แฟนหงส์จิตตก

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เข้าใจความรู้สึกจิตตกของ “แฟนหงส์” เป็นอย่างดี เพราะฟังเพื่อนระบายในห้องต่าง ๆ ของโลกโซเชียลถึงสถานการณ์ในสนามอันย่ำแย่ และอาการบาดเจ็บของนักเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ล่าสุดยังมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เพิ่มเข้าไปอีกราย

ส่วนผลงานของทีมจู่ ๆ เกิดย่ำแย่ต่อเนื่อง นี่แพ้ในบ้าน 4 นัดติดเข้าไปแล้ว แถมก่อนหน้านี้ดันมีข่าวอัปมงคลว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะถูกเด้งออกจากตำแหน่งเสียอีก แหม นักเตะเจ็บเป็นสิบแบบนี้ ต้องให้โอกาสและเวลากุนซือเยอรมันผู้นี้หน่อยดีกว่ามั้ยครับ

กลัวแต่ว่าจะน้อยใจ เครียด และกดดัน ชิงลาออกเองนี่สิจะยุ่ง!

ยิ่งความรู้สึกส่วนตัวนั้นยิ่งหวั่นเดจาวู ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันคล้ายกับตอนคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมื่อปี 1990 ซึ่งฤดูกาลถัดมานักเตะ ลิเวอร์พูล ชุดป้องกันแชมป์บาดเจ็บเป็นว่าเล่น ทั้งอลัน แฮนเซ่น, รอนนี่ วีแลน, สตีฟ แม็คมาน, แกรี่ จิลเลสพี, รอนนี่ โรเซนธาล เดวิด เบอร์โรว์ สลับหน้ากันลงเปล ไม่ทราบจะโชคร้ายอะไรกันขนาดนั้น เหมือนเที่ยวนี้ไม่มีผิด

เคนนี่ เดลกลิช ผู้จัดการทีมขณะนั้นต้องสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งนักฟุตบอลเป็นว่าเล่น รวมทั้งดันเด็กขึ้นมาและซื้อตัวแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ดึง เดวิด สปีดี้ และ จิมมี่ คาร์เตอร์ แก้ผ้าเอาหน้ารอด แล้วยังมีเรื่องปวดศีรษะหนักหน่วงกับสารพันปัญหา ตั้งแต่แนวหลังรั่วเป็นประตูน้ำ นักฟุตบอลเดี้ยงกันเป็นแถว แถมตัวเขาเองยังมีความเครียดต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่ฮิลส์โบโร่ ซึ่งมีแฟนบอล เดอะ ค็อป เสียชีวิตถึง 96 ราย นักเตะความมั่นใจหดหายเหมือน “หงส์แดง” ชุดนี้

หลังจากนั้น “คิง เคนนี่” ตัดสินใจชิงลาออกแบบฟ้าผ่า ต้องให้ รอนนี่ มอแรน ผู้ช่วยรับงานขัดตาทัพแทนช่วงเดือนมีนาคม ก่อนที่แกรม ซูเนสส์ จะเข้ามาคุมช่วงปลายฤดูกาล และถูก อาร์เซนอล แซงเข้าป้ายเป็นแชมป์ไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

สุดท้ายทีมที่ยอดเยี่ยมและสุดคลาสสิค มีนักเตะอย่าง จอห์น บาร์นส์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ และเอียน รัช แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เพราะความรีบร้อนของ “ซูอี้” ผู้ที่เข้ามาใหม่ และหลังจากนั้น “แฟนหงส์” ต้องรอคอยนานถึง 30 ปี

เพราะฉะนั้นใจเย็นค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ แก้กันดีกว่าไหมครับ? การเกลียดความพ่ายแพ้ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าให้มันเป็นไฟเผาทุกอย่าง มันก็ไม่ไหว

อย่าลืมว่าขุนพลในชุดนี้ถ้ากลับมาครบ ๆ ประกอบไปด้วยยอดนักเตะระดับท็อปอยู่มากเพียงใด เอาแค่ทริโอ มาเน่-ฟีร์มีโน่-ซาลาห์ ในแดนหน้า ต่อมาในแดนมิดฟิลด์ยังมี ฟาบินโญ่-เฮนโด้-อัลคันทาร่า แดนหลังก็มี ฟาน ไดค์ และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ขอเพียงพวกเขากลับมาครบแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

ผมเชื่อว่าถ้า “หงส์แดง” คืนฟอร์มเก็บสามคะแนนได้สักนัดสองนัด พวกเขาน่าจะเรียกความมั่นใจและฟอร์มอันเฉียบขาดกลับมาได้ เอาตั้งแต่เกมไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือนัดต่อไปที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซีก็ได้

จิตตกไปไม่มีประโยชน์อะไรครับ หันกลับมาให้กำลังใจกันดีกว่า ปัญหาใดที่ผ่านมาและแก้ไม่ทันแล้ว ต้องปล่อยผ่านแบบ “ที่แล้วก็แล้วไป” และหันไปมองเกมที่เหลือซึ่งหมายถึงถ้วยสำคัญอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกยังรออยู่ รวมทั้งการประคองผลงานให้กลับมาจบท็อปโฟร์ให้ได้ด้วย.