เด็กยุคใหม่อยากเป็นนายตัวเอง และอยากมีอิสรภาพทางการเงินตั้งแต่อายุยังน้อย แต่การเป็นนายตัวเองหรือการทำอาชีพฟรีแลนซ์ อาจจะทำให้การใช้ชีวิตมีอิสรทางการใช้เงินน้อยหน่อย และต้องเพิ่มวินัยในการบริหารเงินมากกว่าอาชีพพนักงานประจำเลยทีเดียว
เอ๊ะ…ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ…
เมื่อได้เงินจากการทำงานอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ในยุคนี้ อาจจะดูเป็นเงินก้อนใหญ่กว่าการทำงานเป็นพนักงานประจำ แต่อย่าลืมคำนึงว่างานของฟรีแลนซ์มีความไม่แน่นอนสูง และมีข้อจำกัดของการทำงานด้วยทำงานบนพื้นฐานของพละกำลังทั้งหมดของตัวเอง เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุไม่คาดคิด หรือเจ็บป่วยทำงานไม่ได้ อาจจะเป็นเหตุให้การเงินสะดุดได้ การบริหารเงินของฟรีแลนซ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ
วิธีการบริหารเงินของฟรีแลนซ์ก็ไม่ยากอย่างที่คิด
1. บริหารเงินสำหรับหนี้สิน
แยกเป็นหนี้สินรายเดือนกับหนี้สินรายปี นำมาเฉลี่ยให้กลายเป็นเงินที่เราต้องเก็บทุก ๆ เดือน เพื่อกระจายความเสี่ยง และอาชีพนี้ควรจ่ายหนี้สินในแต่ละเดือนให้ตรงตามกำหนด เพราะการเป็นฟรีแลนซ์ ตัวเองถือเป็นเครดิตค้ำประกันที่สร้างความน่าเชื่อถือสำหรับการทำธุรกรรมกู้ยืมอื่น ๆ ไม่ว่าจะซื้อบ้านหรือซื้อรถ รวมถึงการเก็บเอกสารสัญญาว่าจ้างจากลูกค้า เพื่อเป็นหลักฐานแสดงการทำงาน และรวมทั้งหลักฐานที่ช่วยยืนยันที่มาของรายได้ว่าได้รับจากใคร หรือบริษัทอะไร ทั้งใบเสร็จรับเงิน ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำหรับการพิจารณารายได้ของธนาคาร
2. บริหารเงินให้เกิดรายรับสม่ำเสมอ
ควรสร้างความแน่นอนให้ตัวเอง เพราะเงินของฟรีแลนซ์มีที่มาที่ไปไม่แน่นอน จึงควรสร้างรายได้ให้สม่ำเสมอด้วยแบ่งเงินเพื่อการลงทุนในช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้เงินของเราทำงานเป็นฟรีแลนด์ในตัวมันเอง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นรายปี
3. บริหารเงินสำรองฉุกเฉิน
เราสามารถอยู่ได้โดยไม่มีงานนานสุดแค่ไหน นี่คือเงินออมก้อนสำคัญที่ต้องมี เพื่อให้การดำเนินชีวิตอิสระได้ตามชื่ออาชีพ หรือรวมทั้งสำหรับการเสียภาษีปลายปีของเรา แต่เงินก้อนนี้ไม่ใช่แค่อาชีพฟรีแลนซ์เท่านั้นที่ต้องคำนึงถึง ทุกคนเองก็ควรมีเงินก้อนฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสี่ยงของตัวเอง ทั้งเรื่องการเจ็บป่วยหรือภาวะที่ต้องใช้เงินแบบไม่คาดฝัน
4. บริหารเงินสำหรับจ่ายค่าสวัสดิการให้ตัวเอง เมื่อไม่มีบริษัทดูแลหรือให้สวัสดิการเหมือนพนักงานประจำทั่วไป
คนทำอาชีพอิสระจึงควรเตรียมเงินสำหรับเพื่อเป็นสวัสดิการที่ต้องดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำ “ประกันสุขภาพ” “ประกันชดเชยรายได้” หรือแม้แต่ประกันมะเร็ง โรคยอดฮิตของคนทำงาน เพราะหากต้องนอนโรงพยาบาล ทำงานไม่ได้ ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามจำนวนวันที่นอนโรงพยาบาล รวมทั้งประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ จากการกู้สินเชื่อเคหะหรือสินเชื่อรถยนต์ เพื่อป้องกันภาระที่จะตกกับครอบครัว หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอันถึงแก่ชีวิตของผู้กู้
4 การบริหารเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะอาชีพอิสระ ที่ให้ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและการทำงาน แต่จำเป็นต้องบังคับเรื่องการบริหารเงินอย่างมีวินัยเพื่อให้ได้อิสรภาพอย่างเต็มที่ อย่างที่คนรุ่นใหม่ต้องการ





























