Home Inspiration My Dear มีเดีย นี่คือปีที่เราต้องระมัดระวังใจในการ “เสพสื่อ”

นี่คือปีที่เราต้องระมัดระวังใจในการ “เสพสื่อ”

สวัสดีปีใหม่ 2564 ค่ะ ปีใหม่ที่ใครหลายคนตั้งความหวังว่าจะได้พบกับฤดูใบไม้ผลิเสียทีหลังจากที่ต้องเผชิญกับฤดูหนาวมาตลอดปี 2563 หากดูเหมือนว่า ฤดูหนาวนั้นยังไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด แต่ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อเพราะไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือร้ายก็ต้องมีสติในการเผชิญหน้ากับทุกวิกฤติที่เกิดขึ้น จะยากหรือง่ายก็ต้องใช้สติปัญญาแก้ไขกันไป

ช่วงเวลาแบบนี้ ผู้คนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ต่างรู้สึกโกรธกับสิ่งที่เกิดขึ้น และความโกรธนั้นนำพาให้พวกเขาต้องหาแพะรับบาปเพื่อใส่ความเกลียดเข้าไป ช่วงเวลาแบบนี้แหละค่ะ ที่จะเต็มไปด้วยข่าวลือ แล้วข่าวลือในยุคสื่อดิจิทัลแบบนี้ยิ่งน่ากลัว เพราะลือกันง่ายลือกันเร็ว คนที่มีชื่อเสียง หรือเป็น Influencer สักคนโพสต์ข้อความจากความคิดเห็นตนเอง แล้วทำให้สังคมเข้าใจผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นบ่อย จนบางครั้งทำให้คนที่เสพสื่อไม่สามารถแยกได้ว่า ข่าวใดคือข่าวลือ ข่าวใดคือข่าวจริง

ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือคนที่เป็นสื่อมวลชน นำเอาข่าวลือ หรือข่าวที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดนั้นมาขยายความต่อโดยไม่ตรวจสอบที่มาที่ไป ใช้คำว่า “เขาบอกว่า” เป็นการอ้างถึงที่มาของเนื้อหาข่าว สุดท้ายแล้วทำให้คนยุคดิจิทัลที่สนใจแต่พาดหัวแรง ๆ เข้าใจเรื่องราวผิดไปจากความจริง ส่งผลให้ความกลัวที่นำไปสู่ความโกรธยิ่งเพิ่มขึ้น และทำให้ผู้คนเกลียดกัน ทั้งที่ไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกันมาก่อน ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วในความจริงของเรื่องลวงนั้นมีเนื้อหาเป็นอย่างไร

เราอยู่ในยุคสมัยที่ต้องรับฟังข่าวแบบฟังหูไว้หูกันอย่างจริงจังนะคะ เรื่องที่คุณอ่านจากหน้าเว็บไซต์ข่าว หรือรับชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์จากโต๊ะข่าวของสถานีโทรทัศน์ในปัจจุบัน ยังไม่ใช่สิ่งที่จะยืนยันได้ว่าเป็นความจริงตามเนื้อหานั้นได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องพูดถึงเพจเฟซบุ๊กที่ก๊อปปี้เอาข่าวจากที่หนึ่ง มาเล่าเองตามความเข้าใจของตน (ซึ่งไม่รู้ว่าถูกหรือไม่) กลายเป็นแหล่งข่าวที่ผู้คนในความน่าเชื่อถือ

หรือแม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่า Influencer โพสต์ข้อความตามที่ตนเองเชื่อ แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เชื่อนั้นถูกต้องหรือไม่ ก็มีผลในการโน้มน้าวให้คนที่ติดตามแอคเคาท์ มีความคิดที่คล้อยตามกันไปด้วยยิ่งมีคน Follow เยอะ ความคล้อยตามนั้นจะถูกพัฒนาเป็นความเชื่อที่มาจากรากฐานเดียวกัน สุดท้ายเมื่อมีเสียงรองรับดังมาก ๆ ในกลุ่มผู้ติดตาม ส่งผลให้เรื่องที่บางครั้ง เกิดจากจินตนาการในรูปแบบทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดของคนโพสต์ดันกลายเป็นเรื่องจริง ทั้งที่มาจากข้อมูลอันแสนจะบิดเบี้ยวของข่าวลวง

ว่ากันตามจริงแล้วเรื่องไวรัสที่กำลังระบาดอยู่นั้นเป็นเรื่องน่ากลัวก็จริง แต่ข่าวลือ ข่าวลวงในช่วงที่เรายังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางโรคระบาดยิ่งน่ากลัวกว่า ดังนั้นจะรับข่าวสารแต่ละครั้งอย่าเพิ่งรีบปักใจเชื่อ เพราะเห็นว่าเป็นสำนักข่าว เป็น Influencer ที่มีคนตามจำนวนมาก หรือแม้แต่เป็นเพจอ้างตัวด้วยโปรไฟล์ที่เราไม่สามารถเช็กที่มาที่ไปได้ แต่ขอให้ใช้สติในการเสพข่าว แยกให้ถูกว่าเรื่องราวที่ได้รับมานั้น มีความเป็นไปได้และความจริงอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ จากนั้นมองว่าใครจะได้รับผลกระทบจากข่าวบ้าง จากนั้นค่อย ๆ เก็บเป็นข้อมูล ให้คะแนนความเป็นเหตุเป็นผล แล้วคุณจะเห็นว่า ข่าวสารที่คุณได้รับมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือแค่ข่าวลวง

ย้ำอีกครั้งว่านี่คือปีที่ต้องตั้งสติกันให้มากกับการเสพข้อมูลข่าวสาร เพราะทุกวันนี้การทำสงครามข่าวสารไม่ใช่แค่ปล่อยข่าวลือ ข่าวลวงกันแล้ว แต่คนที่อยู่ในเงาหลายคนใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อทำให้ตนออกมายืนในที่ที่สปอร์ตไลท์ฉายจับ และทำให้ตนเองกลายเป็นผู้นำทางความคิด ทั้งที่ความจริงแล้ว ภายในของคนที่สถาปนาว่าตนเองเป็น “ผู้นำทางความคิด” หลายคนนั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า อำนาจ วาสนา และความโลภอันไม่มีที่สิ้นสุด

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ