ถ้าควีน เอลิซาเบธที่สอง ทรงหลงใหลในการทรงพระอักษร คุณคิดว่าพระองค์ท่านจะมีเวลาในการดื่มดำสุนทรีย์จากตัวอักษรมาน้อยแค่ไหน คำตอบอยู่ใน The Uncommon Reader ที่มีชื่อภาษาไทยว่า “ราชินีนักอ่าน”
ก่อนจะเข้าสู่การรีวิวหนังสือเล่มนี้ ในฐานะที่คนเขียนก็เคยเป็นนักแปลมาก่อน ต้องยอมรับว่ายุคสมัยนี้แม้ว่าคนจะอ่านหนังสือน้อยลง แต่ความสามารถของนักแปลรุ่นใหม่ ๆ นั้นทำได้ดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่จะภาษาอิตาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาสเปน เหล่านักแปลรุ่นใหม่หลายท่านสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับคุณ รสวรรณ พึ่งสุจริต ที่แปล The Uncommon Reader ออกมาได้นวลเนียนตลอดทั้งเรื่อง และยังทำให้เนื้อหาที่จิก ๆ กัด ๆ สังคมในพระราชวังของผู้ประพันธ์อย่าง อลัน เบนเน็ตต์ มีความสนุกมากยิ่งขึ้น เพราะราชินี นักอ่านไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงการทรงพระอักษรของ ควีนเอลิซาเบธที่สองเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้เห็นว่าในฐานะ สมเด็จพระราชินี ที่ใคร ๆ ก็คิดว่ามีอำนาจอยู่เหนือทุกคน แท้จริงแล้วพระองค์ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ตามความต้องการของพระองค์สักเท่าไร และยังมีเหล่าที่ปรึกษาทั้งหลายที่คอยจะขัดคออยู่เสียทุกครั้งไป
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ได้สะท้อนมุมมองของคนที่รักการอ่านกับคนที่ไม่สนใจที่จะอ่านได้อย่างชัดเจน เมื่อพระราชินี ทรงดื่มดำกับการทรงพระอักษร นอกจากจะทำให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญแล้ว ในทางกลับกันพระองค์ได้ทรงออกจากกรอบปฏิบัติเดิมที่คุ้นเคย นั่นเพราะในช่วงที่หลงใหลการทรงพระอักษร พระองค์อยากแลกเปลี่ยนกับคนที่อ่านหนังสือเหมือนกัน
ขณะเดียวกันยังมีบางช่วงบางตอนที่ อลัน เบนเน็ตต์ ได้จิกกัดวงการนักเขียน เมื่อสมเด็จพระราชินี ทรงออกหมายเชิญเหล่านักเขียนเข้ามาร่วมงานเลี้ยงภายในพระราชวังและปรากฎว่าพระองค์กลับรู้สึกแปลกแยก “สมเด็จพระราชินีรู้พระองค์ว่าทรงโดนกันให้อยู่วงนอก ไม่มีใครพูดคุยกับพระองค์ ทำให้ทรงรู้สึกว่าทรงเป็นเสมือนพระราชอาคันตุกะในงานเลี้ยงของพระองค์เอง”
ใน “ราชินีนักอ่าน” นั้นคุณจะได้เห็นการเดินทางของ สมเด็จพระราชินี จากที่ทรงโปรดปรานการทรงพระอักษร จนถึงเวลาตกผลึกจนทำให้พระองค์มีแนวคิดในการประพันธ์พระราชนิพนธ์ของพระองค์ ซึ่งความคิดดังกล่าวก็เหมือนกับที่ควีนเอลิซาเบธ ได้ทรงจดบันทึกเอาไว้ว่า “ในความคิดของเราวรรณกรรมคือประเทศแสนกว้างใหญ่ ที่เราไม่เคยเดินทางไปถึงพรมแดนของมัน”






























