At A Distance, Spring is Green สิ่งไหนที่ขาดไป ก็แค่เติมให้กัน

ภาพจาก KBS

จะว่าไป ปีนี้มันก็เร็วเอาเรื่องอยู่นะ ใช้ชีวิตแป๊บ ๆ มาครึ่งปีละ เริ่มนับสิบแล้วถอยหลังเข้าสู่ครึ่งปีหลังได้แล้วตอนนี้ ไม่รู้สิ จะบอกว่าชีวิตเป็นสุขดีเหรอถึงรู้สึกว่าวันเวลามันไว ก็ไม่นะ อึดอัดที่ออกไปไหนไม่ได้มากกว่า ที่พอจะสร้างความสุขได้ก็มีแต่ผู้ชายในซีรีส์ ดูไปฟินไปร้องไห้ไป ปวดตาไปหมด จากที่ติดอยู่เกือบ 10 เรื่องในคราวเดียว ตอนนี้เคลียร์จบไปหมดแล้ว ที่ติดจริงจังตอนนี้เหลือเรื่องเดียว ฉะนั้น เรื่องใหม่ ๆ ก็รีบมานะคะ จะนอนตุนไว้ใช้กับการดูซีรีส์

แต่ดูทรงแล้ว น่าจะกำลังมีซีรีส์ให้ติดอีกหนึ่งเรื่อง (มา ๆ พร้อม) เป็นเรื่องที่เห็นความคืบหน้าตั้งแต่เขาคัดเลือกนักแสดง จนนักแสดงทั้งหมดคอนเฟิร์ม มีภาพที่ปล่อยออกมาบ้างประปราย จนในที่สุดก็ได้ฤกษ์ออนแอร์ เห็นพัฒนาดั่งลูกในไส้ขนาดนี้ ไม่ดูได้เหรอ?

At A Distance, Spring is Green เห็นผ่าน ๆ ทีแรกคือแบบทำไมชื่อเรื่องมันดูใบไม้ใบหญ้าป่าเขา ดูธรรมชาติอะไรเบอร์นี้ แต่พออ่านเรื่องย่อก็โอเค เข้าใจที่มาของชื่อละ At A Distance, Spring is Green เป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนชื่อเรื่องเดียวกัน ซีรีส์แนววัยรุ่นวัยเรียน หนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เรื่องมิตรภาพ ความรัก อะไรเทือก ๆ นี้

ถ้าอ่านแต่เรื่องย่อ มันก็ดูเป็นซีรีส์วัยขบเผาะธรรมดา ๆ ว่าวัยรุ่นมีปัญหาครอบครัว รักสามเส้า รักในรั้วมหาวิทยาลัย คือพล็อตเรื่องมันก็ดูธรรมดาไม่ได้แปลกใหม่อะไร พอดูจริงมันก็เป็นแบบนั้นแหละ (อ้าว!) แต่มันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อ แล้วก็ไม่เกร่อแบบซีรีส์ที่ใช้พล็อตเดียวกัน มู้ดแอนด์โทนสวย เดินเรื่องเร็ว ตัวละครคาแรคเตอร์ชัดเจน ที่สำคัญ ที่มาที่ไปมันก็ดูเรียลดี ด้วยคาแรคเตอร์และการเล่าเรื่องราว ก็แอบคิดถึงวัยเรียนของตัวเองได้เหมือนกัน

จากตัวอย่างซีรีส์ก่อนออนแอร์ มีการยกคำพูดของชาร์ลี แชปลิน (Charles Chaplin) ผู้กำกับ-นักแสดงตลกชื่อดังมาเรียกน้ำย่อย “Life is a tragedy when seen in close-up, but a comedy in long-shot” แปลไทยก็คือ “ชีวิตคือโศกนาฏกรรมเมื่อมองในมุมใกล้ แต่มันเป็นเรื่องขำขันเมื่อมองในมุมไกล”

ภาพจาก Facebook/iQIYI

เรื่องจะเล่าเรื่องของคนวัยหนุ่มสาวในวัยประมาณ 20 ปี ที่ใคร ๆ ก็มองว่าชีวิตวัยนี้เป็นวัยที่มีอิสระ สดใส เปรียบเหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ แต่ความจริงแบกรับความทุกข์ยาก และความลับไว้มากมาย ข้างในใจพังเละเทะ มองความหวังว่าที่จะพาตัวเองรอดไปวันข้างหน้าก็ยังยาก เพราะจิตใจอยู่กับความหนาวเหน็บเจ็บทนในฤดูหนาว ยากเหลือเกินที่จะมีใบอ่อนผลิออกมา ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูแห่งวัยเยาว์ เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ฤดูใบไม้ผลิไม่ได้สีเขียวขจีอย่างที่คิด มันจะเขียวก็ต่อเมื่อมองจากที่ไกล ๆ เท่านั้น

วัยเรียนใครว่าปัญหาหนักใจมันไม่มี

ความเข้าใจของคนนอกคือ วัยหนุ่มสาวน่ะเปรียบเป็นฤดูใบไม้ผลิที่เขียวขจี สดชื่น แต่จริง ๆ มันดูเขียวเมื่อมองจากระยะไกลเท่านั้น เพราะวัยรุ่นก็มีบาดแผล และแบกความเจ็บปวดในใจไม่ต่างจากผู้ใหญ่เหมือนกัน คือช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ต้องเผชิญกับปัญหาและความสับสนมากมาย หลังจากนี้โลกจะมองคนวัยนี้เป็นผู้ใหญ่ แต่พวกเขาอาจไม่มั่นใจและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะใช้ชีวิตหลังจากนี้ให้ดีได้อย่างไร

เรื่องจะเล่าผ่านตัวละคร 3 ตัว คนแรกคือนักศึกษาปี 1 ที่รูปหล่อปรอทแตก บ้านรวย ใจเสี่ย สายเปย์ เป็นเด็กใหม่ที่รายล้อมไปด้วยเพื่อน รุ่นพี่ มีแฟนคลับในโซเชียลมีเดียมากมายเป็นของตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วเขาซ่อนตัวตนไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร มันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะมีเพื่อนเยอะแยะมากมาย เพราะเขาใช้เงินซื้อมิตรภาพจอมปลอม เสแสร้งเพื่อเป็นที่รักของทุกคน เพราะเขากลัวถูกเกลียด เหมือนที่ครอบครัวเกลียดเขา

ภาพจาก Facebook/iQIYI

คนต่อมาคือนักศึกษารุ่นพี่ปี 3 ที่เป็นขั้วตรงข้ามกับรุ่นน้องโดยสิ้นเชิง หาแฟน? มีเวลาว่าง? คนอย่างเขาไม่มีเวลาไปทำอะไรแบบนั้น เพราะเขาเป็นเสาหลักของบ้าน พ่อตาย แม่ป่วย มีน้องชาย ชีวิตดราม่าสูตรสำเร็จ เขาจึงต้องดิ้นรนทำงานพาร์ทไทม์ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ไม่ยอมเสียเวลาอันมีค่าไปกับเรื่องไร้สาระอื่นเด็ดขาด เย็นชา ปากร้าย ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองว่านอกคอก ไม่เข้าสังคม ไร้เพื่อน ไร้สังคม แต่ก็ไม่แคร์ เป็นพวกขาดรักแบบจงใจ และที่สำคัญ เขาเกลียดหน้าตาเสแสร้างของเจ้าเด็กปี 1 ที่ว่านั่นสุด ๆ

คนสุดท้ายคือนักศึกษาสาวปี 3 เช่นเดียวกัน แต่อายุน้อยกว่าคนที่สอง การทำงานหนักคือสิ่งที่เธอถนัด แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่พอ เพราะขนาดที่ว่าเธอพยายามหนักมากแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับสวนทาง ขาดความมั่นใจ ขี้อาย หาตัวเองไม่เจอ ไม่มีที่ยืน ไม่มีอะไรโดดเด่น ถึงขั้นแอบชอบเพื่อนสนิทข้างเดียวมา 14 ปี ยังไม่คิดที่จะพูดเลย

นี่คือคาแรคเตอร์ของตัวละครทั้ง 3 ตัว ที่อายุเพียงประมาณ 20 ปี แต่แบกรับอะไรไว้ขนาดนี้ ดูแล้วนึกถึงตัวเองสมัยก่อน ว่าผ่านอะไรมาเยอะแยะกว่าจะมีวันนี้ หนักหนาสาหัสแทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่ช่วงหนึ่ง พอโตมาแล้วมองย้อนกลับไปมัน ก็พูดไม่ได้หรอกว่าเป็นเรื่องตลกในวงเหล้า แต่เราจะเห็นและตระหนักว่าเราพยายามที่จะเติบโตมามากแค่ไหนนะ ถึงได้ผ่านช่วงนั้นมาได้ เก่งเหมือนกันนี่นา!

กลับกัน ผู้ใหญ่หลายคนกลับมองความทุกข์ของเด็กเป็นของเล่น ทำเหมือนมันไม่มีอยู่จริง บางคนพูดเหมือนไม่เคยเป็นเด็กมาก่อน บางคนเอาแต่ขิงว่าตัวเองลำบากกว่าอีก แต่เราก็ไม่ควรจะตัดสินความทุกข์ใครด้วยใจของเรา วัดความลำบากด้วยไม้บรรทัดของเราถูกไหม คนเรารับเรื่องยากได้ไม่เท่ากัน เรื่องเล็ก ๆ ของเรา ที่เราเองยังไม่แยแส มันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ฆ่าคนตายทั้งเป็นด้วยซ้ำ

หน้ากากที่ใส่ซ้อนหน้ากากลงไปอีกที

มันทำให้ย้อนกลับมามองตัวเองดีเหมือนกันนะ ว่าทุกวันนี้เราใส่หน้ากากกันกี่ชั้น ใส่หน้ากากอนามัยก็ชั้นนึงละ ทำเป็นเล่นไป หน้ากากที่ปิดแค่ครึ่งหน้าแบบนั้นก็ซ่อนความรู้สึกได้เยอะอยู่นะ ยังไม่รวมเครื่องสำอางที่ประโคมกลบรอยช้ำที่ตา รอยยิ้มที่ฝืนเต็มแก่ จะเห็นว่าเราสวมหน้ากากทับหน้ากากที่เราสวมอยู่ก่อนแล้ว พยายามปกปิดตัวตนที่แท้จริงอย่างหนัก ความหวังที่จะเป็นต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิเหมือนจะไม่มีอยู่จริง เพราเหมือนติดอยู่ในฤดูหนาวตลอดเวลา

ชายหนุ่มสุดเฟรนด์ลี่มีหน้าตาและบุคลิกทำลายล้าง สวมหน้ากากที่เรียกว่ารอยยิ้มและความเป็นมิตร การหาเพื่อนสำหรับเขานั้นง่ายมาก แค่เปย์ ทำตัวเป็นที่รักก็ได้เพื่อน ทั้งที่ตัวเขาก็รู้ดีว่าความรักที่ใช้เงินซื้อมามันจอมปลอม แต่ก็ดีกว่าการที่เขาต้องเผชิญหน้าการถูกเกลียด

ภาพจาก Facebook/iQIYI

ชายหนุ่มชีวิดสุดรันทด สวมหน้ากากที่เรียกว่าความเย็นชาและความสมบูรณ์แบบ ใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบ ทุกสิ่งดูจะเป็นของฟุ่มเฟือย ทำพาร์ทไทม์สารพัดเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน และส่งครอบครัวซึ่งคือแม่และน้อง เขาจึงไม่รู้สึกว่ามันจำเป็นที่จะต้องรู้ดีหรือเป็นมิตรกับคนอื่น ยอมถูกเกลียด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับคำว่าเพื่อน

ส่วนหญิงสาวที่เริ่มหนักใจกับชีวิตที่ทำอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากตั้งใจอ่านหนังสือ เธอพยายามอย่างหนักที่จะมีตัวตน แต่อ่านหนังสือให้ตายก็ทำได้แค่เกรดเฉลี่ยกลาง ๆ แต่ลำพังตอนนี้พยายามขนาดนั้นมันก็ไม่พอแล้ว ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด เธอไม่มีความมั่นใจ ขี้กลัว ขี้อาย แต่ก็ไม่แปลก เพราะคนรอบข้างก็มีส่วนให้เธอเป็นคนแบบนั้น เธอจึงสวมหน้ากากที่เรียกว่าความพยายาม ทำงานอย่างหนัก เพื่อปกปิดมันไว้

เพราะ “ขาด” จึงพยายามหามาเติม

พ่อหนุ่มน้องน้อย “ขาดรัก” เป็นที่รังเกียจของพ่อแม่และญาติแทบไม่นับเป็นคนในครอบครัว เพียงเพราะเขาทำได้ดีไม่ได้ครึ่งพี่ชายที่สุดแสนจะเพอร์เฟค เลยออกมาเรียกร้องความสนใจนอกบ้าน มีรอยยิ้มและน้ำใจเป็นอาวุธ เปย์หนักเปย์บ่อยเปย์ทุกอย่าง เพื่อที่จะได้เป็นที่รักของทุกคน

ชายหนุ่มรุ่นพี่ “ขาดต้นทุน” เขามาจากครอบครัวที่ยากจน ดิ้นรนทำงานทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด เรียนต้องได้ทุนทุกเทอม ไม่งั้นก็ไม่ได้เรียน ทำตัวเป็นคนไร้หัวใจ ไร้เพื่อน ไร้สังคม

ส่วนหญิงสาวหนึ่งเดียวก็ “ขาดความมั่นใจ” ตัวตนถูกกลืนหาย หาตัวเองไม่เจอ ไม่มีที่ยืน ไม่มีอะไรโดดเด่น

ภาพจาก Facebook/iQIYI

การเล่าเรื่องราวให้คน 3 คนที่ต่าง “ขาด” เหมือนกัน แต่ก็ “ขาด” สิ่งที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ความสัมพันธ์พวกเขาดูประหลาดและดูจะไปกันไม่ได้ แต่มันถูกเชื่อมโยงด้วยจิตใจที่ขาด ๆ นี่แหละ จนกลายเป็นมิตรภาพที่เคมีไม่ค่อยได้ และเป็นมิตรภาพที่เริ่มต้นแบบที่ไม่บันเทิงเอาซะเลย

คนที่ต้องการ “ความรัก” จากทุกคนรอบตัว เพื่อเติมความรักที่เขาขาดจากครอบครัว ถึงจะมีพี่ชายที่ทั้งรักและปกป้อง แต่ก็ห่างเหินกันเกินไป เพราะเขาไม่รู้วิธีแสดงออก คนที่ต้องการ “เงิน” เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่เสียเวลาหาเงินมาเป็นมิตรกับใครทั้งนั้น ปิดหัวใจให้คนอื่นโดยสมัครใจ ทั้งที่ตาดี ผลการเรียนระดับท็อป และสมบูรณ์แบบ และคนที่ต้องการ “มีตัวตน” เชื่อเสมอว่าความพยายามอย่างหนักจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดี แต่เปล่าเลย เธอผิดหวังกับผลลัพธ์เสมอ เพราะได้มาไม่คุ้มความพยายาม

เมื่อคนที่ “ขาด” ในแต่ละอย่างมาเจอกัน มันก็เติมเต็มซึ่งกันและกันโดยไม่รู้ตัว แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะพวกเขายังต้องเผชิญด่านทดสอบในชีวิตต่อไป มิตรภาพของคน 3 คน ที่ต่างคนต่างค่อย ๆ เริ่มเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา และสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แต่จะเป็นรักสามเส้าเราสามคนหรือไม่ ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ฮ่า ๆ

At A Distance, Spring is Green จะเรียกว่าซีรีส์แนวฟีลกู๊ดได้ไหม ได้แหละ ถึงมันจะมีช่วงหน่วงหนักเอาเรื่อง ดูแล้วประทับใจนะ คือจะจบสวยไหมไม่รู้ แต่คิดว่าน่าจะจบแบบเยียวยาหัวใจดีเหมือนกัน ตัวละครมีมิติ มีที่มาที่ไป มู้ดแอนด์โทนน่ารักดี มิตรภาพของคน 3 คนที่เคมีไม่เข้ากัน จะมีดราม่าหนัก ๆ บ้างมันก็เรื่องธรรมดา ถึงงั้นก็ยังไม่อยากวางใจเท่าไร เพราะเรื่องมันเพิ่ง 2 ตอน จากทั้งหมด 12 ตอน ที่แน่ ๆ คือดูต่อแน่ ๆ ตอนนี้ติดแล้ว เริ่มดูวนซ้ำรอตอนใหม่แล้ว มาเลยค่ะ ตอนนี้เคลียร์เรื่องเก่าจบหมดแล้ว ตาใต้บอกก็มาดิค้าบบบ 🤣