7 เหตุผลที่ผู้หญิงยุคนี้เลือก “ไม่มีชีวิตคู่”

ภาพจาก freepik.com

ด้วยสภาพสังคมหลาย ๆ ประเทศในปัจจุบัน มีพื้นที่ให้ผู้หญิงได้มีตัวตนและได้ยืนในสังคมมากขึ้น ทั้งเรื่องของการศึกษา การแสดงออก การออกไปทำงานนอกบ้าน การเป็นหัวหน้าครอบครัว การเป็นผู้นำประเทศ การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวโดยไม่ถูกสังคมประณาม และการได้ร่วมกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ ซึ่งผู้หญิงในยุคปัจจุบันสามารถทำได้มากกว่าผู้หญิงในสมัยก่อน และทำได้เทียบเท่าผู้ชาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงสมัยใหม่ “อยู่ได้ด้วยตัวเอง”

จากข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่าสถิติการหย่าร้างของคู่สมรสในประเทศไทยสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในปี 2561 คู่แต่งงานที่จดทะเบียนสมรสกลับมาที่สำนักงานเขตอีกครั้งเพื่อจดทะเบียนหย่าถึง 41.33 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดตั้งแต่เก็บสถิติมา (เริ่มเก็บสถิติมาตั้งแต่ปี 2525-2562) จากตัวเลขที่เห็นจะพบว่ามีการหย่าร้างเกือบจะครึ่งหนึ่งของการสมรสเลยทีเดียว ซึ่งหากเทียบกับตัวเลขในปี 2531 พบว่ามีการหย่าร้างเพียง 8.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นหมายความว่าในช่วง 30 ปีหลังมานี้มีคู่แต่งงานที่หย่าร้างเพิ่มขึ้นถึง 32.83 เปอร์เซ็นต์!

ส่วนผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา ตามที่เคยมีคนรวบรวมข้อมูลไว้ พบว่าผู้หญิงอเมริกันกว่า 50.2 เปอร์เซ็นต์ครองตัวเป็นโสด ซึ่งมีประมาณ 124.6 ล้านคน สิ่งที่น่าสนใจที่ข้อมูลนี้บอกไว้ก็คือ “ผู้หญิงอเมริกันที่เป็นโสดมีมากกว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว”

เมื่อผู้หญิงมีบทบาทในสังคมมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงมีความสามารถที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร และคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีชีวิตคู่หากอยู่ไปแล้วไม่มีความสุขหรือทำให้ชีวิตแย่ลง ดังนั้น การอยู่เป็นโสด (หรือม่าย) จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้หญิงยุคนี้อีกต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเธอถึงเลือกอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น และไม่รีบเร่งที่จะมีครอบครัว

1. อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร

บทบาทของผู้หญิงมีมากขึ้น เห็นได้จากการที่มีผู้หญิงหลายคนอยู่บนเวทีระดับโลก พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงมีอิสระ และมีความสามารถที่จะขับเคลื่อนสังคมมากกว่าแต่ก่อน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหรือขอความช่วยเหลือจากผู้ชาย ซึ่งงานที่จำเป็นต้องใช้แรง พวกเธอก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชายเช่นกัน เพราะงานสามารถสำเร็จได้เพียงแค่เรียกใช้บริการและจ่ายเงิน

อีกทั้งปัจจุบันก็มีผู้หญิงอีกไม่น้อยที่พยายามต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง และแสดงให้เห็นว่าพวกเธอไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของผู้ชายอีกต่อไป และต้องการความเท่าเทียม

2. เห็นคุณค่าของการมีเวลาเพื่อตัวเอง 

สิ่งที่สังคมคาดหวังกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วคือการเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก และดูแลสามี แต่ถ้าพวกเธอเป็นโสด พวกเธอจะใช้เวลาเหล่านี้เพื่อตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากทำ ได้ดูแลตนเอง ซึ่งนั่นช่วยให้ผู้หญิงรับรู้ในคุณค่าของตัวเองมากขึ้น และเคารพตัวเองมากขึ้นด้วย

3. ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้น

ผู้หญิงในปัจจุบันได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น มีความแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจที่มากกว่าเมื่อก่อน และมีความมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้น ซึ่งนั่นมาจากการที่สังคมให้โอกาสผู้หญิงได้ขึ้นมาทัดเทียมกับผู้ชาย พวกเธอไม่กลัวการอยู่คนเดียว ขอเพียงแค่รู้วิธีในการใช้ชีวิตและยังชีพด้วยตัวเองเท่านั้น

4. มีทางเลือกในความสัมพันธ์

ทุกวันนี้ความรักและความสัมพันธ์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ชาย-หญิงเท่านั้น แต่ยังมีความสัมพันธ์ที่เป็นความรักของคนเพศเดียวกัน รวมถึงมีอิสระในการเลือกที่จะไม่แต่งงานหรือจัดพิธีการอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แค่เลือกใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเฉย ๆ หากวันใดเกิดไม่พึงพอใจในความสัมพันธ์ก็แค่แยกย้ายกันไปตามเส้นทางที่ตนเองเลือกและกำหนดเอง

5. มีมาตรฐานที่สูงมาก

“หากมีดีไม่ได้ เลือกที่จะไม่มีดีกว่า” นี่คือความคิดของผู้หญิงส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งเธอจะไม่ยอมทิ้งชีวิตและความสุขของตัวเอง หากความสัมพันธ์ทำให้ชีวิตแย่ลง การอยู่คนเดียวจึงง่ายกว่ามาก เนื่องจากพวกเธอยอมลำบากเพื่อตัวเอง แต่จะไม่ยอมลำบากเพื่อผู้ชายที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอดีขึ้น เพราะการที่ผู้หญิงได้ทำงานนอกบ้านทำให้เธอมีเงินใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องให้ผู้ชายเลี้ยง ซึ่งเงินเหล่านี้เธอก็นำไปใช้เพื่อดูแลและพัฒนาตัวเองได้ตามที่เธอต้องการ

6. ผู้ชายกลัวผู้หญิงที่ครบเครื่องทั้งสวยและฉลาด 

ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเข้าหาผู้หญิงแบบที่พวกเขาคิดว่าต้องการการดูแลและปกป้อง เป็นผู้หญิงแบบที่อยากดูแลไปตลอดชีวิต (?) ดังนั้น ผู้ชายจึงค่อนข้างกลัวผู้หญิงที่ทั้งสวย ฉลาด และเป็นอิสระเกินกว่าที่พวกเขาจะควบคุมได้ เพราะพวกเธอแสดงให้พวกเขาเห็นว่า ผู้ชายไม่ได้มีความสำคัญกับชีวิต พวกเธอพอใจที่จะอยู่คนเดียว และอยู่ได้ด้วยตนเอง

7. ไม่เชื่อในความรักแบบเทพนิยาย

“ชีวิตจริงไม่มีเจ้าชาย” “ไม่มีผู้ชายที่แสนดีแบบในนิยาย” เพราะมาตรฐานผู้หญิงสูงขึ้น และไม่มีใครอยากถูกทำร้ายจากการมองโลกในแง่ดีเกินไป เนื่องจากบ่อยครั้งที่ผู้หญิงถูกผู้ชายนอกใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับไม่ได้ ความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้หญิงต่อผู้ชายจึงต่ำลงเรื่อย ๆ ผู้หญิงบางคนถึงขั้นติดลบเลยด้วยซ้ำ

ผู้หญิงหลายคนจึงมองความสัมพันธ์แบบชีวิตแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นกับชีวิต ถึงจะเหงา แต่ก็พอใจที่จะอยู่ด้วยตัวเองมากกว่า เพราะพวกเธอคำนึงอยู่เสมอว่า “ตอนจบของความรักไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยาย”

ข้อมูลจาก : brightside.me