ชวนเที่ยวหยุดยาววันพ่อ ณ ที่เที่ยวอากาศดีใกล้กรุงเทพฯ

วันหยุดยาวช่วงวันพ่อปีนี้ เป็นช่วงที่อากาศกำลังดี เย็นสบาย ถ้ามัวแต่นอนอยู่บ้านคงอุดอู้แย่ แถมเราก็ไม่รู้ด้วยว่าโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่จะเข้ามาไทย แล้วอาจทำให้เราโดนล็อกดาวน์กันอีกครั้งเมื่อไร ฉะนั้น เรามาวางแผนไปเที่ยวกันก่อนดีกว่า แบบที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เน้นเดินทางสบาย ๆ ไม่เหนื่อย และยังได้สัมผัสความเย็นในช่วงหน้าหนาวแบบนี้โดยที่ไม่ต้องขึ้นดอย ถ้ายังนึกไม่ออกกันล่ะก็ว่าจะไปไหน Tonkit360 มีสถานที่ดี ๆ มาแนะนำ

สวนผึ้ง

สวนผึ้ง อำเภอหนึ่งในจังหวัดราชบุรีที่โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งทอดเป็นแนวยาวทางทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-เมียนมา จึงมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย เพราะแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีแม่น้ำภาชีไหลผ่านด้วย จึงเหมาะแก่การมาพักผ่อนในช่วงหน้าหนาว โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถไม่เกิน 3 ชั่วโมงก็ถึงที่หมายแล้ว

ที่เที่ยวขึ้นชื่อ
  • ธารน้ำร้อนบ่อคลึง – บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ไหลมาจากซอกหินตะนาวศรี ที่เหมาะแก่การมาแช่น้ำร้อนให้สบายตัว
  • น้ำตกเก้าโจน – น้ำตกขนาดกลาง ความสูง 9 ชั้น มีน้ำตลอดทั้งปี
  • อุทยานกล้วยไม้ The Blooms Orchid Park – สวนกล้วยไม้ที่ตกแต่งสวยงามบนพื้นที่กว่า 100 ไร่
  • แก่งส้มแมว – ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นลำธาร มีเกาะแก่งกลางน้ำภาชี เหมาะสำหรับการล่องแก่ง-เล่นน้ำ
  • The Scenery Vintage Farm – แวะถ่ายภาพสไตล์วินเทจ ให้อาหารแกะ และชมการแสดงโชว์แกะ-สุนัขต้อนแกะ
  • Alpaca Hill – ฟาร์มอัลปาก้าและสัตว์เลี้ยงหายากแห่งแรกในประเทศไทย ในพื้นที่กว้างใหญ่ 250 ไร่

เขาใหญ่

ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เพียง 100 กว่ากิโลเมตร ทำให้เขาใหญ่กลายเป็นจุดหมายปลายทางฮอตฮิตไม่เสื่อมคลาย เพราะใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย โดยส่วนใหญ่มักเลือกมาพักที่ปากช่อง เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย

ที่เที่ยวขึ้นชื่อ
  • ฟาร์มโชคชัย – สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ฟาร์มโคนมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่มีกิจกรรมหลากหลาย เหมาะแก่การท่องเที่ยวกับครอบครัว และเพื่อนฝูง
  • อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ – มีจุดชมวิวแบบพาโนรามา ทั้งผาตรอมใจ และผาเดียวดาย รวมถึงมีน้ำตกเหวสุวัติด้วย
  • สระน้ำผุด – บ่อน้ำพุธรรมชาติ เป็นตาน้ำที่มีน้ำผุดออกมา ซึ่งน้ำมีความใส และมีสีฟ้าเขียวคล้ายสระมรกตที่จ.กระบี่
  • สวนซ่อนศิลป์เขาใหญ่ Secret Art Garden – พื้นที่ศิลปะใจกลางเขาใหญ่บริเวณตลาดน้ำศิลปะกลางดง
  • วัดบุญราศี นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง – โบสถ์คริสต์แห่งแรกแห่งเดียวในเขาใหญ่ ตั้งตระหง่านโดดเด่นบนเนินเขา
  • หลวงพ่อทวดเขาใหญ่ – หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงถึง 111 เมตร

วังน้ำเขียว

วังน้ำเขียว เป็นอีกหนึ่งอำเภอของ จ.นครราชสีมา ที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และได้ชื่อว่ามีโอโซนติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลก จนถูกขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน” โดยระยะทางจากกรุงเทพฯ มาที่นี่ประมาณ 235 กิโลเมตร ถึงจะไกลกว่าปากช่อง แต่ความงดงามของทิวทัศน์ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการใช้เวลาเดินทางนานเกือบ 3 ชั่วโมงครึ่ง

ที่เที่ยวขึ้นชื่อ
  • ผาเก็บตะวัน ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น และยังมีกิจกรรมยิงเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ เพื่อร่วมกันปลูกป่าด้วย
  • เขาแผงม้า – มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการภูหลวง แต่ด้วยลักษณะเทือกเขาทอดเป็นแนวยาวจึงมองคล้ายแผงคอม้า ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาชมฝูงกระทิงที่ออกมาหากินในช่วงบ่ายและช่วงเย็น
  • อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง – ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของวังน้ำเขียว โดยมีการสร้างเส้นทางวิ่งและปั่นจักรยานเลียบอ่างเก็บน้ำโดยเฉพาะด้วย
  • Flora Park วังน้ำเขียว – พื้นที่ของการจัดแสดงพันธุ์ไม้กลางหุบเขาบนเนื้อที่ 69 ไร่ ซึ่งช่วงหน้าหนาวระหว่างเดือนพ.ย.-ก.พ. จะมีดอกไม้นานาพรรณให้ชื่นชมมากกว่าฤดูกาลอื่น ๆ
  • Montana farm – แหล่งท่องเที่ยวบรรยากาศดีท่ามกลางวิวภูเขา นอกจากแวะถ่ายรูป ให้อาหารแกะและอัลปาก้าแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมสนุก ทั้งการขับรถ ATV, ยิงปืน ยิงธนู และขี่ม้าชมสวนด้วย
  • โรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว – สถานที่เช็กอินสุดฮิตที่เป็นทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร และศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟ โดยตั้งอยู่ริมบึงน้ำขนาดใหญ่ และโอบล้อมด้วยทุ่งนา ต้นไม้ และทิวเขา

แก่งกระจาน

แก่งกระจานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของเพชรบุรี โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 200 กิโลเมตร จึงใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ๆ แต่ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด อีกทั้งยังเดินทางได้สะดวกสบายด้วย ทำให้เป็นอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวมักจะปักหมุดมาเที่ยวกันในช่วงหน้าหนาว

ที่เที่ยวขึ้นชื่อ
  • เขื่อนแก่งกระจาน – เขื่อนดินในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ เหมาะแก่การกางเต็นท์แคมปิ้งริมเขื่อน
  • จุดชมวิวพะเนินทุ่ง – สามารถชมทะเลหมอกได้เกือบตลอดปี โดยกางเต็นท์พักแรมได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ (พะเนินทุ่ง)
  • โครงการชั่งหัวมัน – หนึ่งในโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ใครมาเพชรบุรีต้องแวะมาให้ได้สักครั้งในชีวิต
  • น้ำตกป่าละอู – แหล่งดูผีเสื้อที่ขึ้นชื่อ มีน้ำตกมากถึง 15 ชั้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปได้ถึงน้ำตกชั้นที่ 7 เท่านั้น
  • น้ำตกทอทิพย์ – มีน้ำตลอดทั้งปี และมีทั้งหมด 9 ชั้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำได้แค่ 2 ชั้นเท่านั้น (ชั้น1 และชั้น 5)
  • ตลาดน้ำกวางโจว – ตลาดน้ำแห่งแรกที่ตั้งอยู่บนน้ำตก ละลานตาด้วยสินค้าและของกินต่าง ๆ มากมาย

ทองผาภูมิ

หากแวะมาเที่ยวอำเภอสังขละบุรี ในจ.กาญจนบุรี และมีเวลาอย่างน้อย 2-3 วัน อย่าลืมแวะสัมผัสความงดงามของธรรมชาติที่ทองผาภูมิกันด้วย แม้อาจต้องใช้เวลาขับรถนาน 4 ชั่วโมง เนื่องจากอยู่ไกลจากกรุงเทพราว ๆ 270 กิโลเมตร แต่ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง และอากาศเย็นสมใจ เพราะแวดล้อมไปด้วยขุนเขา ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และยังมีลำน้ำแควน้อยไหลผ่านด้วย

ที่เที่ยวขึ้นชื่อ
  • เขาช้างเผือก – เส้นทางศึกษาธรรมชาติเดินป่าทางไกลที่ขึ้นชื่อ และเป็นเส้นทางท้าวัดใจนักท่องเที่ยวสายผจญภัย โดยเฉพาะ “สันคมมีด” สันเขาสูงชันที่มีทางเดินแคบ ๆ ชวนหวาดเสียว
  • หมู่บ้านอีต่องและเหมืองปิล๊อก – หมู่บ้านที่อยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมาที่มีบรรยากาศสวยงาม หลังจากชาวบ้านปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วยการเปลี่ยนเหมืองแร่เก่าให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตที่ใคร ๆ ก็ต้องมาเช็กอิน
  • เขื่อนวชิราลงกรณ – สามารถขับรถเข้าไปชมความงดงามของทิวทัศน์ได้ถึงบนสันเขื่อน โดยมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย โดยเฉพาะสวนรวมฤทัยที่มีสะพานทอดยาวให้ได้ชมวิวหมอกที่ลอยตัวอยู่เหนือน้ำ
  • น้ำตกผาตาด – น้ำตกที่เกิดจากลำห้วยกุยมั่ง ไหลลดหลั่นตกลงมาตามหน้าผาหินปูนสูง 30 เมตร มี 3 ชั้น แต่ละชั้นมีขนาดใหญ่และมีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีความร่มรื่นของพันธุ์ไม้นานาชนิด
  • เนินช้างศึก – อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,053 เมตร เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของฝั่งไทยและเมียนมาที่สวยงาม ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ สามารถชมวิวได้ทั้งทะเลหมอกในยามเช้า และพระอาทิตย์ตกดิน
  • เหมืองแร่สมศักดิ์ (บ้านป้าเกล็น) – โฮมสเตย์ที่หลายคนเลือกมาเป็นที่พักพิงเมื่อมาเยือนทองผาภูมิ โดยมักจะรู้จักกันในชื่อ “บ้านป้าเกล็น” ซึ่งเป็นบ้านพักที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยธรรมชาติ