
อาการปัสสาวะบ่อยใช่ว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะหากดื่มน้ำในปริมาณมาก หรือดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจทำให้ปัสสาวะบ่อยได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีเช่นนี้ถือว่าไม่ใช้เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด
หากต้องการทราบว่าตนเองปัสสาวะบ่อยเกินไปหรือไม่ ให้สังเกตว่าในแต่ละวันเราปัสสาวะถี่หรือบ่อยแค่ไหน ซึ่งปกติแล้วในรอบ 24 ชั่วโมง คนทั่วไปจะปัสสาวะอย่างน้อย 6-8 ครั้ง และช่วงกลางคืนจะปัสสาวะเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น หากมากกว่านี้แสดงว่ามีการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ เพราะอาจอยู่ในภาวะปัสสาวะบ่อยเกินไป
ปัสสาวะบ่อย กระทบการดำเนินชีวิต
ภาวะปัสสาวะบ่อยเกินไปเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะมักจะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ โดยทุกครั้งที่ปวดจะมีอาการรุนแรงต้องเข้าห้องน้ำทันที
บางครั้งอาจปวดปัสสาวะทุกชั่วโมงจนต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตลอดเวลา ขณะที่ช่วงกลางคืนก็ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำจนไม่เป็นอันหลับอันนอน เพราะอยู่ในภาวะที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป จึงรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยเกือบทุกชั่วโมง
ทั้งนี้ กระเพาะปัสสาวะจะเกิดการบีบตัวทั้งที่น้ำยังไม่เต็มกระเพาะปัสสาวะ เมื่อขับถ่ายออกมาจะมีปริมาณน้อยสวนทางกับอาการปวดปัสสาวะ ซึ่งมีบางอย่างรบกวนการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
ไลฟ์สไตล์ส่งผลต่อการปัสสาวะบ่อยได้!
แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อุปนิสัย การเครื่องดื่มบางชนิด ส่งผลต่อการกระตุ้นให้เกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปได้เช่นกัน เนื่องจากการทำงานของบางคนอาจมีเหตุจำเป็นให้ต้องกลั้นปัสสาวะอยู่เรื่อยๆ รวมถึงอาหารบางอย่างมีคุณสมบัติในการเร่งการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ เช่น คาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีรสจัด โซดา อาหารที่รสจัด เครื่องเทศ วาซาบิ เป็นต้น
รู้ได้อย่างไรว่าเข้าข่ายปัสสาวะบ่อยเกินไปหรือไม่?
วิธีสังเกตว่าตัวเองเข้าข่ายปัสสาวะหรือไม่ ให้เปรียบเทียบความถี่ในการปวดปัสสาวะ หรือความถี่ในการเข้าห้องน้ำของตัวเองกับคนรอบข้าง อาจเป็นเพื่อนที่ทำงาน หรือญาติพี่น้องในวัยเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ ให้สังเกตความสามารถในการควบคุมปัสสาวะด้วยว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน หากไม่สามารถควบคุมได้ พบว่ามีปัญหาปัสสาวะราดอยู่บ่อย ๆ หรือตอนกลางคืนลุกเข้าห้องน้ำจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ก็แสดงว่าเข้าข่ายผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาสาเหตุ เพราะอาจจะป่วยด้วยโรคต่าง ๆได้โดยไม่รู้ตัว!
โรคใดบ้างที่เป็นสาเหตุให้ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
- โรคเบาหวาน การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
- โรคต่อมไร้ท่อผิดปกติเช่นโรคเบาจืด โรคคุชชิง(Cushing syndromes)
- โรคระบบทางเดินปัสสาวะทั้งกระเพาะปัสสาวะอักเสบและกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน(overactive bladder)
- ภาวะตั้งครรภ์ มดลูกที่ใหญ่ขึ้นจะกดกระเพาะปัสสาวะทำให้ความจุน้อยลงทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยมากขึ้น
- โรคทางระบบสืบพันธุ์ เช่นเนื้องอกมดลูกหรือรังไข่ ที่โตเบียดกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโตในผู้ชายทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อยได้อาจมีอาการร่วมคือปัสสาวะลำบากต้องเบ่งและคอยนานกว่าปัสสาวะจะออกมา
- ภาวะทางจิตใจ (psychogenic polydipsia)ทำให้ดื่มน้ำมากกว่าปกติจึงทำให้ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
- ยาหรือสารบางชนิดเช่น ยาขับปัสสาวะ คาเฟอีนแอลกอฮอล์ มีผลทำให้ปัสสาวะบ่อยได้
- โรคไตเรื้อรัง การทำงานของไตที่เสื่อมลงอาจจะทำให้มีปัสสาวะตอนกลางคืนได้บ่อย
ข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล / พญ. พันธิตรา ศิริปัญจนะ อายุรแพทย์โรคไต รพ.จุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต






























