
จากที่ Tonkit360 อัพเดทข้อมูลการพัฒนาวัคซีนต้าน COVID-19 ทั่วโลกไปก่อนหน้านี้ ทำให้เห็นว่าต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนกว่าจะผลิตวัคซีนออกมาจำหน่ายได้ และจนถึงขณะนี้มีวัคซีนเพียง 7 ตัวเท่านั้นที่ผ่านกระบวนการทดสอบทางคลินิกในระยะที่ 3 หรือทดสอบกับคนจำนวนมากแล้ว
ด้วยเหตุนี้ วัคซีน Sputnik V ที่รัสเซียจดทะเบียนวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นชาติแรกของโลก จึงสร้างความกังขาต่อทั่วโลกไม่น้อยว่าจะต้าน COVID-19 ได้จริงหรือไม่ หลังจากใช้เวลาพัฒนาวัคซีนเพียง 5 เดือนเท่านั้น
แม้ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยืนยันว่าวัคซีนดังกล่าวมีความปลอดภัย และบุตรสาวคนหนึ่งของเขาได้ทดลองฉีดวัคซีน Sputnik V แล้ว 2 เข็ม แต่กลับไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับวัคซีนให้สาธารณชนได้รับทราบ
โดยสำนักข่าว CNN ระบุว่าวัคซีน Sputnik V ซึ่งพัฒนาโดยสถาบัน Gamaleya ในกรุงมอสโกนั้น ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุน Russian Direct Investment Fund (RDIF) ซึ่งในวันที่รัสเซียประกาศความสำเร็จว่าผลิตวัคซีนได้เป็นเจ้าแรกของโลก เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น เพิ่งผ่านกระบวนการทดลองในคนเพียงแค่สองเฟสเท่านั้น
การทดลองเฟส 3 สำคัญเพียงใด?
ทั้งนี้ การทดลองในระยะที่ 1 และ 2 กับกลุ่มคนจำนวนหลักสิบหลักร้อยนั้น นอกจากดูเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังดูความสามารถในการกระตุ้น และสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีนด้วย
ขณะที่เฟส 3 หรือระยะที่ 3 จะทดสอบกับกลุ่มคนจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่น เพื่อทดสอบว่าวัคซีนที่กระตุ้นภูมิคุ้นกันได้นั้น สามารถป้องกันโรคได้จริงหรือไม่ จึงถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากไม่สามารถต้านโรคได้ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีการทดลองในเฟส 3 ทางรัสเซียจึงออกข่าวตามมาว่าได้เริ่มทดลองแล้วกับคนจำนวน 2,000 คน ที่อยู่ในรัสเซียรวมถึงประเภทในตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา
วัคซีน Sputnik V ปลอดภัยหรือไม่?
Keith Neal ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาแห่ง University of Nottingham ของอังกฤษระบุว่าหากเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ยาก จะไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยหากไม่มีการทดสอบ นั่นจึงเป็นประเด็นสำคัญของการทดลองในเฟส 3”
ดังนั้น เมื่อไม่มีข้อมูลในเฟส 3 ออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างครบถ้วน ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าวัคซีนของรัสเซียจะใช้ได้ผลจริงหรือไม่ โดยศาสตราจารย์ Neal มองว่า อย่างน้อย ๆ Sputnik V น่าจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้หรือไม่
ทั้งนี้ จากแถลงการณ์ของเว็บไซต์ทางการที่พัฒนาวัคซีนดังกล่าว ระบุว่าในการทดลองกับอาสาสมัครนั้น Sputnik V มีการตอบสนองต่อการสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี และยังไม่พบว่ามีอาสาสมัครคนใดที่ได้รับวัคซีนนี้ไปแล้วติดเชื้อ COVID-19 ในภายหลัง และเวลานี้มีกว่า 20 ประเทศทั่วโลกที่แสดงเจตจำนงว่าต้องการใช้วัคซีนของรัสเซียด้วย
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ โดยประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขของรัสเซีย เพื่อขอตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของวัคซีน Sputnik V เนื่องจากใน 170 กว่าตัวที่ WHO ติดตามข้อมูลในการพัฒนานั้น ไม่ได้รวมวัคซีนของรัสเซียด้วยแต่อย่างใด
ที่มา : cnn.com






























