เปิด “5 โรคประจำตัวท็อปฮิต” ทำเสียชีวิตจากโควิดระลอก 3

นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2562 ปฏิเสธไม่ได้ว่าระลอก 3 ที่คนไทยกำลังเผชิญสถานการณ์อยู่ในตอนนี้ ถือเป็นการแพร่ระบาดที่น่ากลัวที่สุด เมื่อยอดผู้เสียชีวิตสะสมทะลุหลัก 50 คนไปแล้วภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.64)

จากจำนวนผู้เสียชีวิตรวม 54 ราย (อัพเดทวันที่ 26 เม.ย.64) พบว่าส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวใกล้เคียงกัน และหลายคนมักมีโรคประจำตัวมากกว่า 1 โรค จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต  ขณะที่อายุของผู้เสียชีวิตก็พบว่ามีถึง 45 เปอร์เซ็นต์ที่มีอายุไม่ถึง 60 ปี และส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน อายุระหว่าง 24-48 ปี

และนี่คือ 5 โรคประจำตัวที่ติดอันดับสูงสุดของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ในระลอก 3 (ในจำนวนนี้บางคนป่วยมากกว่า 1 โรค) ซึ่ง Tonkit360 รวบรวมมาฝากกัน เพื่อจะได้ระมัดระวังตัวกันให้มากขึ้น เนื่องจากผู้มีโรคประจำตัวจะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็น 14-20 เปอร์เซ็นต์

1. ความดันโลหิตสูง  (24 คน)

ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อติดเชื้อโควิด-19 จะมีอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติ ซึ่งรายงานจากวารสารการแพทย์ The Lancet พบว่าเชื้อโควิด-19 จะส่งผลให้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ 17 เปอร์เซ็นต์ และส่งผลให้เกิดระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวอยู่ที่ 9 เปอร์เซ็นต์ 

ดังนั้น ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจึงควรหมั่นตรวจวัดระดับความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ หมั่นดูแลสุขภาพจิตให้ดี ให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียด ความวิตกกังวล เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

นอกจากนี้ หากพบว่าตนเองมีอาการไข้สูง ไอ จาม หรือหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ และหากอยู่บ้านคนเดียว ต้องมีเบอร์ติดต่อแพทย์และผู้ให้การช่วยเหลือติดตัวไว้ด้วย

2. เบาหวาน (16 คน)

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ล้วนมีความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรงหากติดโรคโควิด-19 เนื่องจากผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเป้าหมาย มักมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ร่วมด้วย

นอกจากนี้ การติดเชื้อยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนและควบคุมได้ยาก ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น รวมถึงเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ กินยาเบาหวาน ยาร่วมอื่น ๆ และฉีดอินซูลินตามปกติ รวมถึงตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดให้บ่อยขึ้น และติดตามผลให้อยู่ในระดับ 80-180 มิลลิกรัม /เดซิลิตร ชั่งน้ำหนักร่างกายทุกวัน หากน้ำหนักลดลงขณะกินอาหารได้ตามปกติ เป็นสัญญาณว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง วัดอุณหภูมิร่างกายทุกเช้าเย็น เพราะอาการไข้อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ  และหากมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ไอ หายใจลำบากให้รีบปรึกษาแพทย์

3. อ้วน ภาวะน้ำหนักเกิน (13 คน)

ผู้ที่เข้าข่ายภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน คือ ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ซึ่งการหาค่า BMI คำนวณได้จากการนำน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) มาหารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลังสอง ซึ่งค่ามาตรฐานสำหรับน้ำหนักตัวปกติจะอยู่ที่ 18.5-22.9

ผู้ที่เป็นโรคอ้วนชนิดรุนแรง (ค่า BMI 30 ขึ้นไป) จะมีความเสี่ยงในการเกิดอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโควิด-19 นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคอ้วนชนิดรุนแรงยังมีโรคประจำตัวเรื้อรังอื่น ๆ ที่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการมีอาการที่รุนแรงด้วย

ดังนั้น จึงควรปฏิบัติตัวด้วยการกินยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง ป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อด้วยการปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านการรักษาสุขอนามัยในช่วงการระบาดของโควิด-19 และควรอยู่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

4. ไตวายเรื้อรัง (8 คน)

ไตวายเรื้อรัง  คือภาวะที่มีการทำลายเนื้อไตอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จนทำให้ไตมีขนาดเล็กลง และไม่สามารถฟื้นมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ ซึ่งผู้ป่วยโรคไตที่อยู่ในขั้นที่ 3 ถึงขั้นที่ 5, ผู้ป่วยที่รักษาด้วยการฟอกเลือด และผู้ป่วยที่เปลี่ยนถ่ายไต ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงได้หากติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนปกติทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไตยังต้องเข้ารับการรักษาด้วยการฟอกเลือดตามนัดหมาย แต่หากมีไข้ให้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลก่อนที่จะเข้ารับบริการ ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายไต ให้กินยาตามที่แพทย์สั่งและสำรองยาไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ ก็ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านการรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงหลีกเลี่ยงสถานที่มีผู้คนหนาแน่น รักษาระยะห่างจากผู้อื่น และพยายามอยู่บ้านให้มากที่สุด

5. ไขมันในเส้นเลือดสูง (7คน)

ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง จะมีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นระดับคอเลสเตอรอลสูง หรือระดับไตรกลีเซอไรด์สูง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือสูงทั้งสองชนิด โดยผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตหากมีไขมันในเลือดสูง จะมีโรคประจำตัวอย่างโรคความดันโลหิตสูงด้วย

นอกจากนี้ ไขมันในเลือดสูง ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดตีบอุดตัน เลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง งดเนื้อสัตว์ส่วนที่ติดมันทุกชนิด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง หากมีอาการผิดปกติใด ๆ เช่น มีไข้ ไอ หายใจลำบากให้รีบปรึกษาแพทย์

ข้อมูล : กรมควบคุมโรค / รพ.บำรุงราษฎร์ / รพ.นครธน