Home Inspiration My Dear มีเดีย โลกยุค “อัลกอริธึม” เมื่อความจริงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว

โลกยุค “อัลกอริธึม” เมื่อความจริงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว

ขึ้นหัวคอลัมน์รับวันจันทร์สุดท้ายของเดือนแปด เหมือนเป็นบทความเทคโนโลยีเลยทีเดียว ออกตัวก่อนเลยว่าไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ แต่ที่จะเขียนถึง “อัลกอริธึม” ในวันนี้เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา อัลกอริธึม หรือที่เข้าใจกันแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ นั้น คือระบบจัดการข้อมูลปริมาณมาก ขนาดใหญ่หรือ Big Data อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ซับซ้อนใช่ไหมคะ

แต่ความจริง ระบบอัลกอริธึม ที่ใช้บนโซเชียลมีเดีย หรือในกระบวนการ Digital Marketing นั้นมีความซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะเป็นการแบ่งแยกเป้าหมายของผู้รับสารอย่างชัดเจน และส่งข้อมูลเฉพาะที่ผู้รับสารสนใจไปให้ ทำซ้ำเข้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งผู้รับสารกลายเป็นลูกค้าในที่สุด

ถ้ายังไม่เห็นภาพให้ลองนึกถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คุณใช้อยู่ก็ได้ เวลาคุณกดดูคลิป ดู Content หรือดูโฆษณาเพียงแค่ครั้งเดียว Content และ โฆษณาดังกล่าวจะตามติดคุณไปในทุกที่ที่คุณออนไลน์ บางคนอาจเคยตกใจด้วยซ้ำเมื่อเวลาจะใช้ Search Engine แล้วดันเดาใจคุณได้ถูก สามารถขึ้น Key Word ที่คุณต้องการได้อย่างรวดเร็ว บอกได้เลยว่าส่วนหนึ่งมาจากการประมวลข้อมูลของ อัลกอริธึม

หรือบางครั้งเราไม่ค่อยเห็นฟีดของเพื่อนในหน้าไทม์ไลน์เรา จนอาจคิดไปได้ว่าเขาบล็อกเรารึเปล่า แต่แท้จริงแล้วเพื่อนไม่ได้บล็อก แต่เพราะคุณไม่ค่อยได้กดดูเนื้อหาของเพื่อนเท่าไร เจ้าอัลกอริธึมแสนฉลาดก็สาระแน คิดให้แล้วคุณไม่ได้สนใจ Content ของเพื่อนอีกแล้ว เลยทำให้ข้อมูลไม่ปรากฏ

เจ้าอัลกอริธึมนั้นทำงานอยู่เงียบ ๆ เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลข่าวสาร ที่ปัจจุบันแทบจะเป็นมหาสมุทรข้อมูล เต็มไปด้วยข่าวปลอมหรือเนื้อหาจูงใจทางการตลาด จนทำให้คนเสพแทบจะแยกไม่ออกว่าเรื่องไหนคือข่าวจริง เรื่องไหนคือข่าวที่แฝงการทำการตลาด

ยิ่งแยกแยะไม่ได้ก็ยิ่งทำให้อัลกอริธึมมีอิทธิพลมากขึ้น คุณจะเห็นโฆษณา หรือข้อความจากเพจที่คุณเข้าไปดูแค่ครั้งเดียวตามมาเรื่อย ๆ ตามในทุก ๆ ที่ที่คุณออนไลน์ คุณจะเห็นโฆษณาเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้คุณต้องตัดสินใจซื้อ เมื่อถูกเอามาใช้ในโลกข้อมูลข่าวสาร ข่าวสารเรื่องหนึ่งถูกสร้างขึ้น ก็จะถูกส่งไปยังคนที่อัลกอริธึม คัดมาแล้วว่าเป็นกลุ่มคนที่สนใจ ส่วนคนที่ไม่สนใจก็จะไม่ได้เห็น

เมื่อโลกปัจจุบันที่เราอยู่มีวิธีการจัดการข้อมูลและ สถิติแบบนี้ บางครั้งเราก็ต้องตั้งข้อสงสัยก่อนที่จะเชื่อในทุกข้อมูลที่ถูกป้อนผ่านออนไลน์ เพราะคำพูดของตัวละครดังจากการ์ตูนญี่ปุ่นอย่าง “โคนัน” ที่บอกว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว” นั้นอาจหาไม่ได้แล้วในยุคนี้ เพราะความจริงถูกดัดแปลงให้กลายเป็นข้อมูลที่ถูกนำเสนอหลายด้าน ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ในกลุ่มความจริงแบบไหนที่เจ้าอัลกอริธึม จะป้อนข้อมูลให้คุณทราบ

การรับข้อมูลข่าวสารในทุกวันนี้ ต้องพิจารณาเยอะ ๆนะคะ หรือจะใช้หลักกาลามสูตร หลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ ในเกสปุตตนิคม แคว้นโกศล เนื่องจากในสมัยนั้นมีผู้อวดอ้างตนในคุณวิเศษกันมาก เชิดชูแต่ลัทธิของตัว พูดจากระทบกระเทียบดูหมิ่นลัทธิอื่น พร้อมทั้งชักจูงมิให้เชื่อลัทธิอื่น

พระพุทธองค์จึงทรงแสดงกาลามสูตร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติต่อสิ่งที่ตนสงสัย หรือหลักความเชื่อ 10 ประการ เป็นหลักตัดสิน คือ

  1. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตาม ๆ กันมา
  2. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา
  3. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
  4. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
  5. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรกะ
  6. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน
  7. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
  8. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
  9. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
  10. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา

เป็นธรรมที่เหมาะกับยุคสมัยมากค่ะ ลองเอาไปปรับใช้กับการตัดสินใจรับข้อมูลกันดูนะคะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า