“นายทำตัวเหมือนพวกชอบก่อกวนคนอื่นบนทวิตเตอร์ แค่เพียงเพราะนายรู้สึกเศร้า คนอื่นก็ต้องเศร้าเหมือนนายไปด้วย”
บทพูดของคนที่มีคาแรคเตอร์เป็นคนที่ประนีประนอมและดูแลคนอื่นตลอดเวลา เรียกว่าเป็นไดอะล็อกที่น่าจะเป็นการระเบิดอารมณ์ของตัวละครตัวนี้ ตัวละครที่เป็นน้องเขยของ โทนี่ เป็นคำพูดที่น้องเขยของ โทนี่ จอห์นสัน กล่าวกับพี่เขยตนเอง ที่เดินเข้ามาขอโทษต่อการกระทำและวาจาที่ไม่เคยนึกถึงจิตใจคนอื่นของโทนี่ ตัวเอกจากซีรีส์เรื่อง After Life ซีรีส์ที่เขียนบทและกำกับโดย ริคกี้ เจอร์เวย์ส (Ricky Gervais) นักแสดงตลกชื่อดังชาวอังกฤษ
ในซีรีส์ที่มีด้วยกัน 3 ซีซัน ถ่ายทอดเรื่องราวของชายวัยสี่สิบปลายอย่างโทนี่ จอห์นสัน ที่ต้องสูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รัก และเป็นคนเดียวที่โทนี่ รู้สึกว่ารักและเข้าใจเขามากที่สุด เมื่อหญิงผู้เป็นที่รักจากไปด้วยโรคมะเร็ง โทนี่ รู้สึกเหมือนตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ และรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรต้องยี่หระอีกต่อไป
เขาใช้เวลาแต่ละวันด้วยการทำงานแบบซังกะตาย พูดถึงเรื่องราวการดำเนินชีวิตในแง่ลบ หันไปพูดคุยกับสุนัขมากขึ้นเพราะรู้สึกว่าเป็นตัวแทนของภรรยาที่ทิ้งไว้ให้ดูแลต่างหน้า ก่อนจะหลับไปพร้อมกับความมึนเมาหลังจากดูคลิปของภรรยา
ชีวิตของโทนี่วนเวียนอยู่อย่างนี้ จนทำให้ แมตต์ ผู้เป็นทั้งน้องเขยและเจ้านายต้องคอยดูแลความรู้สึกและอารมณ์ของอดีตพี่เขยอย่างพิเศษ จนบางครั้งโทนี่ก็ล้ำเส้นแมตต์จนเกินไป จนกระทั่งโทนี่สำนึกได้จึงเกิดประโยคที่จั่วเอาไว้ด้านบนนั่นล่ะค่ะ
บทเรียนที่เกิดขึ้นกับ โทนี่ ในแต่ละ Season นั้นแตกต่างกันไป แต่ได้ทำให้โทนี่ รักตัวเองมากขึ้น และความรักของเขาก็ได้เผื่อแผ่ไปถึงคนรอบข้าง และทำให้เขาเข้าใจคำว่าความรักในหลายแง่มุมมากขึ้น เหมือนดังเช่นที่ แอน หญิงม่ายที่กลายเป็นเพื่อนสนิทรุ่นพี่ที่คอยให้คำปรึกษาโทนี่ ได้กล่าวกับเขาเอาไว้ว่า
“วันนี้ลิซ่า (ภรรยาของโทนี่) อาจกลายไปเป็นเทวดาที่ไหนสักแห่ง และคุณเองก็เป็นเทวดาได้เช่นกันในการใช้ชีวิต เป็นเทวดาด้วยการทำให้คนอื่นมีความสุข ทำให้คนที่อ้างว้างไม่ต้องโดดเดี่ยว ทำให้คนไม่รู้จักความรักได้รู้จักกับความรัก เป็นเทวดาในแบบของคุณลิซ่าก็จะดีใจไปด้วยเช่นกัน”
ในวันแห่งความรักที่ถูกกำหนดขึ้นโดยที่หลายคนอาจไม่รู้ที่มาที่ไปของวันนี้ และเอาเข้าจริงการสร้างกระแสวันแห่งความรักในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ได้ทำให้วาเลนไทน์กลายเป็นเทศกาลทางการตลาดที่ทำให้คนโสดรู้สึกไม่อยากออกจากบ้าน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาไม่ควรรู้สึกเช่นนั้น
อยากให้ลองคิดถึงนิยามคำว่า “ความรัก” กันในหลายแง่มุมค่ะ เอาเข้าจริงคนที่เรียกร้องความรักในวันนี้ บางคนยังไม่เคยรู้เลยว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร ผู้เขียนเองเคยเจอรุ่นพี่ที่อยากได้ความรักจากคนรอบข้าง หากสิ่งที่เขาทำกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาอยากได้ นอกจากจะไม่ให้ความรักผู้อื่นกลับแล้ว รุ่นพี่ท่านนั้นกลับเรียกร้องความรักจากทุกคน และนั่นทำให้เขาได้ผลักคนรอบข้างออกห่างไปเรื่อย ๆ
ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของหนุ่มสาว หรือความผลิบานของหัวใจเพียงอย่างเดียว หากความรักคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้คำว่า “รับผิดชอบ” อันหมายถึงวาจาและการกระทำต่อคนอื่น
ขณะเดียวกันความรัก คือการได้ส่งต่อและมอบความสุขให้กับคนรอบข้าง แค่หันไปเห็นคนอื่นมีความสุขแล้วเรามีความสุขด้วย แค่นั้นก็เพียงพอแล้วค่ะสำหรับวันแห่งความรัก และเราไม่จำเป็นต้องเศร้าเพียงเพราะความพยายามในการกำหนดค่าของวัน ของเหล่านักการตลาดที่พยายามจะขับเคลื่อนค่านิยมของโลกใบนี้
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ