Home Work & Living Living “9 ประเภทแอปพลิเคชัน” ควรมี เพื่อชีวิตวิถีใหม่ที่ดี

“9 ประเภทแอปพลิเคชัน” ควรมี เพื่อชีวิตวิถีใหม่ที่ดี

ภาพจาก freepik.com

ปัจจุบัน วิทยาการด้านเทคโนโลยีของโลกเรานั้นก้าวไกลไปมาก จนกลายเป็นยุคที่อะไร ๆ ก็ทำผ่านออนไลน์ได้ มีแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็ทำได้แทบทุกอย่าง จึงมีผู้พัฒนาแอปพลิเคชันออกมามากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพวกเราได้ใช้ชีวิตประจำวันกันง่ายขึ้น

ยิ่งมาเจอตัวเร่งอย่างวิกฤติไวรัสก็ทำให้เราต้องปรับตัวเข้าสู่ “ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)” กันเร็วขึ้น เพื่อให้อยู่รอด เราก็ต้องปรับตัวตาม หลายคนจึงต้องหันมาทำความรู้จักกับแอปพลิเคชันให้หลากหลายเพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมทุกด้านในชีวิตประจำวัน Tonkit360 จึงมี 9 ประเภทแอปพลิเคชันที่ควร (ต้อง) มีติดสมาร์ทโฟนมาแนะนำ เพื่อให้เราใช้ชีวิตตามชีวิตวิถีใหม่ได้สะดวกสบายมากขึ้น

1. แอปฯ ช้อปปิ้งออนไลน์

ในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้านเพราะไวรัสระบาด ห้างร้านหลาย ๆ ที่ปิดบริการ แต่ข้าวของเครื่องใช้ก็ยังจำเป็นต้องซื้อ ซึ่งเราจะซื้อของจากที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่แอปฯ ช้อปปิ้งออนไลน์ เพราะไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ความไม่สะดวกในการเดินทาง ยังทำให้การซื้อของง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเจอรถติด ไม่ต้องเจอผู้คนพลุกพล่าน

เพราะเพียงแค่เลือกของ กดสั่ง จ่ายเงิน (หรือจ่ายปลายทาง) แล้วรอของมาส่งให้ถึงหน้าบ้านเท่านั้น แต่เตือนไว้ก่อนว่าควรเช็กร้านดูดี ๆ และยับยั้งชั่งใจไว้บ้าง ไม่เช่นนั้นเงินจะเกลี้ยงบัญชีโดยไม่รู้ตัว

2. แอปฯ สั่งอาหารเดลิเวอรี่

อาหารเป็นสิ่งที่เราต้องกินกันทุกวัน ในช่วงที่ร้านอาหารหลายที่ปิด หรือไม่ให้นั่งกินที่ร้าน ครั้นจะออกไปซื้อเองก็ยาก หลายคนจึงเลือกที่จะกดสั่งผ่านแอปฯ สั่งอาหาร กดสั่ง เลือกจ่ายเงินผ่านบัตรหรือเงินสดก็ได้ รอแป๊บเดียว อาหารก็มาเสิร์ฟถึงหน้าบ้าน บางร้านมีช้อนส้อมพลาสติกมาให้ด้วย กินเสร็จก็ไม่ต้องล้าง ง่ายสุด ๆ

ทั้งนี้ก็ควรเลือกร้านสักหน่อย ร้านที่ดูไม่สะอาดหรือรีวิวไม่ค่อยดีก็ข้ามไป รวมถึงควรจัดการกับขยะด้วย พวกช้อนส้อมพลาสติก หากไม่ลำบากเกินไปก็ล้างเก็บไว้ใช้ครั้งหน้า ขยะก็พยายามทิ้งรวมในถุงเดียว จะได้ไม่เพิ่มขยะให้กับโลก

3. แอปฯ ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต

ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บถามหาได้ง่าย อย่างไวรัสยังไปไกลได้ทั่วโลก ทำให้คนเราต้องหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ก็ควรมีแอปฯ เช็กปัญหาสุขภาพเบื้องต้น เพื่อจะได้ประเมินว่าควรรีบไปพบแพทย์มากแค่ไหน แอปฯ ดูแลสุขภาพด้วยตนเอง เช่นแอปฯ สอนออกกำลังกาย แอปฯ คุมแคลอรี่ ก็น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังดูแลหุ่น

นอกจากนี้ควรจะมีแอปฯ เช็กและดูแลสุขภาพจิตไว้บ้าง ในยุคที่คนเราเครียดกันได้ง่าย อย่าละเลยเรื่องสุขภาพจิตเด็ดขาด ก่อนที่จะสายเกินแก้ ต้องลองหาโหลดมาใช้กัน

4. แอปฯ สำหรับทำงาน

ในช่วงที่ผ่านมา เรา work from home กันจนแทบจะเป็นปกติแล้ว บางบริษัทถึงกับเปลี่ยนนโยบายการเข้าทำงานในออฟฟิศก็มี และในอนาคตอันใกล้ ก็คงจะพัฒนาจาก work from home เป็น work from everywhere กันง่ายขึ้นด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว

ทีนี้ต่อให้รถติดแหงกบนถนนเป็นชั่วโมงก็ยังทำงานได้ อย่างไรก็ดี ก็ต้องระวังอุบัติเหตุและพักผ่อนบ้าง เพราะชีวิตการทำงานที่ดี จะต้องมี work-life balance ไม่เช่นนั้นจะบั่นทอนทั้งคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานได้

5. แอปฯ สำหรับประชุมออนไลน์

ต่อเนื่องมาจากการ work from home หลาย ๆ หน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่ มีพนักงานหลายคน ก็ไม่สะดวกที่จะเข้ามารวมตัวกันในห้องประชุมเล็ก ๆ ตามมาตรการรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันโรค แอปฯ สำหรับประชุมออนไลน์ก็เลยมาแรง

ไม่เพียงแต่ใช้ในการวงการทำงานเท่านั้น วงการศึกษาก็หันมาพึ่งแอปฯ ประชุมออนไลน์ สำหรับเรียนออนไลน์กันพอสมควร เป็นอีกขั้นที่เราจะได้ร่วมพูดคุยกันหลาย ๆ คนโดยที่ไม่ต้องมาเจอกัน นี่จึงเป็นอีกแอปฯ ที่ควรมีติดมือถือไว้

6. แอปฯ โซเชียลมีเดีย

คนส่วนใหญ่มีติดสมาร์ทโฟนกันอยู่แล้ว แต่ที่อยากแนะนำคือแอปฯ Telegram ซึ่งเป็นแอปฯ แชตที่กำลังเป็นที่นิยม ด้วยชื่อเสียงด้านความปลอดภัย ป้องกันความลับรั่วไหลได้ดีเยี่ยม เพราะต้องเข้ารหัส ที่สำคัญแอปฯ นี้ยังเหมาะกับคนที่ชอบคุยกับตัวเอง (เอ๊ะ?) เราสามารถโยนไฟล์ต่าง ๆ ไว้ในแชตตัวเองโดยที่ไม่หมดอายุ และคุณภาพไม่ลดด้วย

หรือถ้าเหงา ๆ ก็ลองโหลดแอปฯ หาเพื่อนคุยไว้บ้างก็ไม่เสียหาย ได้ท่องโลกกว้าง พูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ต่าง ๆ กับเพื่อนใหม่ที่ไม่เคยรู้จักกัน ดีไม่ดีอาจได้พัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนคนนั้นด้วยก็ได้

7. แอปฯ สำหรับศึกษาหาความรู้

ความจริงแอปฯ ที่เกี่ยวกับการศึกษานั้นมีมานานแล้ว โดยเฉพาะการศึกษาที่เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ และการพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น dictionary หลาย ๆ ภาษา แอปฯ การเรียนการฝึกภาษาต่าง ๆ พอมาในช่วงกักตัว

หลายคนอยู่บ้านกันเหงา ๆ จะเล่นเกมก็เบื่อ จะคุยกับเพื่อน เพื่อนก็ไม่ได้ว่างคุยด้วยตลอดเวลา ก็เลยโหลด แอปฯ สำหรับศึกษาหาความรู้มาลองไถเล่น ๆ กลายเป็นว่าติดซะงั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่เพียงแต่เพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองเท่านั้น ยังเพลิดเพลินไปในตัว

8. แอปฯ เพื่อความบันเทิง

ความบันเทิงที่ว่าก็ทั้งดูหนัง ฟังเพลง ปลูกผัก สร้างสวนสนุก ตีป้อม ทลาย candy crunch หรือแม้กระทั่งอ่านนิยายอ่อนไลน์ แอปฯ ทั้งหลายที่ว่ามาสามารถคลายเครียดได้ทั้งนั้น แม้ว่าแอปฯ เหล่านี้เราจะมีติดสมาร์ทโฟนกันแทบทุกเครื่องอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ YouTube กับเกมสัก 2-3 เกม

แต่ในเมื่อเราต้องปรับตัวเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ ชีวิตที่ควรจะต้องอยู่กับที่ให้มากกว่าออกไปข้างนอกเพื่อความปลอดภัย สิ่งที่พอจะเยียวยาความเครียดได้ก็คือความบันเทิงในมือถือ ดูหนังจบ เล่นเกมเสร็จ ก็นอนต่อได้เลย

9. แอปฯ ทำธุรกรรมทางการเงิน

และอีกแอปฯ ที่ควรต้องมีติดสมาร์ทโฟน เพื่อความสะดวกในชีวิตก็คือ แอปฯ ทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแอปฯ ธนาคาร แอปฯ ที่พัฒนาโดยผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ที่ช่วยให้เราจ่ายค่ามือถือได้โดยไม่ต้องไปเข้าคิวที่สาขา รวมถึงแอปฯ กระเป๋าตังค์ออนไลน์ต่าง ๆ ก็พยายามพัฒนาความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นเพื่อรองรับสังคมไร้เงินสด

ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราได้เข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงแบบ “ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ Anywhere Anytime Any device” นั่นเอง