
ในยุคที่สภาพจิตใจของคนเราเปราะบาง จนต้องหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเพื่อจะได้ลุกขึ้นสู้และเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้เราได้เห็นอาชีพ “ไลฟ์โค้ช” เฟื่องฟูอย่างมาก ทั้งที่อาชีพนี้ต้องใช้ทักษะความรู้เฉพาะทาง และต้องมีชั่วโมงบินมากพอถึงจะประกอบอาชีพนี้ได้ แต่ดูเหมือนว่าการเป็นไลฟ์โค้ชในบ้านเราจะไม่ต่างอะไรกับการเป็น “นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ” และบ่อยครั้งที่ถูกเหมารวมว่าเป็นอาชีพเดียวกัน
การที่ใครสักคนจะสถาปนาตัวเองเป็นไลฟ์โค้ชได้นั้น ต้องมีเรื่องของศาสตร์ความรู้เข้ามาร่วมด้วย ใช่ว่าพูดเก่ง พูดคล่อง รู้หลักจิตวิทยาในการโน้มน้าวคนแล้วจะมาเป็นโค้ชชีวิตนำทางคนอื่นกันได้ง่าย ๆ ซึ่งในต่างประเทศ อาชีพไลฟ์โค้ชถือเป็นอาชีพที่ทำเงินได้สูงมาก โดยข้อมูลจาก Study.com ระบุว่าเงินเดือนเฉลี่ยในปี 2020 ที่ผู้ประกอบอาชีพนี้ได้รับสูงถึง 47,619 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1.5 ล้านบาทเลยทีเดียว
แม้ว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้งาม แต่เส้นทางสู่การเป็นไลฟ์โค้ชมืออาชีพในต่างประเทศนั้นไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เห็นในบ้านเรา เพราะกว่าจะเข้ามาสู่อาชีพนี้จนได้รับการยอมรับในสาขาวิชาชีพ ข้อมูลจาก International Coach Federation (ICF) หรือสหพันธ์โค้ชนานาชาติ ซึ่งเป็นสถาบันที่ออกใบประกอบวิชาชีพหรือประกาศนียบัตรรับรองการเป็นไลฟ์โค้ชที่เป็นสากล ระบุว่าบุคคลนั้น ๆ จะต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้
1. ต้องผ่านการฝึกอบรมไลฟ์โค้ชจนครบโปรแกรมที่กำหนด
2. ต้องมีใบประกาศนียบัตรรับรองตามมาตรฐานสากลจาก ICF หรือสถาบันอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับ
3. ต้องมีชั่วโมงบินหรือประสบการณ์ในการโค้ช ระหว่าง 100-2,500 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระดับของการเป็นโค้ชที่ต้องการ โดยแบ่งเป็นระดับต้น ACC – Associate certified coach, ระดับกลาง PCC-Professional certified coach และระดับสูงสุด MCC-Master certified coach
4. ต้องมีทักษะสำคัญต่าง ๆ ที่จำเป็น อาทิ การสื่อสาร, ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น, การแก้ปัญหา, การตั้งเป้าหมาย การวัดความก้าวหน้า และความคิดสร้างสรรรค์
สำหรับในประเทศไทยนั้น มีสถาบันไลฟ์โค้ชหลายแห่งที่ก่อตั้งโดยผู้ที่ผ่านการรับรองจาก ICF และมีหลักสูตรการโค้ชมาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองจาก ICF แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มุ่งเน้นไปที่ศาสตร์ NLP (Neuro-Linguistic Programming) ที่เข้าไปปรับจิตใต้สำนึกเพื่อโปรแกรมสมองให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเองในเชิงบวก และมักจะตามมาด้วยคอร์สอบรมต่าง ๆ นานา ซึ่งราคาแตกต่างกันไปแล้วแต่ระดับความมีชื่อเสียงหรือการได้รับการยอมรับในสังคม
ขณะที่ไลฟ์โค้ชบางคนสร้างชื่อจากการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจในโซเชียลมีเดีย แม้ไม่ได้มีใบประกอบอาชีพรับรอง ไม่ได้มีประสบการณ์หรือชั่วโมงบินใด ๆ แต่ก็สามารถหารายได้เลี้ยงตัวจากการเปิดคอร์สอบรมต่าง ๆ ให้คนหลงเชื่อได้ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพนี้มักถูกมองในแง่ลบว่าหากินกับความเปราะบางทางจิตใจของมนุษย์ ไม่ต่างอะไรกับสำนักหรือลัทธิต่าง ๆ






























