วงการฟุตบอลสมัยใหม่นี้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก จะเรียกว่า “อยู่ยาก” ก็อาจจะได้ เก่งแต่ในเกมไม่พอต้องชนะศึกนอกสนามให้ได้ด้วย ทีมไหนเคลื่อนไหวช้า วิสัยทัศน์ไม่ก้าวไกล มีโอกาสหลุดจากความยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่ยากเย็น
ดูตัวอย่างทีม (อดีต) “เจ้าบุญทุ่ม” แห่งแคว้นคาตาลุนญ่า อย่าง บาร์เซโลน่า นับตั้งแต่ขายซูเปอร์สตาร์อย่าง เนย์มาร์ ไปให้ เปแอสเช ในฝรั่งเศส พวกเขายิ้มย่องว่าได้กำจัดตัวปัญหาไปสิ้น แถมยังได้ค่าตัวงดงามถึง 222 ล้านปอนด์ ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทไทย น่าจะเอาไปทำประโยชน์เสริมทัพเอานักเตะดี ๆมาเพิ่มได้
หลังจากนั้นใครจะไปเชื่อว่า “ผู้แพ้” ที่แท้จริงกลับกลายเป็น บาร์ซ่า เสียเอง ที่นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ยังหาตัวตายตัวแทนซุปตาร์ชาวบราซิเลี่ยนไม่ได้ แถมยังไปจ่ายเงินเลอะเทอะซื้อผู้เล่นในตำแหน่งอื่นที่ไม่คุ้มค่ามาหลายราย
ถ้าให้ไล่รายชื่อตั้งแต่ อุสมาน เดมเบเล่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อาร์ตูโร่ วิดาล, อองตวน กรีซมันน์ และล่าสุดยังไปดึง มาราเล็ม ปานิช ดาวเตะสูงวัยมาจากยูเว่ รวม ๆแล้วหมดเงินไปหลายร้อยล้านปอนด์ เรียกว่าค่าตัว เนย์มาร์ คูณสองเท่าแล้วก็ว่าได้ เรียกว่าซื้อมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
มีเพียง “กรีซมันน์” คนเดียวเท่านั้นที่ดูจะพอไหว จนฤดูกาลล่าสุดต้องเปลี่ยนหัวหน้าโค้ชเป็น “ไอ้พี่บึ้ก” โรนัล คูมันน์ แต่สโมสรก็ถังแตกเสียแล้วเพราะเจอพิษโควิดซ้ำ จนทำให้แทบไม่เหลือเงินให้ คูมันน์ มากนัก เรียกว่าจะซื้อใครก็ต้องโละคนเก่าออกเสียก่อน แค่ระดับ เมมฟิส เดปาย ยังคว้าไม่ได้ แล้วประสาอะไรจะไปเอาผู้เล่นคนอื่น
ยังไม่รวมระเบิดเวลาอย่าง “เมสซี่” ที่ยอมอยู่ต่อแบบชั่วคราว หมดสัญญาปีสุดท้ายเมื่อไหร่คงต้องแยกทางกันไปแบบไม่เหลือเยื่อใย ต้องโทษกันตั้งแต่ประธานสโมสร ยันทีมบริหารทุกคนที่ทำให้ บาร์ซ่า หมดลายได้ขนาดนี้
ลองเปรียบเทียบกับการทำทีมยุคใหญ่ของลิเวอร์พูล 5 ปีที่เจอร์เก้น คล็อปป์มาคุม มาด้วยกลยุทธและการบริหารที่ทันสมัย ทั้งด้านการตลาด และการจัดการทีม
คล็อปป์และไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ใช้เงินไปทั้งสิ้น 487 ล้านปอนด์ ได้ตัวผู้เล่นดี ๆ ที่ใช้งานได้อีกหลายปีอย่างซาดิโอ มาเน่ , โม ซาลาห์, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, อลิสซอน เบ็คเกอร์ ฯลฯ รวมทั้งการผลักดันผู้เล่นดาวรุ่งหลายรายขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่
ส่วนการขายนั้นได้เงินคืนกลับมา 351.8 ล้านปอนด์ รวมแล้ว 5 ซีซั่น ใช้เงินไป 135.2 ล้านปอนด์ เฉลี่ยแล้วฤดูกาลละ 27 ล้านปอนด์เท่านั้น ถูกและดีจริง ๆ แถมทั้งคู่ยังพยายามบาลานซ์ และรักษาเพดานโครงสร้างค่าเหนื่อยนักเตะในทีมให้อยู่ในระดับสูงสุดไม่เกิน 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เพื่อรักษาความเป็น “ทีม” และความปลอดภัยเรื่องงบให้ได้
ถือเป็นสองตัวอย่างที่แตกต่างกันสุดขั้วจริง ๆ วันนี้อยากประสบความสำเร็จใช้เงินกับแพชชั่นสองอย่างไม่พอครับ ต้องมีแผนการ มีวิสัยทัศน์ กลยุทธ และระเบียบวินัยด้วย
บอกแล้วว่าวงการฟุตบอลยุคนี้ “อยู่ยาก” ไงครับ ยุคนี้ต้องชนะให้ได้ทั้งในและนอกสนาม ถึงจะครองความยิ่งใหญ่สำเร็จ.






























