Home Trending Story Trend ในประเทศ ขับช้าหลบไป! กฎหมายระบุ เลนขวาห้ามวิ่งต่ำกว่า 100 กม./ชม.

ขับช้าหลบไป! กฎหมายระบุ เลนขวาห้ามวิ่งต่ำกว่า 100 กม./ชม.

ปกติแล้วสภาพการจราจรที่ไม่คล่องตัว แออัด ติดขัด และบางครั้งก็เหมือนจะเป็นอัมพาตไปแล้วนั้น ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลาย ๆ คนรู้สึกหงุดหงิดหัวร้อนอยู่ไม่น้อย เพราะต่างคนต่างก็มีจุดหมายปลายทางที่ต้องการไปให้ถึงโดยเร็ว และลองนึกตามว่าสภาพการจราจรเช่นนั้น ไม่มีใครมีอารมณ์มานั่งชื่นชมสิ่งที่รายล้อมข้างทางเหมือนออกมาขับรถเล่นกินลมชมวิวหรอก

อย่างไรก็ดี ความหงุดหงิดสามารถกลายเป็นความโมโหได้ในบัดดล เมื่อเจอคนประเภท “กีดขวางการจราจร” ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ที่เห็นได้บ่อยคือ พวกที่ “ขับช้าแล้วแช่เลนขวา” ทั้งที่คนใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าช่องทางจราจรช่องขวาสุดเป็นช่องทางด่วน นั่นหมายความว่ารถที่ทำความเร็วสูงจะใช้ช่องจราจรช่องนี้ เพราะตามกฎหมาย ช่องจราจรทางขวาเป็นทางที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ “ขับแซง” รถคันหน้าได้ คนประเภทที่ชอบขับแช่อยู่เลนขวาด้วยความเร็วต่ำ ๆ ควรต้องรู้ไว้ ว่าคุณเป็นพวกที่ทำให้การจราจรไม่คล่องตัว

ทำไมรถวิ่งช้าถึงมาขับแช่อยู่เลนขวา

มักเกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นมือใหม่หัดขับ เพราะแม้ว่าการขับเลนขวาจะสะดวกและค่อนข้างง่าย ๆ สำหรับพวกมือใหม่ แต่คุณกำลังเข้าใจผิดมหันต์ เพราะในช่องเลนนั้นมันมีไว้สำหรับคนที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มือใหม่มักไปขับแช่ในเลนขวานั้น ยกตัวอย่างเช่น

  • ผิวช่องจราจรเลนซ้ายมักไม่เรียบ แต่เลนขวาจะสภาพดีกว่า ในคนที่ขับรถมือใหม่ยังขับรถไม่แข็งอาจจะไม่ค่อยอยากใช้ทางที่ไม่เรียบ เพราะกลัวขับลงไหล่ทาง
  • ปริมาณรถที่วิ่งในเลนซ้ายมีมากกว่าเลนขวา และแออัดกว่า เนื่องจากเลนซ้ายจะมีป้ายรถประจำทาง ที่รถประจำทางต้องหยุดแวะรับผู้โดยสารเป็นระยะ
  • หนีรถที่ออกมาจากซอย ในคนที่ยังขับรถไม่แข็งกลัวจะตั้งสติไม่ทันเวลาที่เห็นรถออกมาจากซอย (เดี๋ยวเหยียบเบรกเดี๋ยวเหยียบเร่ง) ทั้งยังต้องคอยมองอยู่ตลอดด้วย
  • เพื่อจะไม่เสียจังหวะกับรถที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด เพราะรถเหล่านั้นต้องชะลอความเร็วลงเพื่อเลี้ยว
  • ไม่เจอรถเล็กอย่างรถจักรยานยนต์ เพราะรถจักรยานยนต์ห้ามวิ่งเลนขวา คนที่ขับรถไม่แข็งกลัวว่าตัวเองจะขับไปเฉี่ยวชนเข้าหากวิ่งเลนซ้าย
  • เลนขวาระวังแค่รถที่เตรียมกลับรถเท่านั้น

แต่ด้วยรถยนต์บนถนนบ้านเรานั้นเป็นรถพวงมาลัยขวา เมื่อต้องการแซงรถคันหน้า ถ้าต้องแซงซ้าย จะทำได้ลำบาก เพราะเป็นด้านที่อยู่ไกลตัว จะเกิดจุดบอดที่มองไม่เห็น ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และที่สำคัญ การแซงซ้ายโดยไม่มีเหตุอันควรจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ก็ผิดกฎหมาย ฉะนั้น เลนขวามีไว้สำหรับให้รถที่วิ่งเร็วกว่าใช้ขับแซงขึ้นไป การขับช้าแล้วแช่ขวา จะทำให้รถที่ต้องการวิ่งเร็วไม่มีช่องทางสำหรับวิ่งแซง

ตามมาตรา 35 บัญญัติว่า “รถที่วิ่งช้าหรือความเร็วต่ำกว่ารถคันอื่นที่ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะทำได้” ชัดเจนว่ารถที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่ารถคันอื่น ต้องวิ่งทางซ้าย 

ดังนั้น ความคิดของคนขับรถประเภทที่ว่าขับแช่ขวาไม่เป็นไร เพราะคิดว่าตัวเองใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด หรือฉันอยากจะขับช่องไหนก็ได้เป็นสิทธิ์ของฉัน ตราบใดที่ไม่ได้ทำใครเดือดร้อน เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะคุณนั่นแหละที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะการที่คุณขับช้า แล้วรถคันอื่นแซงไม่ได้ คุณกำลัง “ขวางถนน” ทำให้การจราจรติดขัดไม่คล่องตัว และคนที่ขับขี่ในลักษณะดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมายด้วย ซึ่งอาจเจอถึง 2 กระทง คือ

  • มาตรา 34 บัญญัติว่าถนนที่มีการแบ่งเส้นจราจรมากกว่า 2 เลนขึ้นไป ผู้ขับขี่ต้องขับชิดขอบทางด้านซ้าย หากไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ความผิดฐานขับรถกีดขวางทางจราจร มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท

เพราะฉะนั้น ต้องท่องจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าตามกฎหมายเลนขวามีไว้สำหรับแซงเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าแซงรถคันหน้าขึ้นมาได้แล้วในระยะที่ปลอดภัย ผู้ขับขี่จะต้องเปิดสัญญาณไฟซ้ายเพื่อกลับเข้ามาในเลนซ้าย ห้ามวิ่งแช่ขวา เลนขวาเป็นช่องทางสำหรับรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเท่านั้น

การขับแช่เลนขวา นอกจากจะก่อให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดรำคาญสำหรับผู้ที่ขับตามมาแล้ว ยังเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุด้วย เพราะการแซงซ้าย (ซึ่งเป็นด้านที่อยู่ไกลตัวคนขับ) จะมีจุดบอดที่คนขับทางขวามองไม่เห็น อาจหักไปเจอรถเลนซ้ายด้านหน้าหรือรถเลนซ้ายด้านหลังในตำแหน่งที่กระจกมองข้างมองไม่เห็นได้

ดังนั้น การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย จำเป็นมากที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎจราจร หากผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วต่ำในเลนขวา เห็นรถที่วิ่งตามมาด้วยความเร็วสูง คุณต้องหลีกทางออกซ้ายให้เขาแซงไป เพราะเลนขวามีไว้สำหรับแซง อย่าเอาแต่สะดวกตามใจฉัน เคารพกฎหมายที่คุณจำเป็นต้องรู้เวลาสอบใบขับขี่ และคำนึงถึงมารยาทในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

ถึงกระนั้น ผู้ที่ขับขี่เลนขวาที่ใช้ความเร็วสูง ก็อาจจะต้องข้อหาใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ที่ขับช้าไปยั่วโมโหเขาหรือคิดว่าตัวเองถูกที่ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด เป็นหน้าที่ของกฎหมายในการจัดการ

กฎหมายใหม่ความเร็วรถบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบท

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 ที่มีผลบังคับใช้ในวันนี้ (10 มี.ค. 2564) ได้กำหนดการใช้ความเร็วของรถต่าง ๆ ใหม่ดังนี้

  • รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รถที่ลากจูงรถคันอื่น รถยนต์ 4 ล้อเล็ก หรือรถยนต์ 3 ล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เว้นแต่รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป (บิ๊กไบค์) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รถโรงเรียน รถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งคนโดยสารเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รถแทรกเตอร์ รถบดถนน หรือรถที่ใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รถอื่นนอกเหนือจากนี้ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ถ้ารถดังกล่าวอยู่ในช่องขวาสุด ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เว้นแต่ในกรณีที่ช่องเดินรถนั้นมีข้อจำกัดด้านการจราจรหรือทัศนวิสัยมีสิ่งกีดขวาง หรือมีเหตุขัดข้องอื่น

ข้อมูลจาก ราชกิจจานุเบกษา