Home Inspiration ไม่ประมาท = ลดความเสี่ยง

ไม่ประมาท = ลดความเสี่ยง

ภาพจาก  freepik.com

แม้ว่าจีนซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด COVID-19 สามารถควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศได้ ถึงขั้นออกมาประกาศว่าจุดสูงสุดของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในจีนสิ้นสุดลงแล้ว หลังพบว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

แต่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปกลับมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ จนองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ยุโรปเป็น “ศูนย์กลางการระบาด COVID-19 แห่งใหม่” ไปเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่สถานการณ์ในบ้านเราก็น่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเพียงระยะเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ นับจากกรณีของปู่ย่าฮอกไกโดและหลานวัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 38, 39 และ 40 ล่าสุด ประเทศไทยมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว และมีแนวโน้มว่าจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ด้วย!

หากดูจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานั้น พบว่าส่วนใหญ่มักเป็นผู้ป่วยที่นำตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและชะล่าใจเกินไป ส่งผลให้กลายเป็นผู้ติดเชื้อ COVID-19 ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับบุคคลใกล้ชิดโดยไม่รู้ตัว

กรณีที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มคนไทย 13 คน ที่ติดเชื้อจากการสังสรรค์กับนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งยังดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน และอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานในสถานที่คับแคบด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเคสที่ติดเชื้อจากการเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง ทั้งสเปน, เกาหลีใต้และญี่ปุ่นก่อนแพร่เชื้อให้บุคคลใกล้ชิด แม้กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือให้เลี่ยงการเดินทางไปประเทศดังกล่าวในช่วงนี้ โดยเฉพาะรายที่กลับมาจากสถาบันเสริมความงามในเกาหลีใต้ นอกจากไม่ยอมกักตัว 14 วันเพื่อเฝ้าระวังแล้ว ยังไปเที่ยวผับจนส่งผลให้เพื่อน ๆ รวมถึงน้องซึ่งอยู่ใกล้ชิดติดเชื้อไปด้วย

จะเห็นได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ตระหนักรู้ถึงการป้องกันตนเองจากเชื้อ COVID-19 จึงใช้ชีวิตอย่างประมาทหรือขาดความระมัดระวัง ทั้งที่มีการรณรงค์อยู่ตลอดเรื่องการเลี่ยงเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง หรือดูแลตัวเองให้ดี เช่น การใส่หน้ากากอนามัยเวลาอยู่ในที่สาธารณะ กินร้อน ช้อนกลาง ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น ล้างมือบ่อย ๆ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์

หากทุกคนให้ความร่วมมือในการดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด การแพร่ระบาดของโรคนี้ก็น่าจะลดน้อยลงไปได้มาก แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม จึงเป็นหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ ที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวด้วยอีกทางหนึ่ง

ทั้งการอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้เพื่อลดความเสี่ยง หรืองดกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีคนมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการยกเลิกเที่ยวบินไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงของสายการบินต่าง ๆ พร้อมทั้งมีมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างสมเหตุสมผล ซึ่งน่าจะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้มาก

ไม่เช่นนั้น ช่วงวันหยุดยาวในเดือนหน้า เราคงได้เห็นยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เสียดายค่าตั๋วโดยสาร และยอมเสี่ยงที่จะเดินทางไป โดยคิดแบบง่าย ๆ ว่าคงจะไม่โชคร้ายเจอแจ็กพอตเหมือนคนอื่น!