ในที่สุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็แสดงท่าทีที่เห็นดีเห็นงามกับการรณรงค์ให้ชาวอเมริกันสวมใส่ “หน้ากากอนามัย” เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 เสียที หลังจากก่อนหน้านี้ยืนกรานมาตลอดว่าจะไม่ออกคำสั่งบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย
โดยทรัมป์ระบุว่าเราทุกคนพยายามที่จะเอาชนะไวรัสที่มองไม่เห็นจากจีน และหลายคนพูดว่าการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไม่สามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้คือการแสดงความรักชาติ และไม่มีใครจะรักชาติไปมากกว่าตนเองแล้ว พร้อมทั้งกระตุ้นให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยด้วย ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม
We are United in our effort to defeat the Invisible China Virus, and many people say that it is Patriotic to wear a face mask when you can’t socially distance. There is nobody more Patriotic than me, your favorite President! pic.twitter.com/iQOd1whktN
— Donald J. Trump (@realDonaldTrump) July 20, 2020
CDC ชี้แค่ใส่หน้ากาก สหรัฐฯ คุม COVID-19 ได้
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าสหรัฐฯ จะควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ภายในระยะเวลา 1-2 เดือน ขอแค่ทุกคนยอมใส่หน้ากากอนามัย เพราะเป็นหนทางที่สามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ได้ แต่ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังคงไม่ยอมใส่หน้ากาก จึงทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ยังคงพุ่งไม่หยุดและครองอันดับ 1 ของโลกด้วยตัวเลขสะสมที่ 4 ล้านกว่าราย และเสียชีวิตเกือบ 150,000 รายแล้ว
ผลสำรวจพบคนอเมริกันใส่หน้ากากน้อย

จากผลสำรวจของสื่อยักษ์ใหญ่ The New York Times ที่ให้บริษัทชื่อดังด้านการสำรวจข้อมูลอย่าง Dynata สัมภาษณ์ความเห็นชาวอเมริกัน 250,000 คน เกี่่ยวกับการใส่หน้ากาก ในระหว่างวันที่ 2-14 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนที่ให้ความสำคัญกับการใส่หน้ากากอนามัยมากเป็นพิเศษ มีเพียงผู้ที่อยู่อาศัยแถบฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงบางส่วนของทางตอนใต้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐฯ จึงยังมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง เพราะยอดผู้ติดเชื้อบางวันก็พุ่งไปถึง 6-7 หมื่นรายเลยทีเดียว
เหตุใดคนอเมริกันเมินหน้ากากอนามัย?
จากผลสำรวจโดย Pew Research Center พบว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยมีความเกี่ยวข้องกับความนิยมในพรรคการเมือง และความขัดแย้งทางการเมืองด้วย!
ในขณะที่ผู้ให้การสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านอย่างเดโมแครต ส่วนใหญ่จะใส่หน้ากากอนามัย ทางฝั่งผู้ให้การสนับสนุนพรรครีพับลิกันเลือกที่จะไม่ใส่หน้ากากตามผู้นำสหรัฐฯ โดยที่ผ่านมาทรัมป์แสดงท่าทีมาตลอดในการปฏิเสธการใส่หน้ากาก แต่หลังจากยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้สมาชิกพรรครีพับลิกันเริ่มเสียงแตก และออกมาเรียกร้องให้ทรัมป์สวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะใส่หน้ากากอนามัยมาโดยตลอด การที่เจ้าตัวยอมใส่ต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก เมื่อครั้งไปเยือนโรงพยาบาลทหารย่านชานกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จึงกลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก ก่อนจะมาสร้างความประหลาดใจอีกครั้งจากการทวีตข้อความรณรงค์ให้ชาวอเมริกันแสดงความรักชาติด้วยการใส่หน้ากากอนามัย อีกทั้งยังเรียกร้องให้รักษาระยะห่างระหว่างกันด้วย
แม้คาดกันว่าการเปลี่ยนท่าทีดังกล่าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจมีนัยสำคัญเพื่อหวังเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมา ก่อนจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงต้นเดือนพ.ย.นี้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นต่อกรณีการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพราะอย่างไรเสียการขับเคลื่อนประเทศไม่ว่าเรื่องใดก็ยังต้องมีผู้นำประเทศเป็นแกนหลักอยู่ดี!
ที่มา : nytimes.com / bbc.com






























