“แมนฯ ซิตี้”…เก่งเกินทน!

ถ้าคุณเชื่อว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกตัดสินกันในเดือนมกราคมตามที่ปรมาจารย์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวไว้ ถึงเวลานี้ทีม “เรือใบสีฟ้า” ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าพวกเขามาตามนัดจริง ๆ หลังชัยชนะเหนือเชลซี 1-0 นำห่างเหนือ “สิงห์บลูส์” ในตารางถึง 13 แต้ม

รูปการณ์ออกมาแบบนี้ความหวังที่ทีมอื่นจะลุ้นมีอันต้องเลือนราง และโต๊ะรับพนันอย่างถูกกฎหมายในอังกฤษคงเพิ่มอัตราการเข้าวินของแมนฯ ซิตี้ให้จ่ายคืนน้อยเท่าน้อย

ทีมของ เป๊ป เล่นเดินเครื่องแบบ “Fast8” ชนะ 12 เกมรวดในลีกง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก คือตั้งแต่ถูก คริสตัล พาเลซ มากระตุกหนวดเสือถึงถิ่น 0-2 เมื่อ 30 ต.ค. หลังจากนั้นพวกเขาระบายอารมณ์ ด้วยการกวาดชัยชนะรวดตั้งแต่เกมบุกไปหวด “ปีศาจแดง” 2-0 วันที่ 6 พ.ย. จนถึงนัดเอาชนะเชลซีล่าสุด เป็นเวลากว่าสองเดือนครึ่งแล้วที่แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มร้อนแรงแบบไม่มีสะดุด

เหล่านักเตะโชว์ฟอร์มประสานสอดคล้องเข้าขาเข้าแข้งกันดีเหลือเกิน นี่ขนาดยังไม่มีศูนย์หน้าตัวปิดสกอร์ แต่กุนซือสเปนก็หาได้แคร์แดมอะไรไม่ ในเมื่ออีก 10 ตำแหน่งที่เหลือมันลงตัวหมดแล้ว แถมยังมีตัวสลับสับเปลี่ยนกันได้แบบเหลือเฟืออีกด้วย

ผมมองว่าสิ่งที่ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ชุดนี้ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีกคือการที่ โรดรี ปรับตัวจนมีความมั่นใจและแข็งแกร่งขึ้นมากกับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวต่ำ กลายเป็นตัวตายตัวแทนของ แฟร์นานดินโญ่ ได้อย่างหมดจด ทำให้เกมของซิตี้สมดุลทั้งรุกและรับ แถม เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาเล่นโดดเด่น โดยไม่มีอาการบาดเจ็บมารบกวน เท่านี้ทีมอื่นก็แทบจะเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น แจ็ก กรีลิช แข้ง 100 ล้านกับแบร์นาโด้ ซิลวา ยังนัดกันแผลงฤทธิ์จนช่วยทำให้เกมบุกของทีมมันไหลรื่นน่ากลัวขึ้นไปอีก เล่นงานเอากองหลัง “สิงห์บลูส์” ปั่นป่วนไปหมด จับใครไม่ถูก เพราะเทคนิคของลูกทีมเป๊ปนั้นเอาตัวรอดเองได้ทุกคน

จะเห็นได้ชัดว่าเกมที่เชลซีเล่นกับลิเวอร์พูลนั้นสองทีมดูสูสีกันมาก แต่พอ “สิงโตน้ำเงินคราม” มาเปรียบกับ แมนฯ ซิตี้ ดูยังห่างอยู่พอสมควรเลยทีเดียว นั่นคือการบ้านของ ทูเคิ่ล ที่จะต้องไปพัฒนาทีมต่อไป ไม่งั้นอย่าไปหวังแชมป์ลีกเลย

“เรือใบสีฟ้า” ยังโชว์ความเป็นว่าที่แชมป์ในเรื่องของความเหนียวแน่น และการชนะแบบเขี้ยว ๆ คือเฉือนคู่ต่อสู้แบบประตูเดียวมา 3 นัดติดแล้ว ทั้ง เบรนต์ฟอร์ด, อาร์เซนอล รวมทั้ง เชลซี โดนมาหมด เรียกว่าไม่ต้องเอาสวยงามเลิศหรู แต่ขอ 3 แต้มแบบชัวร์ ๆ นี่มันคือความเลือดเย็นในการเป็นทีมที่จะเข้าป้ายจริง ๆ

หนักไปกว่านั้นคือลองส่องกล้องไปมองโปรแกรมอีก 3 นัดข้างหน้าของ เป๊ป กวาดิโอล่า ในลีกนั้น คือการบุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน อาทิตย์ที่ 23 ม.ค. เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “น้องใหม่” เบรนต์ฟอร์ด 10 ก.พ. และ 13 ก.พ. ไปเยือน “สมันน้อย” นอริช ซิตี้ คงเก็บอีก 9 คะแนนเต็มเห็น ๆ เรียกว่าหวานหมูไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์เลยทีเดียว

มีโอกาสแบบนี้ “เป๊ป” คงอยากโกยคะแนนให้ได้มาก ๆ ก่อนจะกลับไปโฟกัสในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ความหวังที่ยังคาใจเมื่อรอบน็อกเอาท์มาถึง

ส่วนพรีเมียร์ลีกนั้น ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์จริง ๆ เตรียมเรียก “อีช้อย” มาเก็บฉากได้เลยครับ.