
น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย ซึ่งมีมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยมีน้ำที่ประกอบอยู่ในเซลล์ประมาณ 60% มีอยู่นอกเซลล์ประมาณ 30% และที่อยู่ในเนื้อเยื่อหรือเลือดอีก 10% ดังนั้น ทุก ๆ เซลล์ในร่างกายล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งสิ้น หากร่างกายขาดน้ำหรือได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ก็จะทำให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานผิดปกติ ระบบการทำงานของร่างกายมีปัญหา จนส่งผลต่อสุขภาพได้
สาเหตุหลักของการขาดน้ำหรือร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอนั้นมาจาก “การดื่มน้ำน้อยเกินไป” ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน รวมถึงการสูญเสียน้ำจากการอยู่ในที่ที่อากาศร้อนจัด การเสียเหงื่อหลังออกกำลังกายอย่างหนัก และการสูญเสียน้ำอย่างฉับพลันในกรณีที่เจ็บป่อย เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย เป็นต้น
วิธีป้องกันภาวะขาดน้ำสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง คือ จิบน้ำสะอาดบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือประมาณ 2-3 ลิตรต่อวันเพื่อให้ร่างกายสามารถรักษาสมดุล และทำงานได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งหากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้
1. ท้องผูก
ท้องผูกส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้ขับถ่ายยาก รู้สึกทรมานมากกับการอยู่ในห้องน้ำนาน ๆ เกิดความเครียด เบื่ออาหาร แสบร้อนบริเวณหน้าอก รู้สึกไม่สบายตัว และยังส่งผลให้กลายเป็นริดสีดวงทวารได้ หากปล่อยไว้จนมีอาการท้องผูกเรื้อรัง จะมีอาการลำไส้อุดตัน ปวดท้องรุนแรง อึดอัดแน่นท้อง ไม่ผายลม หรือไม่ถ่ายอุจจาระได้
2. ปัสสาวะน้อย
เมื่อเราดื่มน้ำน้อย จะส่งผลให้ระบบการทำงานของไต ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของระบบขับถ่ายปัสสาวะมีปัญหาได้ มีผลต่อการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ความดันเลือดและปริมาณเลือดผิดปกติ สภาพความเป็นกรดเบสของเลือดไม่สมดุล รวมถึงทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะมีกลิ่นคาวจัด เนื่องจากมียูเรียในปริมาณมาก และมีสีเข้ม ถ้าเข้มเป็นสีน้ำตาลแสดงว่าขาดน้ำอย่างรุนแรง เป็นดีซ่าน และมีาวะแทรกซ้อนอย่างภาวะกล้ามเนื้อย่อยสลาย
3. ภาวะเลือดข้น
หากเลือดข้นจะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดมีปัญหา เนื่องจากเลือดจะข้น เหนียวหนืด ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายไม่สะดวก ซึ่งจะส่งผลต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ในร่างกายตามมา หากเกิดภาวะเลือดข้นบ่อย ๆ จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะหากเกิดลิ่มเลือด จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด เป็นอันตรายต่อชีวิต
4. ปากแห้ง คอแห้ง ผิวแห้ง
เมื่อร่างกายขาดน้ำ จะทำให้ต่อมน้ำลายในปากผลิตน้ำลายออกมาได้น้อย จนไม่สามารถรักษาความชุ่มชื้นในปากได้ ทำให้ปากแห้ง หรือกระหายน้ำมากกว่าปกติ ส่วนภาวะผิวแห้ง เกิดจากการที่ร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอที่จะขับไขมันและขับเหงื่อออกมาได้เป็นปกติ เมื่อไม่มีไขมันและน้ำหล่อเลี้ยงก็จะทำให้ผิวแห้งและแตกได้ อีกทั้งริ้วรอยก็จะมาเยือนก่อนวัยอันควร และร่างกายไม่สามารถกำจัดคราบสกปรกและไขมันส่วนเกินที่สะสมออกทางผิวหนังได้
5. อ่อนเพลีย
เพราะการที่ร่างกายที่ได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทำให้เลือดหนืดและข้น ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวก ขาดออกซิเจน เนื่องจากร่างกายลำเลียงแก๊สออกซิเจนและแลกเปลี่ยนแก๊สไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งจะทำให้ความดันเลือดต่ำ ชีพจรเต้นเร็ว หายใจหอบถี่ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และง่วงนอน ไม่สดชื่น หากมีอาการรุนแรงก็จะทำให้ปวดเวียนศีรษะ อ่อนแรง คลื่นไส้อาเจียน และเป็นลมหมดสติได้
6. ภาวะช็อก
ปกติร่างกายจะมีการสูญเสียน้ำจากการปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อ และการหายใจอยู่แล้วในแต่ละวัน แต่หากในรายที่มีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ผู้ที่มีอาการท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ จะทำให้เกิดภาวะช็อกได้ สืบเนื่องมาจากการที่ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว โดยเฉพาะหัวใจล้มเหลว ซึ่งอันตรายถึงชีวิต






























