Life Coach

ภาพจาก freepik.com

ถามว่าเคยฟังคลิปของเหล่าโค้ชทั้งหลายหรือไม่ ตอบว่าเคย บางคลิปก็ชอบด้วย สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ แต่ถามว่าเคยไปลงคอร์สอะไรไหม อันนั้นไม่เคย และถามว่าผมเคยทำคลิปแบบนั้นไหม เฮ้ย…เคยเหมือนกันอะ!!!

เท่าที่อ่านมาจากหลายๆมุม พวกโค้ชส่วนใหญ่จะออกแนวเป็นการปลุกพลัง ให้แรงบันดาลใจอะไรทำนองนั้น พยายามให้คนที่ได้ฟังลุกขึ้นมาทำบางอย่าง และถ้าใครมีเงินมากหน่อยก็อยากไปเข้าคอร์สต่าง ๆ ที่โค้ชเขาเปิด เพราะโค้ชบอกว่าจะเผยเคล็ดลับมากขึ้น ผู้ฟังก็อยากเข้าถึงโค้ชมากขึ้น เพราะแค่ฟังคลิปฟรี 5-10 นาที ยังรู้สึกว่าไม่เต็มอิ่มและบางทีก็อาจจะอยากได้คำปรึกษาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือโค้ชบางท่านไม่ได้เปิดคอร์ส แต่ก็จะมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่นการขายหนังสือ เป็นต้น

แต่อีกแนวหนึ่งเป็นโค้ชที่คอยรับฟัง พยายามไม่ชี้แนะ ใช้วิธีให้คนที่ถูกโค้ชค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ เล่าปัญหา จนเกิดเป็นความคิดในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเอง ออกแนวคล้ายนักจิตวิทยา มีการฝึกอบรม มีการนับชั่วโมงในการฝึก จนมีใบรับรองในการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่ผมก็ยังไม่เคยได้มีประสบการณ์กับโค้ชแนวนี้มากเท่าไหร่ แต่ที่ได้รับทราบข้อมูลมาก็เพราะมีเพื่อนที่รู้จักเขาเป็น Life Coach แนวนี้เหมือนกัน

จากคำถามที่ว่าผมเคยทำคลิปให้แรงบันดาลใจอะไรแบบนั้นไหม ซึ่งคำตอบก็คือ ผมเคยทำไป 3 คลิป แต่ผมก็ยังไม่ได้ไปกล้าเรียกตัวเองว่าโค้ชหรืออะไรแบบนั้นเพราะผมก็ไม่ได้สำเร็จอะไรมากจนต้องให้คนอื่น ๆ มายกย่อง และผมก็ไม่ได้ผ่านการอบรมโค้ชด้านนี้มา คำถามสำคัญคือทำไปเพื่ออะไร?

คำตอบอันแรก อยากเผยแพร่ความรู้ที่น่าจะมีประโยชน์กับคนฟัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความรู้ที่ได้มาจากการอ่านหนังสือ

คำตอบที่สอง ผมทำธุรกิจก็อยากให้คนรู้จักเรามากขึ้น ก็เป็นกระบวนการหนึ่งในการทำการตลาด

คำตอบที่สาม ถ้าความรู้ที่ผมเผยแพร่มีประโยชน์เอาไปใช้ได้จริง ผู้ฟังอาจจะชอบและยอมรับในผลิตภัณฑ์ที่ผมนำมาเสนอครั้งต่อ ๆ ไปที่อาจจะเกิดขึ้น

คำถามต่อไป หลังจากมีกระแส Life Coach ที่ติดลบในช่วงนี้ แล้วจะกล้าทำคลิปต่อไปไหม? ผมคิดว่าถ้าผมเห็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่ควรจะเผยแพร่ก็ยังน่าจะทำอยู่ เพราะจะไปช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ฟังบางท่านได้ แต่ที่ต้องระมัดระวังคือ ผมจะไม่ไปยัดความคิดใส่ใคร ไม่ไปตัดสินคนอื่นว่าที่คุณทำมันไม่ดี อะไรแบบนี้ก็จะพยายามไม่ให้เกิดขึ้น

ในช่วงที่มีกระแสดราม่านั้นผมก็เห็นหลาย ๆ ความคิดเห็น ที่น่าสนใจ เช่น พ่อและแม่ เป็น Life Coach ที่ดีที่สุด หรือพระพุทธเจ้าเป็น Life Coach ที่ควรฟังที่สุด

สำหรับผมที่นับถือพระพุทธศาสนา ซึ่งผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องพระธรรมคำสั่งสอนที่สามารถเอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่นอน ธรรมะไม่มีล้าสมัยตราบใดที่เรายังเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ก็รักเราด้วยใจบริสุทธิ์ มีแต่ความหวังดี ไม่ได้คาดหวังเงินทอง มีประสบการณ์จากการใช้ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า น่าจะเป็น Life Coach ที่ดีที่สุดสำหรับเรา แถมอาจจะสนับสนุนเงินทองให้เราอีกต่างหาก

ผมเชื่อว่าทุกคนต้องมีปัญหาในชีวิตไม่ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าใครเรียนรู้มามากสามารถคิดแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองก็เป็นสิ่งดีมาก เพราะไม่ต้องโดนใครหลอกและประหยัดขั้นตอนไปได้เยอะ อย่างมากก็แค่หลอกตนเอง แต่ถ้าต้องการคำปรึกษาจากผู้อื่นก็พยายามใช้สติให้มาก ๆ พิจารณาด้วยปัญญา อย่าเพิ่งหลงเชื่ออะไรง่าย ๆ แค่นั้นเราก็จะผ่านทุกเรื่องไปได้ด้วยดี ไว้พบกันใหม่อาทิตย์หน้าสวัสดีครับ