การใช้ชีวิตทุกวันนี้ หลายคนต้องเผชิญกับเรื่องราวน่าปวดหัวต่าง ๆ ชนิดไม่เว้นวัน ก็คงจะทราบดีว่าชีวิตมันไม่ง่ายเลย แบบที่ว่าลำพังจะเอาตัวเองให้รอดก็ยังยาก ใครหลายคนยังล้มลุกคลุกคลาน ยังเครียด เจ็บปวด ร้องไห้ ในการจะพาตัวเองผ่าน 1 วันไปให้ได้อยู่เลย หลายคนก็เลยไม่คิดจะหาภาระให้ตัวเองเพิ่ม ขอเอาตัวให้รอดก่อนค่อยว่ากัน
และนี่แหละ เพราะสภาพเศรษฐกิจ สังคม หรืออะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ทำให้เราใช้ชีวิตกันได้ยากเกินไปหน่อย นั่นทำให้การแต่งงานใช้ชีวิตคู่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จะตอบตกลงทีก็ต้องคิดให้มากเสียหน่อย อย่ามองว่าการแต่งงานเป็นจุดจบของความรัก แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นต่างหาก เมื่อสถานภาพเปลี่ยน อะไร ๆ ก็อาจจะเปลี่ยนตาม จากที่เคยรักกันหวานดูดดื่มชนิดที่เคี้ยวมะระก็ยังว่าหวาน อาจจะไม่ใช่แบบนั้นหลังแต่งงานก็ได้!
เพราะฉะนั้น การตอบตกลงแต่งงานก็จะไม่ง่ายอีกต่อไป เพราะคุณต้องคิดถึงชีวิตหลังจากนี้ด้วย อย่าตอบตกลงเพียงเพราะสถานการณ์มันพาไป ตอบตกลงเพราะเชื่อในความรักสุดโรแมนติกแบบในละคร ตอบตกลงเพราะคิดว่าควรจะแต่งได้แล้ว หรือตอบตกลงเพราะกลัวว่าจะไม่ได้แต่ง หากคุณโตจนถึงวัยที่สามารถแต่งงานได้แล้ว คุณต้องคิดให้ได้ คิดดี ๆ คิดให้มากและคมขึ้นโดยอิงตามสภาพความเป็นอยู่ในชีวิตจริง อย่าแต่งงานทั้งที่ยังไม่พร้อม แต่งทั้งที่ในใจยังสับสน เมื่อแต่งไปจนมีลูก แล้วเพิ่งพบว่าชีวิตคู่ไม่สามารถไปต่อได้ คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คุณ 2 คนอีกต่อไป
ถ้าไม่อยากต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัวแบบที่ไม่ไหวจะตามแก้ คุณต้องวางแผนและคิดให้ดีก่อนแต่งงาน นี่ไม่ใช่เทพนิยายที่เจ้าชายเจ้าหญิงแต่งงานกันแล้วใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาล ฉะนั้น อย่าเพิ่งตอบตกลงแต่งงานถ้าคุณและคนรักยัง…
สภาพการเงินยังไม่พร้อม
ความคิดที่ว่าจะกัดก้อนเกลือกินไปด้วยกัน ดูจะใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วกับสภาพความเป็นอยู่ในยุคปัจจุบัน อย่าลืมว่าเกลือก็ต้องใช้เงินซื้ออยู่ดี จะไปหาขโมยใครเขาไม่ได้ ติดคุกติดตะรางเปล่า ๆ ต้องหันมาอยู่กับโลกความเป็นจริงที่ว่ารักกันให้ตายแค่ไหน ความรักก็กินไม่ได้ คิดจะแต่งงานสร้างครอบครัว เงินเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ ยิ่งถ้าวางแผนจะมีลูก คุณต้องมีเงินมากพอถึงจะเริ่มสร้างครอบครัวตามที่วางแผนไว้ได้ อย่าให้ทุกชีวิตต้องลำบากกันหมดเพราะทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่ต้องรีบแต่งเพราะกลัวไม่ได้แต่ง โตแล้ว สามารถแต่งงานได้แล้วต้องคิดให้มาก ๆ ก่อนทำอะไร
ชีวิตการงานยังไม่มั่นคง
หลักคิดง่าย ๆ ก็คือ มีงานทำ ก็มีเงินใช้ ซึ่งถ้าการงานมั่นคง การเงินก็จะมั่นคง ชีวิตครอบครัวก็จะมั่นคงได้ตาม ในทางกลับกัน หากการงานหรือคุณภาพชีวิตยังไม่มั่นคง เรื่องเงินก็สุ่มเสี่ยงจะดิ่งเหวเหมือนกัน ถ้าคุณสองคนไม่ใช่คนที่มีเงินถุงเงินถัง หรือยังมีชีวิตแบบแค่ตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอด อย่าเพิ่งหาทำเรื่องสร้างครอบครัว (ยิ่งเรื่องมีลูกนี่ลืมไปก่อนเลย) คบกันไปก่อน ยังไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ตั้งตัว ยืนได้แล้วจะคิดแต่งงานก็คงไม่สาย อย่าดันทุรังไม่เช่นนั้นไม่รอดแน่ ๆ รักกันแค่ไหนก็ไม่รอด ดีไม่ดีพาลทะเลาะกันบ้านแตกหลังเป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ ด้วย
ยังคุยไม่เคลียร์เรื่องมีลูก
การจะตกลงแต่งงานเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ของคู่สามีภรรยาในปัจุบัน เรื่องลูกเป็นเรื่องที่ต้องคุยและตกลงกันให้ดีก่อน ถ้าทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่าจะมีลูก จะมีกี่คน จะไม่มี หรือจะไปรับเด็กมาอุปการะ ก็ถือว่าเคลียร์ไปต่อได้ แต่ถ้ามีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่เห็นด้วย ต้องหาตรงกลางหรือหาที่ลงให้ได้ว่าจะไปพบกันตรงไหน เพราะการมีลูกเป็นเรื่องใหญ่ เขาต้องเติบโตขึ้นมาในสังคมแบบที่เราเห็น ๆ กันอยู่ คุณทั้งคู่จึงต้องพร้อมทุกด้านและมั่นใจว่าเขาจะเลี้ยงดูให้เขาเติบโตมาอย่างดี อย่าให้เด็กที่เกิดมาต้องแบกรับความรับผิดชอบจากความสะเพร่าและคิดน้อยของพ่อแม่ สงสารเด็ก
ยังสืบไม่ชัวร์ว่ารักสาม (หลาย) เส้าจะไม่โผล่มา
“ความฮักมันควรสิมีสองคนท่อนั่น เธอกับเขาสิฮักกัน ฉันยอมบ่ได้” นี่คงจะกลายเป็นเพลงฮิตแห่งยุค เป็นเพลงในตำนานที่เข้ากับสถานการณ์รักหลายเส้าไปอีกนาน เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็เจ็บปวดนะถ้าต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้ ฉะนั้น ถ้าคิดจะเซย์เยส ตอบตกลงแต่งงานกับใคร สืบให้ชัวร์ด้วยว่าจะไม่มีรักที่ 3 4 5… ตามมา ก่อนแต่งงานหากเขาหรือเธอมีประวัติไม่ค่อยดี ต้องเคลียร์ให้จบตัดให้ขาดทุกทางก่อน พอแต่งงานกันแล้ว สถานการณ์มันจะคนละเรื่องกันเลย อ้อ! ถ้ายังภูมิใจว่าเมืองไทยเมืองพุทธนักล่ะก็ อย่าบอกว่าไม่อินเรื่องผัวเดียวเมียเดียว นี่มันผิดศีล 5 นะ!
ยังไม่แน่ใจกับความรู้สึกตัวเอง
นี่คือปัญหาใหญ่เลยทีเดียว ถ้าคุณตอบตกลงที่จะแต่งงานกับแฟนทั้งที่ยังสับสนหรือยังไม่แน่ใจความรู้สึกของตัวเอง หลังจากแต่งไปแล้ว หากความรู้สึกมันค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นมาว่าต่างคนคือคู่ชีวิตที่เข้ามาเติมเต็มกันและกันมันก็ดีไป แต่ถ้ารู้สึกตรงกันข้าม ดูจะหาทางออกแบบจบสวย ๆ ไม่ได้เลย วิธีแก้ปัญหาก็เหมือนว่าคงจะแตกหักไปทุกทาง ต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะแยกทางกันเดิน หรือจะทนทุกข์ทรมานกับความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แบบนี้ต่อไป แล้วก็ไม่ต้องหวังว่าความพยายามปรับเข้าหากันจะช่วยให้มันใช่ขึ้นมาได้ ขนาดที่ว่าลองใช้ชีวิตคู่แล้วนะ ถ้าจะใช่ มันใช่ไปตั้งนานแล้ว!






























