Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง เมษาอันบ้าคลั่ง

เมษาอันบ้าคลั่ง

วันหยุดที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีกอังกฤษเตะกันเบา ๆ ไปไม่กี่คู่ เพราะติดคิว เอฟ.เอ.คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย สัปดาห์หน้าที่จะถึงก็ต้องหลีกคิวให้กับแมตช์ทีมชาติเสียอีก เรียกว่าได้ผ่อนลมหายใจกันสักนิด แต่พอกลับมาในเดือนเมษายน คราวนี้ซัดกันอุตลุดเลยทีนี้

สำหรับเส้นทางลุ้นแชมป์นั้นจากที่ แมนฯ ซิตี้ เคยนำห่างมากกว่า 10 แต้มในช่วงปีใหม่ ตอนนี้ช่องว่างเหลือเพียงแค่คะแนนเดียวเท่านั้น “หงส์แดง” ในฐานะทีมตามไม่มีอะไรต้องเสีย ไม่กดดันเท่ากับทีมนำอย่าง “เรือใบสีฟ้า” อยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าลูกทีมของ “เป๊ป” ก็มีประสบการณ์ล้นเหลือในการลุ้นแชมป์ในโค้งสุดท้ายแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น การต่อสู้น่าจะเข้มข้นมันส์หยด ผมว่าตัวแปรสำคัญจะอยู่ที่ผลงานในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกของทั้งสองทีมว่าจะสร้างภาระให้ทั้งคู่ในการขับเคี่ยวแชมป์ลีกกันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่างเลกแรกกับเลกสอง มีแมตช์สำคัญซึ่งทั้งคู่จะต้องเผชิญหน้ากันในพรีเมียร์ลีกขั้นกลางพอดี

“หงส์แดง” โชคดีที่เจอ เบนฟิก้า คู่ต่อสู้อ่อนกว่า แอตเลติโก้ มาดริด ของ “เรือใบสีฟ้า” อาจมีโอกาสผ่อนหนักผ่อนเบาในการโรเทชันตัวผู้เล่นได้บ้าง แต่หากดูโปรแกรมในเดือนเมษายน โดยภาพรวมของ “หงส์แดง” แล้ว หนักหนาสาหัสเช่นเดียวกัน 

ลิเวอร์พูล v วัตฟอร์ด (2 เม.ย.), เบนฟิก้า v ลิเวอร์พูล (5 เม.ย.), แมนฯ ซิตี้ v ลิเวอร์พูล (10 เม.ย.), ลิเวอร์พูล v เบนฟิก้า (13 เม.ย.) แมนฯ ซิตี้ v ลิเวอร์พูล เอฟ.เอ.คัพ (16 เม.ย.), ลิเวอร์พูล v แมนฯ ยูไนเต็ด (20 เม.ย.), ลิเวอร์พูล v เอฟเวอร์ตัน (24 เม.ย.), โปรแกรมชปล. รอบตัดเชือกนัดแรก (26-27 เม.ย.), นิวคาสเซิ่ล v ลิเวอร์พูล (30 เม.ย.) 

เรียกว่าลูกทีมของ คล็อปป์ ต้องเจอทั้งจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า”, ศึกแดงเดือด และเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ แถมด้วย เอฟ.เอ.คัพ รอบรองฯ กับ แมนฯ ซิตี้อีกในเดือนเดียวกัน โหดจริง ๆ ต้องเตะทั้งหมดถึง 9 เกมในเดือนเดียวเลยเชียว และทุกนัดเปรียบเสมือนเกมชิงชนะเลิศ ไม่อยากคิดเลยว่าจะสลับตัวกันเล่นยังไง

เราลองไปดู “แชมป์เก่า” บ้างว่าโปรแกรมในเดือนเมษายนของพวกเขานั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

เบิร์นลี่ย์ v แมนฯ ซิตี้ (2 เม.ย.), แมนฯ ซิตี้ v แอตฯ มาดริด (5 เม.ย.), แมนฯ ซิตี้ v ลิเวอร์พูล (10 เม.ย.), แอตฯ มาดริด v แมนฯ ซิตี้ (13 เม.ย.), แมนฯ ซิตี้ v ลิเวอร์พูล (16 เม.ย.), แมนฯ ซิตี้ v ไบรท์ตัน (20 เม.ย.), แมนฯ ซิตี้ v วัตฟอร์ด (23 เม.ย.), โปรแกรมชปล. รอบตัดเชือกนัดแรก (26-27 เม.ย.), ลีดส์ v แมนฯ ซิตี้ (30 เม.ย.) 

จะเห็นได้ว่าถ้าพิจารณาคู่ต่อสู้ในลีกพวกเขาเจองานเบากว่าลิเวอร์พูลค่อนข้างเยอะ ยกเว้นลูกทีมของเป๊ป เกิดไปพลาดท่าแพ้หงส์คาบ้านในการเจอกันเองของทั้งสองทีม อันนั้นคงโทษใครไม่ได้แล้ว

ปัจจัยเสี่ยงอีกกรณีหนึ่งของ “เรือใบ” คือการไปเสียสมาธิกับถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ที่ “เป๊ป” ยังคงคาใจไม่หาย และต้องคว้ามาให้ได้กับ แมนฯ ซิตี้ 

การเจอทีมยียวนกวนประสาทอย่าง “ตราหมี” ของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ลูกทีมเป๊ป อาจเจอผลกระทบต่อเนื่องเข้าให้ได้เหมือนกัน

สุดท้ายเป้าหมายในการคว้า 4 แชมป์ของ คล็อปป์ หรือ 3 ถ้วยของ เป๊ป ผลงานในเดือนเมษาฮาวายนี้ล่ะคือคำใบ้ว่า สุดท้ายแล้วใครจะได้หัวเราะดังกว่ากัน.