Home Work & Living Living 15 เรื่องอย่าหาทำ ถ้าคุณกำลังถังแตก

15 เรื่องอย่าหาทำ ถ้าคุณกำลังถังแตก

อาการถังแตก คือคุณไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายหนี้สินหรือบิลเรียกเก็บในแต่ละเดือนได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะพนักงานประจำหรือฟรีแลนซ์ คุณมีสิทธิ์ถังแตกได้ง่าย ๆ ถ้าใช้เงินไม่ระวัง และเมื่ออยู่ในสภาวะถังแตกแล้ว นี่คือ 15 เรื่องที่คุณไม่ควรเข้าไปยุ่งหรือยกเลิกซะ เพื่อที่สถานะทางการเงินของคุณจะได้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งหนึ่ง

1. กู้ซื้อรถใหม่หรือผ่อนสินค้าผ่านบัตรเครดิต

ในยามที่คุณถังแตกนั้น หมายความว่าคุณไม่มีงานประจำ ไม่มีรายได้เข้ามาทุกเดือน ถ้าคุณไปกู้ซื้อรถหรือซื้อสินค้าที่ต้องผ่อนทุกเดือนนั่นหมายถึงการสร้างภาระที่คุณไม่สามารถรับผิดชอบได้

2. เดินทางท่องเที่ยวหรือพักผ่อนตามรีสอร์ทหรู

ถ้าไม่มีเงินเหลือไว้สำหรับใช้จ่ายเลย ก็เท่ากับไม่สามารถท่องเที่ยวพักผ่อนใด ๆ ได้ และถ้ามีเงินเก็บเอาไว้สำหรับท่องเที่ยว ควรเอาเงินจำนวนนั้นมาใช้หนี้ที่มีอยู่จะดีกว่า หรือเก็บเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินหากเจ็บป่วยขึ้นมา

3. ให้คนอื่นยืมเงินหรือไปร่วมลงชื่อกู้กับคนอื่น

ถ้าสถานะของคุณคือคนถังแตกและว่างงาน ไม่มีเงินเก็บที่เพียงพอ นั่นหมายความว่าคุณเองก็ไม่สามารถให้ใครมายืมเงินของคุณได้เช่นกัน รวมไปถึงตัวคุณเองที่ไม่ควรไปลงชื่อเพื่อร่วมกู้กับใคร เพราะนั่นหมายถึงภาระใหญ่หลวงที่คุณไม่สามารถรับผิดชอบได้

4. ใช้เงินในสิ่งที่ไม่จำเป็น

สิ่งหนึ่งที่ยากมากสำหรับคนที่อยู่ในสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง คือการบังคับตนเองในการใช้จ่ายเงินให้ซื้อแต่ของที่จำเป็น และใช้เงินให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถึงจะยากเพียงใดก็ต้องระงับใจไว้ เพราะในยามที่คุณไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะใช้จ่ายอะไรได้มาก คุณควรใช้เงินให้น้อยที่สุดและจำเป็นที่สุด

5. ไปกินข้าวตามร้านอาหาร

นี่คือสิ่งที่ควรหยุดไปเลยถ้าคุณอยู่ในสภาวะถังแตก สิ่งที่ควรทำคือซื้อของจากร้านขายของชำ แล้วเอากลับไปทำกินเองที่บ้าน ทำอาหารกลางวันไปกินที่ทำงาน รวมไปถึงการจำกัดค่าอาหารมื้อเย็นด้วย

6. การมีค่าใช้จ่ายเดือนกับแอปฯ ดูหนังฟังเพลง

ในยามที่ต้องประหยัดที่สุด การจำกัดค่าใช้จ่ายรายเดือนโดยยกเลิกการบอกรับเป็นสมาชิกของแอปฯ ต่าง ๆ ที่คุณมีนั้นจะช่วยให้ประหยัดรายจ่ายได้ส่วนหนึ่งเลยทีเดียว

7. ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง

การไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงคือการใช้เงินที่ไม่เป็นประโยชน์ และใช้เงินที่คุณไม่มี ถ้าอยากไปจริง ๆ นั่นหมายความว่าคุณต้องยอมให้เพื่อนเลี้ยงเหล้าคุณ หรือนั่งสังสรรค์กันในร้านที่มีราคาไม่แพงมากนัก

8. จ่ายบัตรเครดิตมากกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้

จ่ายบัตรเครดิตมากกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณอยู่ในสภาวะที่หมุนเงินแบบติด ๆ ขัด ๆ สามารถอนุญาตให้ตนเองจ่ายขั้นต่ำของบัตรเครดิตได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะจะทำให้คุณเหลือเงินสดเอาไว้ใช้บ้าง

9. ไม่สนใจใบเรียกเก็บหรือสเตทเม้นท์ที่ธนาคารส่งมาให้

เราไม่สามารถซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมได้ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อได้รับใบเรียกเก็บหรือสเตทเม้นท์จากธนาคาร จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณควรจะแกะซองและเปิดออกมาตรวจสอบว่ายอดหนี้ของคุณอยู่ที่เท่าไร เพื่อที่คุณจะได้จัดการหนี้สินของตนเองถูก

10. ทำตัวมีเงินทั้งที่ในความจริงแล้วไม่มีเงิน

เวลาทำตัวมีเงินให้โลกรู้ คุณต้องรู้ด้วยว่าเหล่านักขายทั้งหลายก็จ้องจะดูดเงินในกระเป๋าของคุณเช่นกัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นรู้ว่าคุณมีปัญหาทางด้านการเงิน ดังนั้นอย่าทำตัวอวดรวยเลย เพราะคุณจะถูกดูดเงินในกระเป๋าออกไปอีก

11. ออกจากงานโดยที่ยังไม่มีแผนมารองรับ

ก่อนจะตัดสินใจออกจากงาน ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่ามีภาระรับผิดชอบอะไรบ้าง และถ้าออกมาแล้วจะสามารถดูแลตัวเองไหวอีกกี่เดือน ถ้ายังไม่มีคำตอบ สิ่งที่คุณต้องทำคือออกจากงานแล้วมีงานมารองรับอยู่แล้ว เพราะนั่นหมายความว่าคุณจะไม่เคว้งและยังพอมีเงินจ่ายบิลได้ทุกเดือน

12. โกหกครอบครัวหรือแฟน เกี่ยวกับสถานะทางการเงิน

เชื่อหรือไม่ ว่าปัญหาทางการเงินทำให้คู่รักหลายคู่ต้องเลิกร้างกันมานักต่อนักแล้ว ดังนั้นถ้ามีปัญหาทางการเงินก็ควรที่จะเปิดให้อกคุยกันให้หมด และบอกด้วยว่าหนทางที่จะแก้ปัญหาคืออะไร เพราะจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ถึงสถานะทางการเงินของครอบครัว

13. คิดไปเองว่าปัญหาทางการเงินน่าจะคลี่คลายด้วยตัวมันเอง

ถ้าคุณไม่คิดจะเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองเลย ก็ไม่มีโอกาสที่ปัญหาทางการเงินของคุณจะคลี่คลายได้ ไม่เชื่อก็ลองตัดรายจ่ายที่ไม่สำคัญออกไป แล้วคุณจะพบว่าคุณยังพอเหลือเงินที่จะเอามาใช้หนี้ได้พอสมควรเลยทีเดียว

14. เล่นการพนันเพื่อหาเงินเพิ่ม

มีคำกล่าวว่า อย่าสร้างปัญหาเพื่อให้ปัญหาเดิมนั้นยากจนเกินแก้ ถ้าคุณถังแตกแต่ยังมีงานประจำอยู่ ก็ขอให้ตัดรายจ่ายไม่สำคัญและหางานพิเศษทำเพิ่ม เพื่อที่จะได้มีเงินเก็บบางส่วน หรือลดค่าใช้จ่ายไม่สำคัญลง อย่าได้คิดว่าการพนันจะทำให้คุณมีเงินเพิ่มขึ้นมาเป็นอันขาด เพราะไม่มีทางเลยที่การพนันจะทำเงินให้ใครได้

15. คุณยังคงติดนิสัยใช้จ่ายแบบเดิม

ถ้าการใช้จ่ายแบบเดิมทำให้คุณถังแตก คุณควรกลับมานั่งพิจารณาแล้วดูว่าค่าใช้จ่ายตรงจุดไหนที่คุณควรจะหยุด และ ค่าใช้จ่ายตรงไหนที่คุณควรจะลดจำนวนลง เพราะถ้ายังใช้จ่ายแบบเดิม รายได้เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม คุณไม่มีทาง ที่จะกลับมามีสถานะทางการเงินที่ดีได้