ซอฮยอน SNSD กับบทบาทนักต้มตุ๋นใน Private Lives

ภาพจาก JTBC

เพราะติดซีรีส์เรื่องหนึ่งของช่อง JTBC ไปปแล้ว ช่วงนี้เลยพยายามจะดูซีรีส์ที่ฉายทางช่องนี้แล้วนำมาชวนพูดชวนคุยในคอลัมน์ แน่นอนว่าเงื่อนไขคือจะต้องออนแอร์แล้วไม่มากตอนเกินไป ไม่เช่นนั้นคือตามดูตามเก็บไม่ทันจริง ๆ

เสาร์นี้ก็เลยถึงคิวของ Private Lives ที่จริงแล้วปักธงเรื่องนี้ตั้งแต่เห็น “ซอฮยอน” เป็นนักแสดงนำแล้ว ถ้าสงสัยว่าเธอคือใคร เข้า Google แล้วค้นหา Girl’s Generation หรือ SNSD ได้เลย เธอเป็นเมมเบอร์ของวงนี้ ที่แม้ว่าปัจจุบันจะออกจากต้นสังกัดเดิม SM Enterment เพื่อหันมาเอาจริงเอาจังกับการแสดง ในฐานะที่ตัวเองเป็นทาสบอยแบนด์ของ SM ถึงจะไม่ได้หวีดเกิร์ลกรุ๊ปมากเท่าไร แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ออนนี่ปัง ๆ กับเส้นทางนักแสดงตลอดไป

ส่วนพระเอกของเรื่องก็ไม่ใช่ใครอื่น “โกคยองพโย” นี่เป็นผลงานคัมแบ็กเรื่องแรกตั้งแต่ออกจากกรมมาเมื่อต้นปี ก่อนหน้านี้เคยเห็นหน้าค่าตาอปป้าผ่าน ๆ มาบ้าง แบบไม่ได้มานั่งดูผลงานแบบจริงจัง จากเรื่องนี้ด้วยเคมีที่เข้ากับซอฮยอนออนนี่ และรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์ ในที่สุดก็ต้องมนต์เสน่ห์อปป้า โดนตกเรียบร้อยโรงเรียนโจร

ภาพจาก JTBC

Private Lives เรื่องราวของนักต้มตุ๋นมืออาชีพ ด้วยความจำเป็นบางอย่าง ทำให้นางเอกต้องก้าวเข้าสู่ถนนที่เรียกว่า “การหลอกลวง” อย่างเต็มตัว ทั้งที่จริงนางก็ไม่ค่อยปลื้มงานนี้สักเท่าไร เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเข้าเรียนมหาวิทยาลัย พ่อแม่นางก็ส่งเสียเลี้ยงดูด้วยเงินที่ได้มาจากการไปต้มตุ๋นหลอกลวงเขามานี่แหละ บางทีก็เอานางเข้าไปเป็นตัวประกอบของเรื่องด้วย ครอบครัวนี้เลยค่อนข้างจะอยู่ดีกินดีนิดนึงด้วยเงินชาวบ้านที่ไปโกงเขามา

หลังจากลงสนามอย่างเต็มตัว ชีวิตนางก็ต้องวิ่งอยู่ตลอด หลายปีที่ผ่านมา นางมีตัวตนนับไม่ถ้วน เข้าวงการนั้นออกวงการนี้ และชีวิตโกหกหลอกลวงก็ยุติชั่วคราวราว ๆ ปีครึ่งที่ซังเต ออกมาได้ไม่นานก็เจอเข้ากับเรื่องใหญ่ถาโถมชีวิต ทั้งถูกพระเอกหลอก และถูกแม่แท้ ๆ (ที่จริง ๆ รักลูกห่วงลูกมาก) คอยตามแซะชีวิตอยู่ไม่ห่าง จับพลัดจับผลูก็ดันเข้าไปเกี่ยวพันกับความลับระดับชาติเข้า ชีวิตที่วุ่นวายอยู่แล้วเลยทวีคูณ

ถึงจะเป็นนักต้มตุ๋น แต่นี่มันเลวร้ายเกินไป นางก็เลยพยายามที่จะแฉความลับพวกนั้น โดยต้องใช้ทักษะทางอาชีพทั้งหมดที่สั่งสมมาเอาตัวรอด และการต้องเผชิญหน้ากับโจทก์เก่าถึง 2 คน หนึ่งในนั้นคือพระเอกซะด้วย นางยังมีทั้งความรู้สึกผูกพันและคับแค้นปะปนกัน แต่เพราะงานเลยต้องวางเรื่องส่วนตัวลง นางจะถูกเขาหลอกอีกหรือไม่อันนี้คงต้องไปดูเอาเอง เพราะก็ไม่รู้เหมือนกัน 555

ชีวิตมีดี (ถึงจอมปลอม) ก็ต้องอวด

ภาพจาก JTBC

เปิดเรื่องมายังไม่ทันจะพูดพร่ำทำเพลงอะไร Social Dilemma ก็มาเลยค่ะ ชีวิตดี ๆ ที่ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ ใหญ่มาก ๆ ในปัจจุบัน เอาเข้าไปแขวนไว้กับสังคมเสมือนในโลกโซเชียล โลกที่เต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ จริงบ้างปลอมบ้าง อันตรายบ้างปลอดภัยบ้างเต็มไปหมด แล้วก็แยกแยะกันไม่ค่อยจะออก เรื่องที่น่ากังวลที่สุดคือการเอาชีวิตส่วนตัวของตัวเองไปทำให้กลายเป็นเรื่องสาธารณะ อยากให้สาธารณชนรับรู้ แต่เพราะมันสาธารณะนี่แหละ มันเลยอันตรายมาก ๆ

ค่านิยม “ไม่แชร์ชีวิตส่วนตัว = คนที่ชีวิตล้มเหลว” กลายเป็นสิ่งที่เหนี่ยวนำจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่อยากเป็นที่ยอมรับ เลยต้องแชร์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต ให้คนอื่นรู้ว่าฉันคือใครงี้ ที่จริงแทบทุกคนก็รู้แหละว่าการเอาเรื่องส่วนตัวไปทำให้เป็นสาธารณะนั้นมันอันตรายแค่ไหน “ก็จะยังไงล่ะ ฉันแค่อยากให้คนรู้” แบบนี้ไงถึงแม้จะรู้ว่าอันตราย ก็ยังอยากให้คนร้อยพ่อพันแม่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวตัวเองอยู่ดี ซึ่งเรื่องที่แย่ที่สุดก็น่าจะเป็นการถูกสวมรอยเพื่อใช้ประโยชน์ เมื่อไรที่หมดประโยชน์ก็ต้องถูกกำจัดทิ้ง

ฉะนั้นแล้ว เรื่องอะไรที่มันเป็นเรื่องส่วนตัว ที่มันไม่ควรที่คนทั่วโลกต้องรู้ก็พยายามอย่าหาทำเลย ให้ทั่วโลกเขาได้รู้เรื่องราวของคุณเท่าที่เขาควรจะรู้ และรู้ได้แบบเดียวกับที่คนทั้งโลกรู้ก็พอ

ชีวิตอู้ฟู่หรูหรา เพราะไปโกงเขามา

ภาพจาก JTBC

โอ้โห ทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกเดินเส้นทางมิจฉาทิฐิ เพราะอะไรล่ะ? เพราะมันง่ายที่จะเก็บข้อมูล และยากที่เหยื่อจะรู้ตัว หากไปเจอกับพวกมืออาชีพระดับเซียน โดยเฉพาะในโลกที่ทุกอย่างสามารถหาได้ผ่าน Google ทำให้หลายคนก็เลยหันมายึดเป็นอาชีพหลัก อาชีพที่สร้างรายได้ง่าย ๆ แถมเป็นกอบเป็นกำ โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของผู้ถูกกระทำว่าสุดท้ายแล้วชีวิตเขาต้องพังเพราะใคร

ถ้าอิงตามในซีรีส์ การยึดอาชีพนักต้มตุ๋นของพ่อแม่นางเอกนั้น เป็นเพราะต้องการที่จะขึ้นมาเป็นประชากรจำนวน 1 เปอร์เซ็นต์ ชนชั้นที่มีเงินชนิดแบบวัน ๆ จะทำอะไรก็ได้ หรือจะไม่ทำอะไรเลยก็ได้ ใคร ๆ ก็อยากรวยทั้งนั้น ยิ่งถ้ารวยได้แบบไม่ต้องเหนื่อยมาก จะมีสักกี่คนที่กล้าจะปฏิเสธทันทีโดยไม่ลังเลเลย แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า ถ้าเกิดคุณดันเป็นนักต้มตุ๋นที่โดนนักต้มตุ๋นด้วยกันเองต้มซะเปื่อย จากชีวิตอู้ฟู่ในสังคม ต้องกลายเป็นคนที่มีแค่เสื้อผ้าชุดเดียวในเรือนจำ จุดจบแต่ละคนก็คงไม่ต่างจากนี้มากเท่าไร

ศรัทธา หากินง่ายที่สุด

สังเกตไหม ว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงเอานั้น ล้วนมีเรื่องของ “ความศรัทธา” เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ต้องดูอื่นไกล ถ้ามีคนเปิดสำนักเจ้าแม่เจ้าพ่อได้โดยมีเป้าหมายให้คนที่เชื่อเข้าไปประกอบพิธีแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าโลกนี้ไม่มีอะไรน่าเชื่อถืออีกแล้ว เพราะการใช้ศรัทธาของคนเป็นเหมือนการเล่นสงครามทางจิตวิทยา ต่อให้ครั้งแรกจะปฏิเสธหนักแน่นแค่ไหน แต่พอโดนกล่อม โดนกระตุ้น โดนเชิญชวนบ่อย ๆ เข้า ความลังเลต้องมา และเริ่มมีความคิดขัดแย้งกันเอง

ภาพจาก JTBC

การใช้ประโยชน์จากความเชื่อ ความศรัทธาของคนในการหากิน แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย สิ่งเดียวที่ต้องมีและต้องดี คือ การพูดโน้มน้าวใจ ยิ่งมื่อคนกำลังอยู่ในช่วงสับสน สองจิตสองใจ หากสามารถพูดปิดการขายได้ เขาก็พร้อมใจจะจ่ายเงินค่าคารมกันทั้งนั้น ฉะนั้น จะทำอะไร จะเชื่ออะไรใคร จะเชื่อเรื่องไหน ตั้งสติดี ๆ แล้วถามตัวเองด้วยคำถามว่า “นี่มันจะจริงเหรอ” ไม่ใช่ถามว่า “ถ้าฉันทำแล้วฉันจะได้อะไร” แค่นี้ก็ป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ระดับหนึ่งแล้ว

สำหรับ Private Lives เป็นซีรีส์ประเภทแบบจะดูให้เครียดก็เครียด จะดูให้ฮาก็พอจะฮาได้อยู่ หรือจะดูแบบเอาสนุกก็ลุ้นดีเหมือนกัน ซับไทยถูกลิขสิทธิ์หาดูได้ใน Netflix มาดูกันว่าเมื่อได้ดูแล้ว คุณจะรู้สึกกับตัวเองอย่างไร ระแวงว่าจะถูกหลอก หรือวางแผนจะไปหลอกเขา หรือกำลังเจ็บใจเพราะถูกเขาหลอกเรียบร้อยแล้ว T T