร้อน รวมถึงกลุ่มคนที่จะมาร่วมทีมเวิร์ก เขาจะได้ไม่ต้องต่อสู้ด้วยตัวคนเดียว ตั้งแต่ได้ชีวิตใหม่ เขาได้ช่วยชีวิตใครเอาไว้หลายคนมาก ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนถูกผูกโยงไปถึงอนาคตในการกำจัดคนชั่ว ในเมื่ออดีตถูกเปลี่ยน ย่อมกระทบอะไรหลาย ๆ อย่าง รวมถึงอนาคต

มูลค่าจะทำให้คนโลภ และเมื่อโลภมากขึ้น ก็จะสูญสิ้นความเป็นคนไป

อีกหนึ่งข้อความที่เห็นแล้วรู้สึกประทับใจ มันอาจจะดูประดิษฐ์ไปสักนิด แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ อันที่จริงข้อความต้นฉบับตามที่อ่านซับภาษาไทยใน viu (ซีรีส์เรื่องนี้เป็น Original Content ของ viu มีซับไทยถูกลิขสิทธิ์ที่เดียว) ปรากฏว่า “นายรู้ไหมว่าอสังหาริมทรัพย์หมายถึงอะไร อสังหาริมทรัพย์เริ่มจากที่ดินหนึ่งผืน แต่การสร้างตึกและปลูกต้นไม้ลงไปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้มัน นั่นเรียกว่าความโลภ ถ้าโลภแล้วจะเป็นยังไงรู้ไหม สูญสิ้นความเป็นคนไงล่ะ”

ภาพจาก FB : SBS Drama

ใช่แล้ว คนเราถ้าความโลภบังตา อยากได้อยากมีไม่รู้จักพอ แล้วยังควบคุมความโลภของตัวเองไม่ได้ด้วยแล้วล่ะก็ สุดท้ายก็จะไม่เหลือความเป็นคนอีกต่อไป ซึ่งไอ้การควบคุมความโลภเพื่อที่จะเอาไปทำเรื่องดี ๆ นั้น ความเป็นไปได้แทบจะเป็นศูนย์เลย เพราะธรรมชาติของคนเรา เมื่อได้แล้วก็อยากได้เพิ่ม ได้เพิ่มเท่าไรก็ยังไม่หนำใจ ไม่อาจทำให้ตัวเองพอใจและหยุดได้ มีแต่ขวนขวายและพยายามจะทำให้ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนหลัง ๆ ไม่สนใจวิธีที่จะได้มาแล้วว่ามันจะถูกผิดหรือทำร้ายทำลายใครไปบ้าง ไม่เห็นอกเห็นใจใครอีกต่อไป รู้แค่ต้องทำให้ตัวเองได้เพิ่มเท่านั้น

อันที่จริง ความโลภมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความชั่วร้ายทุกอย่างก็ได้ ความอยากได้อยากมีไม่รู้จักพอ มีเยอะมีมากแค่ไหนก็ไม่ตอบสนองความพอใจตนเอง ต้องมีให้มากกว่าที่มี ก็ทำให้คนเรามีแนวโน้มที่จะขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดความคิดแบบที่รู้ผิดชอบชั่วดีไปจนหมด และเมื่อคนเรากลายเป็นปีศาจ ก็จะไม่รู้ตัวเองแล้วว่าทำเรื่องเลวร้ายอะไรลงไปบ้าง ซึ่งมันก็เหมือนกับนักการเมืองคนที่พระเอกกำลังเตรียมการที่จะกำจัดนั่นแหละ มีเงินทอง ลาภยศ ชื่อเสียง แถมยังกุมอำนาจเอาไว้ในมืออย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ยังโลภไม่มีที่สิ้นสุด

ภาพจาก FB : SBS Drama

บอกตรง ๆ ว่าแอบกลัวใจพระเอกในตอนท้าย ๆ ของเรื่องจังเลย กลัวว่าจะตีความคำพูดของยมทูตผิดจุดประสงค์เดิม ไม่รู้หรอกว่าตัวเองคิดมากเกินไปจนกังวลโดยไม่จำเป็นหรือเปล่า แต่ด้วยความที่พระเอกเป็นคนมุ่งมั่นและจริงจังมากขนาดนี้ หากต้องกลายเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าเพื่อกำจัดปีศาจ กลัวว่าเขาจะถลำลึกจนถอนตัวไม่ได้ หวังว่าซีรีส์จะไม่ใจร้ายหักมุมมาแบบนั้น ไม่อย่างนั้นที่ปูคาแรกเตอร์พระเอกมาในตอนต้นจะพังหมดเลย แต่ก็นะ ซีรีส์เกาหลีทำได้ทุกอย่าง ตัวพ่อตัวแม่ของวงการก็ชอบมีบทที่ฉีกออกไปจากเดิมด้วย ที่สำคัญ มันเป็นสัจธรรมที่เป็นไปได้

ปาฏิหาริย์เกินขึ้นกับพระเอกทำให้เขาได้โอกาสที่จะมีชีวิตใหม่ครั้ง แถมยังได้ย้อนเวลากลับไปอดีตเพื่อเริ่มต้นใหม่และวางแผนรับมือกับผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าเช่นนั้น ก็ต้องดูต่อไปว่าเรื่องจะเล่าต่ออย่างไร เขาจะวางกับดักได้อย่างรัดกุม รอบคอบ และไม่ประมาทหรือไม่ รวมถึงการปรากฏตัวของบุคคลกลุ่มใหม่ที่เขาไม่เคยรู้จักหรือไม่ได้มีบทบาทอะไรกับการทำงานของเขาในชีวิตที่แล้ว จะนำไปสู่จุดเปลี่ยนของโชคชะตาที่แตกต่างไปจากชีวิตก่อนหน้าได้หรือไม่ 😈