Hello, It’s me. อยากบอกอะไรกับตัวเอง ถ้าตัวเองจากอดีตมาหา

ภาพจาก KBS

เป็นเรื่องตลกนะว่าไหม ที่บางช่วงเวลา เรามักจะโหยหาชีวิตในอดีต อดีตที่เคยมีความสุขกว่านี้ อดีตที่เคยดีกว่านี้ หรือแม้กระทั่งอดีตที่อยากจะย้อนกลับไปแก้ไข แต่ไม่ว่ายังไงก็คงทำได้แค่คิดถึง เพราะเราย้อนเวลากลับไปอดีตไม่ได้ ยังไงก็ทำไม่ได้! ถึงอย่างนั้น ก็คงคาดไม่ถึง (และมันคงตลกน่าดู) ใช่ไหม ว่าคนที่เราคุ้นเคยที่สุดในชีวิตเมื่อราว ๆ 20 ปีก่อน มาปรากฏตรงหน้าตัวเราในปัจจุบัน ใช่!!! มันคือตัวเราเองที่เดินทางจาก “อดีต” มาหาตัวเองที่ใช้ชีวิตอยู่ใน “ปัจจุบัน”

ที่พูดเรื่องอดีตปัจจุบันอะไรมากมายขนาดนี้ เพราะเราเข้าใจดีว่าชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละคนนั้นมันไม่ง่าย อดีตที่มีความสุข หรืออดีตที่ขมขื่น ยังไงมันก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่คอลัมน์วันนี้เป็นซีรีส์แฟนตาซีเรื่องที่อาจทำให้พวกเราหวนนึกถึงอดีตเหล่านั้น แล้วก็อยากที่จะมีโอกาสได้เจออะไรแบบนี้สักครั้ง ถ้ามันจะช่วยให้ชีวิตดีกว่าที่เป็นอยู่ได้

Hello, It’s me. เป็นเรื่องราวหญิงโสดวัย 37 ปี ที่มีชีวิตเละเทะชนิดที่ว่าพังยับเยิน มีเรื่องไม่น่าอภิรมย์ซัดเข้าหาทุกวัน จนเธอมีความคิดว่าการที่ต้องใช้ชีวิตแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ น่าจะไม่มีอะไรดีไปกว่าการตายอีกแล้ว เพราะไม่มีอะไรจะเสีย เธอจึงตัดสินใจที่จะไม่หลบรถที่กำลังพุ่งเข้ามาชน และพยายามอ้อนวอนหมอว่าหยุดปั๊มหัวใจเธอได้แล้ว

แต่ชีวิตของเธอไม่ได้เละเทะมาตั้งแต่ต้น เพราะในวัยรุ่นนั้นเธอมีชีวิตที่เจ๋งเป้งสุด ๆ (คำยุคปี 2000) เป็นเด็กสาวสุดฮอตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังด้านบวก สดใส ร่าเริง มั่นใจในตัวเอง และเย่อหยิ่งนิด ๆ แต่มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น จนนำพาชีวิตเธอมาถึงจุดอับโชคขนาดนี้ ในวันหนึ่ง โชคชะตาก็เล่นตลกอย่างแรง เมื่อตัวเธอเองในวัย 17 ปี ปรากฏขึ้นตรงหน้าตัวเธอเองในวัย 37 ปี (งงแฮะ) พูดง่าย ๆ ก็คือทั้งสองอายุห่างกัน 20 ปี แต่ทั้งสองคือคนคนเดียวกัน!

ภาพจาก KBS

เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น เพราะตัวเธอในวัย 17 ปี ไม่ควรจะมาปรากฏตัวในปี 2020 และไม่ควรจะมาเจอตัวเองในสภาพนี้ในอีก 20 ปีต่อมา ลำพังตัวเธอเองก็ตกใจจะแย่ แล้วถ้าคนอื่นที่เคยเกี่ยวข้องกับเธอเวอร์ชันอดีตมาเจอเธอเข้า โลกคงถึงกาลวิบัติ มันไม่ใช่เรื่องปกติที่คน 2 คนที่เป็นคนคนเดียวกัน แต่อายุห่างกัน 20 ปี จะมาปรากฏตัวพร้อมกัน ถึงอย่างนั้น การที่โชคชะตาเล่นตลกแบบนี้ ก็คงมีเหตุผลว่าตัวเธอเองในวัย 17 ปี เดินทางจากอดีตมาหาตัวเองในวัย 37 ปีได้ยังไง? ไม่สิ คงอยากถามว่ามาทำไม? มากกว่า

เพราะฉะนั้น ซีรีส์เกาหลี Hello, It’s me. ไม่ใช่ซีรีส์ย้อนอดีต ไม่ใช่ซีรีส์ท่องอนาคต แต่เป็นตัวเองจากในอดีตที่มาหาตัวเองในปัจจุบัน เพื่อสร้างปัจจุบันและอนาคต (โอ๊ย! งงไปหมดแล้ว)

อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่อดีตสร้างปัจจุบันและอนาคตได้

ทุกคนที่เชื่อในวิทยาศาสตร์จะรู้ดีว่ามนุษย์เราทำได้เพียงอยู่กับปัจจุบันและวางแผนอนาคตเท่านั้น ไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ มันไม่มีเครื่องย้อนเวลาแบบในหนังในละคร และใครหลาย ๆ คนก็น่าจะรู้ดี ว่าเราสามารถนำอดีตมาสร้างปัจจุบันและอนาคตได้ อดีตเป็นครูที่ดีที่สุด ที่จะสอนเราว่าอะไรที่ทำแล้วดี และอะไรที่อย่าหาทำอีก

นี่จึงน่าจะเป็นปมที่ว่า ทำไมตัวเธอจากอดีถึงมาโผล่อยู่มนช่วงเวลาปัจจุบัน แถมยังไม่ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองอีก ถึงแบบนั้น ตัวเธอในวัย 17 ปีกลับไม่เชื่อในตอนแรก ว่า 20 ปีต่อมาเธอจะมีสภาพแบบนี้ ถึงขั้นที่เธอเวอร์ชันอดีตถามตัวเองเวอร์ชันปัจจุบันว่าใช้ชีวิตยังไงถึงได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่น่าสมเพชแบบนี้

ภาพจาก KBS

เพราะตัวเธอในวัย 17 ปี เป็นวัยที่หลงใหลกับทุกสิ่งรอบตัว ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด เต็มไปด้วยความฝัน ความหวัง ตรงข้ามกับปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ด้วยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์บางอย่างที่นำชีวิตเธอมาจะถึงจุดนี้ (ใบ้ให้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในคืนเดียวกันกับวันที่วัย 17 ปีของเธอถูกส่งมา) เธอในวัย 37 ปี ใช้ชีวิตแบบคนไม่มีแพชชัน ไม่มีความฝัน ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแม้แต่ความหวัง

ส่วนตัวเธอในปัจจุบันก็ได้แต่จุกในอก เพราะก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเธอจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เธอพูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้ เหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตเธอพังแบบนี้ เธอยอมให้ตัวเองในวัยรุ่นโกรธเกลียดตัวเองในวัยผู้ใหญ่ แต่ไม่อยากให้ตัวเธอในวัยรุ่นโกรธเกลียดตัวเองเหมือนที่เธอเป็นมาตลอด 20 ปี

เป็นไปได้ไหมว่าสาวน้อยเมื่อ 20 ปีก่อน มาหาตัวเธอเองในวัยที่โตขึ้น เพื่อช่วยปลอบโยนและมอบพลังบวกที่เคยมีในวัยนั้นให้เธอในวัยนี้ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองและใช้ชีวิตต่อจากนี้ไปให้ดี เธอมาเพื่อช่วยเหลือตัวเองจากหลุมลึกและความมืดที่เธอจมอยู่ตลอด 20 ปี ให้กลับเป็นคนที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังและความหวังแบบในวันวาน

เราจะศรัทธาในตัวเอง เมื่อเจอคนที่น่าสงสารกว่า

จริง ๆ แล้ว มีอยู่หลายหลายวิธีเลยล่ะที่คนเราใช้ปลอบโยนหรือเยียวยาตัวเองในช่วงเวลาที่น่าสมเพชสังกะตาย เช่น คำพูด คำปลอบใจที่อ่อนโยนจากคนที่รักไม่กี่คำ การได้อาบน้ำ การได้นอน การได้เมา แต่เราจะค้นพบวิธีที่ดีสุด คือการเห็นใจคนอื่น เห็นว่าชีวิตเรายังดีกว่าใครอีกหลายคน ยังมีคนคนนั้นที่น่าสงสารกว่าตัวฉัน มันอาจจะฟังดูใจร้ายที่เรามองเขาน่าสงสาร แต่มันกลับทำให้เรารู้สึกว่าตัวเรายังหลงเหลืออะไรอยู่บ้าง โดยเฉพาะความรู้สึก

ภาพจาก KBS

เพราะความรู้สึก เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเรายังหายใจ เรายังมีชีวิตอยู่ ถึงมันจะทรมาน แต่คนคนนั้นเขาคงทรมานกว่า ขนาดเรามองไปยังรู้สึกสงสารเลย จึงน่าจะเป็นพลังบวกและกำลังใจให้ตัวเองได้ฮึดสู้อีกครั้ง หลายคนลุกขึ้นมาสู้เพื่อตัวเอง และยังยื่นมือเข้าไปช่วยคนอื่นด้วยในวันที่ยืนได้แล้ว

นั่นแหละ คนเราจะตายทันทีทั้งที่ถูกตบแค่ครั้งเดียวไม่ได้หรอกจริงไหม และเราจะยิ่งได้เข้าใจคำว่า “เมื่อได้แบ่งปันความสุข ความสุขมันก็จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว”

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้รักตัวเองให้มาก ๆ

มันเป็นเรื่องน่าตกใจก็จริงที่จู่ ๆ ก็มีตัวเองในอดีตมาอยู่ด้วย แต่จากซีรีส์เรื่องนี้ นักแสดงทั้งสองแสดงออกมาได้เฉียบมาก คน 2 คนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งที่เป็นคนเดียวกัน แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ก็เหมือนมีเพื่อนเป็นตัวเอง เพื่อนที่ไม่ควรจะมาอยู่บนโลกตอนนี้พร้อมกัน แต่ด้วยวัยที่ต่างกันถึง 20 ปี ความคิดความอ่านมันย่อมต่างกัน เวอร์ชัน 17 ปีเป็นวัยเรียน ไม่ประสีประสาชีวิต ไล่ล่าความฝัน มีพลังดีเต็มเปี่ยม แต่เวอร์ชัน 20 ปีให้หลังมันไม่ใช่ เธอเปลี่ยนไปแล้ว

ประสบการณ์สองทศวรรษทำให้เธอต้องเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ประสบการณ์ที่สอนตัวเองได้มากพอว่าโลกนี้มันโหดร้ายกว่าที่คิด บาดแผลในใจไม่เพียงแต่รักษาไม่หาย แต่ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ แต่การที่ตัวเองในวันวานมาหาตัวเองในวันนี้ มันเหมือนการที่เธอมีเพื่อนที่เป็นคนที่เธอคุ้นเคยที่สุด รู้จัักันมากที่สุด แน่นอนว่ามันช่วยปลอบประโลมเธอได้ และนี่อาจถึงเวลาแล้วที่เธอจะสร้างอนาคตที่มีความสุขยิ่งกว่าอดีต ด้วยตัวเธอเองที่รู้ทั้งอดีตและปัจจุบัน

พอลองมาคิดดูแล้ว เราเองก็อยากจะเจอตัวเองในอดีตเหมือนกันนะ ไม่ต้องถึง 20 ปีหรอก แค่ 10 ปีก็ได้ มีเรื่องที่อยากจะคุยอยากจะถามกับนางเยอะแยะเหมือนกัน อยากขอบคุณหลาย ๆ เรื่อง อยากชื่นชมหลาย ๆ อย่าง อยากขอโทษหลาย ๆ สิ่ง อยากจะถามหลาย ๆ คำถาม และก็มีอีกหลายประเด็นที่อยากจะด่าแล้วก็ตบเรียกสติตัวเองหน่อยเหมือนกัน

ภาพจาก KBS

แต่เพราะเราย้อนอดีตไม่ได้ไง และตัวเองจากอดีตก็เดินทางข้ามเวลามาหาแบบในซีรีส์ไม่ได้ด้วย ก็คงหมดหวังว่าที่จะเจอตัวเองเวอร์ชันเมื่อ 10 หรือ 20 ปีที่แล้ว แต่…รู้ไหม เราสามารถทำทุกอย่างนั่น ทั้งขอบคุณ ชื่นชม ขอโทษ ถามคำถาม หรือด่าตัวเองได้ในวันนี้นะ ขอไม่ตบละกัน มันเจ็บ ถึงยังไงจะเวอร์ชันไหนเราก็คนเดียวกันไม่ใช่หรือ

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงรักตัวเองให้มาก ๆ ไม่มีใครจะรักตัวเธอเองได้เท่ากับตัวเธออีกแล้ว และถ้าเธอยังไม่รักตัวเอง เธอจะหวังให้ใครรักตัวเธอได้ล่ะ แบบนี้แล้ว ถ้าได้เจอตัวเองเวอร์ชันอดีต ลองคิดดูว่าเรามีอะไรอยากจะพูดกับตัวเองในปัจจุบัน มากกว่าคำว่า “สวัสดีนะเธอ นี่ฉันไง ตัวเธอน่ะ” ไหม? 🤨