BMW 218i ใครเห็นต้องมองตาม

หากนึกถึงรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ตั้งแต่ผมเด็ก ๆ มักจะคุ้นกับบีเอ็มฯ ซีรีส์ 3,ซีรีส์ 5 ไปจนถึงซีรีส์ 7 วนอยู่ 3 ซีรีส์นี้เท่านั้น แต่พอโตมาก็เริ่มจะเห็นซีรีส์อื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาเรื่อย รวมถึงล่าสุดผมเห็นบีเอ็มฯ ซีรีส์ 2 ออกวิ่งในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตัวซีรีส์ 2 หรือ The 2 รุ่นที่่ผมเห็นบนเส้นเลียบทางด่วนเมื่อสัปดาห์ก่อนคือ 218i สีฟ้า snapper rocks blue มองแวบแรกถึงกับตกตะลึงในความงามของบั้นท้ายที่ฉีกไปจากรถยี่ห้อนี้อย่างสิ้นเชิง

และยิ่งหลงใหลขึ้นไปอีก เมื่อได้เห็นความงามจากด้านหน้า กระจังหน้าของบีเอ็มฯ รุ่นใหม่เกือบทุกรุ่นจะเน้นความใหญ่ ดูแล้วสวยไปอีกแบบครับ โดยรวมหากมองด้วยสายตา รถคันนี้เมื่อขับอยู่บนถนนคือรถซีดานระดับ C-segment ที่น่าดึงดูดไม่น้อย

ผมเข้าไปดูข้อมูลของ 218i รุ่นที่ว่านี้ ชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ BMW 218i Gran Coupe M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ราคาคันละ 2,399,000 บาท

พูดถึงการตั้งชื่อรุ่นของรถยนต์ค่ายยุโรปยุคนี้ตัวเลขที่เห็น อาจจะไม่ได้หมายถึงความจุเครื่องยนต์เสมอไปนะครับ เพราะในยุคก่อน ยกตัวอย่าง บีเอ็มฯ 320i เราจะรู้กันว่า 3 คือซีรีส์, 20 คือเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร และ i คือการจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์

อย่างบีเอ็มฯ 218i คันนี้ แน่นอนว่า 2 คือซีรีส์ ส่วนเลข 18 ถัดมา เขาจะนับเพอร์ฟอร์มานซ์โดยรวม จริงอยู่ที่รถเป็นเครื่อง 1.5 ลิตร แต่เมื่อมีทวินเทอร์โบเข้ามาช่วย ก็เทียบเท่ารถความจุ 1.8 ลิตรนั่นเองครับ ส่วน i ตัวสุดท้ายก็คือด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์เช่นเดิม

ขณะที่คู่แข่งโดยตรงของรุ่นนี้ คงหนีไม่พ้น เมอร์เซเดส A200 AMG Dynamic ที่เปิดตัวบ้านเราไปเมื่อปีที่แล้ว เบนซ์รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบ 1.3 ลิตร รีดแรงม้าได้สูงถึง 163 ตัว สนนราคาคันละ 2,490,000 บาท

หากวัดกันที่ความแรงเบนซ์ได้เปรียบอยู่นิด ๆ แต่หากวัดกันที่ราคาบีเอ็มฯ ถูกกว่า 91,000 บาท ฉะนั้นถือเป็นมวยถูกคู่ที่หากใครกำลังตัดสินใจระหว่าง 2 รุ่นนี้ แนะนำให้ไปทดลองขับกันก่อนจะดีกว่าครับ

ส่วนผม ยอมรับว่าตอน A200 ออกมาใหม่ ๆ ก็มองว่าสวยแล้ว แต่พอเห็น 218i รุ่นที่เข้ามาทำตลาดแทนรถแฮทช์แบ็กซีรีส์ 1 ในบ้านเราปุ๊ป ยอมรับเลยว่าเปลี่ยนใจในทันทีครับ