Home Work & Living Living “รถเก่า” ยิ่งเก๋า ยิ่งราคาแรง

“รถเก่า” ยิ่งเก๋า ยิ่งราคาแรง

แม้ตลาดรถยนต์มือสองในบ้านเราจะค่อนข้างที่จะซบเซา แต่รถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปบางรุ่น รวมไปถึงรถยนต์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถคลาสสิก (รถที่ผลิตในยุค 70 ขึ้นไป) กลับกลายเป็นที่นิยม บางรุ่นกลายเป็น “แรร์ไอเทม” ที่หลายคนตามหา ที่สำคัญราคาขายพุ่งกระฉูดไปทะลุหลัก 1 ล้านบาทไปแล้ว

“โฟล์คเต่า-มินิ” ขึ้นชั้นรถคลาสสิก

หากไม่นับรถยนต์สปอร์ตคาร์แบรนด์ดัง ยุคเก่าตั้งแต่ปี 1970 ย้อนขึ้นไป ที่คงความคลาสสิก และคุณค่าในตัวของมันเองอยู่แล้ว รถไซส์เล็กอย่างโฟล์คสวาเกน บีเทิล หรือที่รู้จักกันดีว่า “โฟล์คเต่า” รวมไปถึง รถในตระกูล “มินิ” ซึ่งเป็นโดลสุดคลาสสิคมาตั้งแต่ยุค Austin Mini กำลังเป็นที่นิยมของนักสะสม และกลายเป็นแฟชันของคนในยุคปี 2021

โฟล์คเต่า รุ่นจอไข่ปี 1955

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โฟลค์เต่า” ที่ปัจจุบัน โฟล์คสวาเกน ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีปิดตำนานสานพานการผลิตไปหมดแล้ว ราคามือสองในตลาดบ้านเราอยู่ในระดับหลักแสนไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับรุ่นปีที่ผลิตและสภาพรถ ซึ่งแน่นอนว่าคันไหน ยิ่งทำและหาอะไหล่แท้ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมมากที่สุดราคาก็จะยิ่งสูงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

มินิ คูเปอร์ โฉมปี 1969

เช่นเดียวกับ “รถมินิ” ที่แม้ปัจจุบัน จะยังมีรถโมเดลนี้อยู่ในสายพานการผลิตซึ่งราคารถใหม่ป้ายแดงอยู่ในระดับ 2 ล้านต้น ๆ ไปจนถึง 3 ล้านบาท ทว่ารถในตระกูลนี้ที่ย้อนอายุกลับไปราว 35-50 ปี กลับมีราคาสูงกว่ามินิมือสองที่ผลิตในยุคปี 2000 โดยราคามินิคลาสสิก ณ ปัจจุบัน สามารถหาซื้อได้ตั้งแต่ระดับหลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาทเช่นเดียวกัน

ย้อนอดีต “โฟล์คเต่า” ราคาหลักหมื่น

เชื่อหรือไม่ว่าทว่าหากย้อนกลับไปเมื่อราว 30 ปีที่แล้ว คุณหาซื้อโฟล์คเต่าได้ทั่วไป ในราคาหลักหมื่นเท่านั้น โดยทีมงาน Tonkit360 มีโอกาสได้พูดคุยกับ ม.ร.ว.ประทักษ์ รังสิต เจ้าของ VW Showtime ศูนย์ซ่อมรถโฟล์คครบวงจร ย่านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งท่านได้ให้ข้อมูลว่า ในยุคปี 1990 ตอนนั้นโฟล์คเต่ามือสองสามารถหาซื้อได้ง่ายมาก ที่สำคัญราคาอยู่ในหลักหมื่น ไม่เกินหนึ่งแสนบาท

โฟล์คตู้หน้าวี ปี 1962

อย่างไรก็ดีนับจากปี 2000 เป็นต้นมา กระแสความนิยมโฟล์คเต่ากลับมาอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนที่เป็นเด็กในยุค 90 และเติบโตมากับรถรุ่นนี้ อยากที่จะกลับไปปัดฝุ่นใช้มันอีกครั้ง รวมถึงเป็นโมเดลสุดคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์มานานร่วม 80 ปี ทำให้รถเต่ากลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง และขึ้นแท่นกลายเป็นรถคลาสสิกไปโดยปริยาย

ซึ่งนอกจากโฟล์คเต่าแล้ว รถโฟล์คตู้คลาสสิก ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่กลายเป็นที่นิยมเช่นกัน โดย คุณธัญญพรหม อัศวจินดา เจ้าของรถโฟล์คตู้รุ่น “หน้าวี” ปี 1962 เผยกับ Tonkit360 ว่า เขาตามหารถตู้รุ่นนี้มานาน จนเจอคันที่ถูกใจในสภาพเดิม ๆ เมื่อ 2 ปีที่แล้วราคา 7 แสนบาท ก่อนจะเก็บรายละเอียดมาเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องราคาคงไม่สามารถประเมินได้ แต่หากไปดูในตลาดมือสอง “หน้าวี” ทะลุ 2 ล้านบาทไปแล้ว

“E30-190E” รถ 30 ปี ราคาหลักแสน

ขยับขึ้นมาในปลายยุค 80 ต่อยุค 90 มีรถอยู่ 2 รุ่นจากช่วงเวลานั้น ที่กลับมาเป็นที่นิยมของคนรักรถเก่าในเวลานี้ เริ่มจาก บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ภายใต้รหัสรถที่เรียกกันติดปากว่า E30 โดยบีเอ็มฯ รุ่นนี้ มีรุ่นย่อยมากมาย ทั้ง 2 ประตู และ 4 ประตู มีเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1.6 ลิตร ไปจนถึง 2.7 ลิตร ซึ่งราคาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ราคาป้ายแดงอยู่ในระดับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท

บีเอ็มดับเบิลยู E30

มาถึงปัจจุบันในตลาดรถมือสอง หากเป็นซากรถที่ต้องซื้อมาปัดฝุ่นทำใหม่ทั้งคัน ราคาของ E30 ยังพอหาได้ในระดับหลักหมื่น แต่หากคันที่ผ่านการทำสีมาใหม่ และเติมแต่งด้วยอะไหล่แท้ทั้งคัน ก็น่าจะมีราคาเรื่มต้นอยู่ในระดับสามแสนบาทไปแตะ 1 ล้านบาทได้เลย และยิ่งเป็นชุดแต่งของสำนักดังอย่าง Alpina หรือ Hartge ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

เบนซ์ 190E

ขยับมาที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ 190E หรือที่เรียกกันว่า “เบบี้เบนซ์” ที่ พลิกโฉมวงการรถยนต์บ้านเราในยุคปี 90 เพราะเป็นรถเบนซ์ที่เข้ามาทำราคาป้ายแดงในบ้านเราที่ 1.2 ล้านบาท ถือว่าเป็นเบนซ์ที่ถูกที่สุดในยุคนั้น มาในปัจจุบันราคามือสองของ 190E ในตลาดสตาร์ที่หลักหมื่นปลาย ๆ ไปจนถึง 3 แสนบาท ขึ้นอยู่กับสภาพ อย่างไรก็ดีถือเป็นรถอายุ 30 ปี ที่ราคาดีไม่น้อย

รถกลางยุค 90 ที่ยังราคาแรง

ปิดท้ายกันที่รถจากยุคกลาง 90 ในยุคนั้นต้องบอกว่า มีรุ่นยอดฮิตอยู่มากมาย อาทิ นิสสัน เซฟีโร่ A31, ฮอนด้า แอคคอร์ด ตาเพชร, มิตซูบิชิ แลนเซอร์, ฮอนด้า ซีวิค 3 ประตู (โฉมเตารีด) ไปจนถึง โตโยต้า โคโรลล่า AE101 ทว่ารุ่นที่ราคายังแรงและเป็นที่ต้องการมากที่สุด หนีไม่พ้น ซูบารุ อิมเพรสซ่า เจเนอเรชันแรก โฉมเดียวกับที่โคลิน แม็คเรย์ ขับคว้าแชมป์แรลลี่โลกปี 1995

ซูบารุ อิมเพรสซ่า โฉมแรก

โดยในยุคนั้น ตัวแทนจำหน่ายซูบารุอย่างเป็นทางการในบ้านเรา เปิดตัวอิมเพรสซ่ารุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า เริ่มต้นที่ราคา 6.9 แสนบาทเท่านั้น ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ชุดแต่ง WRX พร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ ราคาอยู่ที่ 9.85 แสนบาท ซึ่งเมื่อ 20 กว่าปีผ่านไป รถโฉมนี้ยังทำราคาขายในตลาดมือสองบ้านเราได้ในระดับ 3 แสน ไปจนใกล้ ๆ แตะ 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

ฮอนด้า พรีลูด เจเนอเรชันที่ 4

อีกหนึ่งรุ่น อาจจะไม่ใช่คอมแพ็คคาร์ทั่วไป แต่ก็เป็นรถในฝันของวัยรุ่นกลางยุค 90 เช่นกัน กับฮอนด้า พรีลูด รถสปอร์ตคูเป้ ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยเฉพาะ พรีลูด เจเนอเรชันที่ 4 ที่ในช่วงปี 1992 ฮอนด้านำมาทำตลาดในบ้านเราในราคาล้านกว่าบาท ปัจจุบันเวลาผ่านไปร่วม 30 ปี ราคาของพรีลูดในตลาดรถมือสองถือว่าอยู่ในระดับไม่ธรรมดา เริ่มต้นที่ 3 แสน ไปจนถึง 5 แสนบาท

ทั้งนี้ราคาของรถยุค 90ไปจนถึงรถคลาสสิกที่มีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป ในตลาดรถมือสองอาจจะมีการขยับขึ้นและลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความต้องการและกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งไม่แน่ว่ารถคันเก่าของคุณ วันหนึ่งอาจจะกลายเป็นที่นิยม และมีมูลเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวก็เป็นได้