คนที่ถูกเรียกว่าสื่อมวลชน หรือคนที่พยายามจะตั้งตัวเป็นสื่อ มักจะถูกสังคมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณมาตลอด ด้วยเหตุผลอะไรนั้นคุณผู้อ่านน่าจะพอทราบกับดีอยู่ คงไม่ต้องย้อนเรื่องไปคุยให้เสียเวลา
สัปดาห์นี้เลยอยากนำเสนอหนังสือชีวประวัติบุคคล และเป็นบุคคลที่ทำงานสื่อในฐานะบรรณาธิการครบเกือบทุกประเภท ตามโปรยบนปก “จากนักหนังสือพิมพ์ มาสู่วงการโทรทัศน์ ก่อนดิ่งตรงไปยังโลกแห่งอินเทอร์เน็ต”
แต่ก่อนจะแนะนำหนังสือเล่มนี้กันต่อ ขออนุญาตอธิบายหน้าที่ของบรรณาธิการ หรือ Editor กันหน่อย เพราะสมัยนี้คำว่า บรรณาธิการ ดูจะใช้กันง่ายเต็มที (จนทำให้รู้สึกว่า “ใคร ๆ ก็เป็นบรรณาธิการได้) ทั้งที่ในแง่ของการทำงาน บรรณาธิการ คือ คนที่คอยเลือกประเด็น เลือกเรื่อง ดูแล และแก้ไขเนื้อหาก่อนที่จะมีการตีพิมพ์ บทความหรือรายงานข่าว ซึ่งหมายความว่าเนื้อหาของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารจะสนุกและมีสีสันเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับบรรณาธิการ
กลับมาที่หนังสือที่จะขอแนะนำในสัปดาห์นี้อย่าง The Last Editor ภาษาไทยใช้ชื่อ “บรรณาธิการคนสุดท้าย” แปลโดย ภาสกร ประมูลวงศ์ สำหรับหนังสือที่เหมือนกับชีวประวัติเล่มนี้เจ้าของชีวประวัติ มานั่งเขียนประสบการณ์ชีวิตของตนเองให้คนอื่นอ่านโดยเฉพาะ และ ชีวิตของ Jim Bellows มีแง่มุมของคนที่เป็นสื่ออย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องของการบริหารงาน และการให้ความสำคัญกับเนื้อหาเพื่อที่จะให้ประโยชน์กับคนอ่านหรือคนดูมากที่สุด
“บรรณาธิการคนสุดท้าย” เป็นหนังสือเก่า พิมพ์ฉบับภาษาไทยครั้งแรกเมื่อปี 2547 ถ้าตอนนี้ไปหาซื้อน่าจะยังพอหาได้ หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนที่อยากทำงานสายสื่อสารมวลชน เพราะประสบการณ์ของ Jim Bellows ที่ถ่ายทอดไว้ในหนังสือเล่มนี้ ยังคงเข้ากับยุคสมัย
Jim Bellows เล่าถึงตอนที่เขากระโดดข้ามสื่อจากหนังสือพิมพ์มายังวงการโทรทัศน์ กับรายการข่าวบันเทิง ET (รายการที่ปัจจุบันยังคงมีการผลิตอยู่อย่างต่อเนื่อง) “รายการทีวีต้องมีนักหนังสือพิมพ์ที่ช่ำชองมาร่วมงานด้วย เพราะสิ่งที่รายการ ET ต้องมีคือ ความน่าเชื่อถือ หากไม่มี ความน่าเชื่อถือ ก็เท่ากับเราไม่มีอะไรเลย”
ลองไปหาอ่านกันดูนะคะ รับรองว่าความสนุกมีคุณได้เพลินกันตลอดทั้งเล่ม






























