รับมือ “คนเห็นแก่ตัว” เพื่อตัวเราเอง

“ความเห็นแก่ตัว” เป็นธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชนทุกคน ต่างกันตรงที่ใครจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่าเท่านั้น!

Renee Raymond นักจิตบำบัดชาวแคนาดา กล่าวไว้ว่า บางครั้งการที่คนเราเห็นแก่ตัวก็เพื่อปกป้องหรือเพื่อบรรลุผลประโยชน์ของตนเอง จึงทำอะไรเพื่อคนอื่นน้อยลง และเลือกโฟกัสในสิ่งที่ตนเองต้องการมากกว่า จนอาจถึงขั้นเรียกร้องจากคนอื่นเพื่อให้ตนเองได้บรรลุความปรารถนานั้น ๆ

และบางครั้งก็อาจจะรู้สึกกลัวหรือไม่พอใจที่ต้องทำอะไรให้คนอื่นมากกว่า เพราะเกรงว่าการทำแบบนั้นอาจจะไปขัดขวางความต้องการของตัวเองได้

หากปล่อยให้ความเห็นแก่ตัวมีมากจนเกินไป ก็อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ เพราะคนที่เห็นแก่ตัวบางคนก็ไม่รู้ตัวว่าเขากำลังสร้างปัญหาให้กับผู้อื่นอยู่ เนื่องจากสิ่งที่ตัวเองต้องการได้รับการตอบสนองมาตลอด

ดังนั้น การทำให้คนเหล่านี้ได้รู้ตัวบ้างเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ ดีกว่าปล่อยให้พวกเขาพอกพูนนิสัยเหล่านี้จนกลายเป็น Toxic People เพราะคนเห็นแก่ตัวจะขาดอยู่ 3 สิ่ง นั่นคือ ขาดการพิจารณาเอาใจใส่, ขาดความเคารพ และขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

หากไม่สามารถเตือนกันได้ ก็อาจต้องมีวิธีรับมือที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน เพราะคนเห็นแก่ตัวจะไม่สนใจคนอื่นนอกจากเรื่องของตนเอง หรือผลประโยชน์ส่วนตัว จนกลายเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นไปด้วย 

เว็บไซต์ Elite Daily แนะนำว่าถ้ารู้จักกับคนคนนั้นมานาน และเห็นว่าเขาหรือเธอมักแสดงความเห็นแก่ตัวมาโดยตลอด อาจต้องยอมรับว่าเราคงไม่สามารถไปเปลี่ยนพวกเขาให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้พวกเขาทำนิสัยแบบนั้นกับเราด้วย

หากเป็นคนที่ต้องพบเจอเป็นประจำ อาจต้องหาทางออกด้วยการอยู่กับคนเหล่านี้ให้น้อยลง เพื่อสุขภาพจิตที่ดีของเราเอง หรือถ้าเป็นคนใกล้ชิดที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ก็อาจต้องหาเหตุผลดี ๆ มารองรับแทนที่จะระเบิดอารมณ์ใส่กัน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย

และเมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าถูกเรียกร้องจากคนที่มีนิสัยเห็นแก่ตัวมากเกินไป เพราะพวกเขาเคยชินกับการได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ จงหยุดตามใจคนเหล่านั้น และให้ปฏิเสธกลับไปบ้าง เช่น ไม่ว่างที่จะทำสิ่งที่ต้องการให้ได้ หรือบอกไปตรง ๆ ว่าไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้ตลอดเวลา

สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้คนเหล่านี้มาบั่นทอนพลังงานของเรา เพียงเพราะเขาสนใจแต่เรื่องของตัวเองจนกลายเป็นศูนย์กลางจักรวาล หากไม่ใช่คนสำคัญก็ควรตัดออกไปจากชีวิต

ถ้าเป็นคนใกล้ตัว ก็อาจต้องจับเข่าคุยกันและพูดกันแบบเปิดใจ แม้เป็นความจริงที่โหดร้าย แต่ถ้าอีกฝ่ายยอมรับฟังก็มีแนวโน้มที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้ เพื่อจะได้ไม่ทำตัวเองให้เป็นมลพิษต่อผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว