พฤติกรรมในวันนี้บอกได้ว่า ในวัยเด็กคุณโตมาแบบไหน

ปมในใจที่กลายมาเป็นพฤติกรรม ที่ทำให้หลายคนสงสัยว่า “คน” ลักษณะนี้เติบโตมาแบบไหน ดังนั้น เรามาลองดูกันดีกว่า พฤติกรรม 7 แบบต่อจากนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะพวกเขาเติบโตมาแบบใด

1. เป็นคนตื่นตระหนกอยู่เสมอ

ลักษณะของคนที่ตื่นตระหนกอยู่เสมอ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าในช่วงวัยเยาว์ของเขานั้นต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจหรือทำให้เจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาต้องโตมาด้วยความกังวลว่าจะถูกลงโทษหรือถูกทำร้ายหรือไม่ การเติบโตมาแบบนี้ทำให้เขาตื่นตระหนกกับเหตุการณ์รอบตัวได้ง่าย และรู้สึกว่าโลกทั้งโลกนั้นกำลังจับตาอยู่ที่การกระทำของเขาหรือเธอเพียงคนเดียว และนั่นทำให้เด็กที่ถูกทำร้ายในอดีตโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีปมในใจและมีอาการตื่นตระหนก แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะไม่ได้ตึงเครียดมากก็ตาม

2. เอาตัวรอดอยู่เสมอ

บาดแผลในใจเมื่อครั้งยังเป็นเด็กนั้นจะสะท้อนออกมาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ในสังคมปัจจุบันเราจะเห็นคนพยายามเอาตัวรอดอยู่เป็นจำนวนมาก และพวกเขาก็ได้แสดงความเห็นแก่ตัวเพื่อให้ตัวเองรอด ซึ่งคนในลักษณะนี้เติบโตมาด้วยความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา พวกเขาจะไม่ชอบไปอยู่ในสถานการณ์ที่พวกเขาควบคุมไม่ได้ หรือสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อผลประโยชน์ของตนเอง หรือไม่ก็ชอบอยู่ในกรอบแห่งความปลอดภัยของตนเอง ไม่ยอมออกไปเสี่ยงเป็นอันขาด ซึ่งทำให้พวกเขาอาจพลาดโอกาสครั้งสำคัญ หรือ ไม่ได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

3. เป็นคนที่ถูกความกลัวเข้าครอบงำ

ในวัยเด็กนั้น มีเด็กหลายคนที่ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าการถูกกระทำเหล่านั้นจะกลายเป็นปมฝังใจ และจะแสดงผลเมื่อพวกเขาโตขึ้น ความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในของแต่ละคนจะปรากฏชัดขึ้นเมื่อพวกเขาเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่เป็น Phobia หรือความหวาดกลัวในวัยผู้ใหญ่นั้นมีหลากหลายรูปแบบทั้งกับสัตว์ กับเสียง หรือแม้กระทั่งสิ่งของ ทั้งนี้การเอาชนะ Phobia หรือความหวาดกลัวลักษณะนี้ควรจะจัดการทันทีที่เรารู้ตัว ก่อนที่ความกลัวดังกล่าวจะทำให้คุณไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

4. คนที่โลกส่วนตัวสูง

ในวัยเด็ก การหลบซ่อนตัวเมื่อกระทำความผิดเป็นทางออกที่เด็กหลายคนเลือก หรือการหลีกหนีจากความขัดแย้งในครอบครัวไปอยู่ในโลกของตนเองก็เป็นหนทางที่เด็กหลายคนทำแล้วสบายใจ แต่วิธีการดังกล่าวได้กลายเป็นปมในใจเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น เพราะคนในลักษณะนี้จะรู้สึกว่าปลอดภัยมากกว่าถ้าอยู่ในโลกของตนเอง แม้ว่าคนที่อยู่รายล้อมพยายามที่จะหยิบยื่นความปรารถนา มาให้เพียงใดก็ตาม เพราะความรู้สึกลึก ๆ ในใจที่กลัวว่าจะถูกทำร้ายหรือถูกตัดสินจะทำให้รู้สึกเจ็บปวด ถ้ามีความรู้สึกเช่นนี้ขอให้ลองหาคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพราะโอกาสที่คุณจะเป็นพวกต่อต้านสังคมก็มีอยู่สูงเลยทีเดียว

5. พวกชอบประชดประชัน

การได้รับความรักที่ไม่เท่ากันจากพ่อแม่ หรือครอบครัวที่ไม่ค่อยแสดงความรักต่อกัน แม้ว่าจะรักกันมาก ทำให้หลายคนโตมาพร้อมกับความรู้สึกที่ค้างอยู่ในใจ และกลายเป็นคนที่ชอบประชดประชัน ไม่ยอมที่จะพูดตรง ๆ หรือแก้ปัญหาโดยตรง กลับที่จะใช้การแสดงออกแสร้งเหมือนว่าไม่รัก แต่แท้จริงแล้วรักมากมาแทน ซึ่งลักษณะอาการแบบนี้ไม่มีอะไรต้องแก้ไข แต่คนรอบข้างต้องเข้าใจว่า ด้วยวัยเด็กที่เติบโตมาโดยที่ความรักอาจขาดหายไปบางชั่วขณะ ส่งผลให้โตขึ้นพวกเขาต้องโตมาเป็นคนแบบนี้

6. มีความกังวลตลอดเวลา

ประสบการณ์ที่ทำร้ายใจหรือกายมาอย่างยาวนานในวัยเด็ก ทำให้หลายคนยากที่จะลืม และพวกเขาก็ไม่สามารถสลัดเรื่องราวที่เป็นปมนั้นหลุดออกจากห้วงคำนึงได้ บ่อยครั้งเราจะเห็นคนขี้กังวลนั้นกังวลไปได้ในทุกเรื่อง และทำให้ชีวิตไม่มีความสุขทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่พวกเขากังวลบางเรื่องนั้น มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดขึ้น ผลที่ตามมานอกจากจิตใจจะเต็มไปด้วยความกังวลและความเครียดตลอดเวลาแล้ว ร่างกายก็จะทรุดโทรมตามไปด้วยเพราะความเครียดที่เกินพอดีนั่นเอง

7. พวกที่ชอบโทษตัวเอง

คนที่ไม่ว่าจะผิดหรือถูกมักจะโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองเอาไว้ก่อน มีให้เห็นเป็นจำนวนมากในสังคม ส่วนหนึ่งเพราะในวัยเยาว์นั้นพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาโดยขาดที่พึ่งทางใจ พวกเขาเหมือนถูกทิ้งให้อยู่โดยลำพัง เมื่อต้องการความสนใจหรือความเห็นใจ พวกเขายินดีที่จะยอมให้ตัวเองเป็นเหยื่อ หรือเป็นคนที่ผิดเอง พวกเขาจะรู้สึกว่าถ้ารับเอาคำสั่งและความผิดเอาไว้ทั้งหมด จะดีกว่าให้พวกเขาไปแก้ตัวหรือให้เหตุผลที่คงจะไม่มีคนฟัง ซึ่งแบบนั้นจะเจ็บปวดมากกว่า