Home Work & Living Living รู้ว่าเหนื่อย แต่ลองทำตามนี้ เพื่อเลิก move on เป็นวงกลม

รู้ว่าเหนื่อย แต่ลองทำตามนี้ เพื่อเลิก move on เป็นวงกลม

ว่าด้วยเรื่องของความรัก ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บและทรมานมากเป็นธรรมดา แต่เมื่อถึงวันที่ต้องเลิกรา เธอจะจมอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ แบบนั้นไม่ได้ ซึ่งเธอคงต้องเลือกว่าเธอจะเจ็บปวดอยู่ที่เดิมหรือจะเจ็บปวดแต่ยังไปข้างหน้า แล้วก็มีความหวังด้วยว่าสักวันความเจ็บจะทุเลาลงไป ฉะนั้น ไม่ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่เธอต้องก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้

ที่สำคัญ ความรักที่จบลงไม่ได้หมายความว่าจะเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าเธอยังจมปลักอยู่ที่เดิม หรือเดินวนรอบตัวเอง มันก็ไม่ได้ทำให้เธอดีขึ้นหรือเจ็บปวดน้อยลงเลย เรารู้ว่าเธอเหนื่อย รู้ว่าเธอเจ็บ แต่เธอควรจะพอได้แล้วกับการ move on เป็นวงกลม ลองทำตามคำแนะนำนี้ดู หวังว่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย

ยอมรับความจริง แล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น

จริง ๆ แล้ว ความเจ็บปวดเพราะความรักน่ะนะ เรา ๆ เคยเผชิญกันมาแล้วทั้งนั้นแหละ จะเรียกว่ามันเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ประสบการณ์ที่มีความหมายต่อชีวิตคนคนหนึ่งก็ได้ ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ย้อนเวลาก็ไม่ได้ ก็จงยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นซะว่ามันถึงทางตัน มันไปต่อไม่ได้แล้ว ถึงได้มาถึงจุดนี้ ไม่ต้องโกหกหรือหลอกตัวเอง ยอมให้ความคิดเหล่านั้นขึ้นมา และก็อย่าลืมให้เกียรติความรู้สึกเจ็บปวดนี้ด้วยที่ครั้งหนึ่งเคยมาทักทายเธอ แต่ในวันที่เธอได้เรียนรู้และเติบโต เธอจะหันไปขอบคุณมันเอง

ถามตัวเองว่ากำลังคาดหวังอะไร

เธอกำลังคาดหวังอะไรเธอถึงยังไม่ปล่อยอากาศ เพราะ ณ เวลานี้ มือของเขาไม่ได้อยู่ให้เธอรั้งอีกต่อไปแล้ว ที่เธอกำลังกำอยู่ก็มีแค่อากาศและความว่างเปล่าเท่านั้น ลองถามตัวเองดี ๆ เธออยากให้เขากลับมา? เธออยากย้อนเวลาไปแก้ไขอดีต? หรือเธอแค่กลัวเหงาเลยต้องการคนข้างกาย เธอมีสิทธิ์ที่จะหวังสิ่งเหล่านั้นเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องตัดสินหรือตัดพ้อต่อว่าตัวเองที่คิดอะไรแบบนั้น แต่เธอก็ต้องยอมรับความจริงด้วยว่ามันเป็นจริงได้แค่ไหน ถ้ายากนักก็ปล่อยวาง แล้วมาดูสิ่งที่เธอจัดการตัวเองได้จะดีกว่า

หักดิบไปเลย

ที่เขาว่ากันว่าการอกหักก็เหมือนกับคนติดยา คำกล่าวนี้น่าจะเป็นจริง ดังนั้น วิธีการ move on จากอาการอกหักก็ต้องทำเหมือนกับการเลิกยา คือ หักดิบไปเลย ช่วงแรกมันจะยากแน่นอน แต่เธอควบคุมตัวเองได้ เธอลองหาอะไรทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือจะสร้างอุบายอะไรก็ได้ที่จะตัดตัวเองออกจากวงจรเหล่านั้น จะลบเบอร์ จะปิดโซเชียลมีเดียของตัวเองไปสักพักเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าไปส่อง จะลบเพื่อน จะทิ้งข้าวของทุกอย่างเธอทำได้หมด เห็นแก่ตัวเองที่พยายามจะเยียวยาหัวใจให้พ้นจากความเจ็บปวดให้เร็วที่สุดก็พอ

กลับมารักตัวเองให้เร็วที่สุด

ในเวลาแบบนี้ มีแค่เธอเองนั่นแหละที่จะรักตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว เพราะเธอเป็นคนที่รับรู้เสมอว่าตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไร เลิกโทษตัวเอง หรือคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ เธอไม่ดีแล้วยังไง วนคิดแต่อะไรแบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขากลับมา มีแต่เศร้าเสียใจเอง ลองคุยกับตัวเองประหนึ่งเพื่อนที่สนิทที่สุดจะทำให้เราได้ รับฟัง ปลอบโยน และให้กำลังใจตัวเอง เธอไม่ต้องรีบร้อน ให้เวลากับตัวเองมาก ๆ ดูแลสภาพกาย สภาพจิตใจให้พร้อมไปต่อ และเตรียมพร้อมที่จะเริ่มเปิดใจกับความสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หันมาใส่ใจกับความสัมพันธ์อื่น

จริงอยู่ที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์จำเป็นต้องมีสังคม ต้องมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แต่ความสัมพันธ์ที่ว่าก็ไม่ได้ถูกนิยามว่าต้องเป็นความสัมพันธ์แบบคนรักเสียหน่อย นี่จึงไม่ได้หมายความว่าให้เธอรีบไปมีแฟนใหม่อะไรแบบนั้น แต่เธอควรหันไปหาความสัมพันธ์ที่เธอมีอยู่ เพื่อนดี ๆ ที่อยู่ข้างเธอเสมอ ครอบครัวที่รอเธอกลับบ้าน หรือใครจะมีความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นก็ตามแต่ หันหน้าไปทะเลาะกับสัตว์เลี้ยงยังได้เลย จงให้เวลากับความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้พัฒนาขึ้น ยอบรับและขอบคุณความสัมพันธ์ดี ๆ ที่ใคร ๆ มีให้เธอตลอดมา อาจต้องใช้เวลา แต่มันจะดีขึ้น

บทเรียนความรักจะช่วยให้เธอเข้าใจโลกมากขึ้น และยึดติดน้อยลง จำไว้ว่าไม่มีใครทำอะไรเธอได้ ถ้าเธอไม่ทำร้ายตัวเอง และบนโลกนี้ก็ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่อกหักเป็น การอกหักไม่ได้ทำใครตาย ถ้าอกหักแล้วตายจริง ๆ ก็คงไม่มีคนเหลือบนโลกนี้แล้ว มีแต่เธอเท่านั้นที่ทำตัวเองตายทั้งเป็น ซึ่งการที่เขา move on ได้ และไม่ฟูมฟายก็ไม่ได้แปลว่าความรักของเขาที่ให้คนคนนั้นน้อยกว่าที่เธอมี เขาแค่จัดการชีวิตตัวเองให้ไปต่อได้เท่านั้นเอง