
ในวินาทีที่ความเป็นกับความตายห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปดนั้น ไม่มีอะไรสำคัญกว่า “สติ” และ “ความรู้” ซึ่งสุดท้ายจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะตัดสินว่าคนเราจะอยู่หรือไปได้แบบไม่น่าเชื่อครับ
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เจอกับเหตุการณ์ตื่นเต้น จากการกลับไปเตะบอลกระชับมิตรกับรุ่นพี่รุ่นน้องที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ดูเหมือนเป็นประเพณีที่จัดกันมานานเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ซึ่งก็เป็นการแข่งขันบนสนามที่เล่นกันได้ฝั่งละ 7-8 คนเท่านั้น
เล่นกันไปจนถึงช่วงท้ายๆของทัวร์นาเม้นต์ ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ปรากฏว่ามีรุ่นพี่รายหนึ่งมีอาการเหมือนเป็นลมล้มพับเสียเฉยๆ คนที่อยู่ใกล้ๆเริ่มตะโกนว่ามีคนเป็นลมหมดสติ มีอาการเกร็งและทำท่าว่าจะหยุดหายใจ หน้าของผู้ป่วยเริ่มเขียวคล้ำ วินาทีแห่งความเป็นความตายได้เริ่มต้นขึ้น และอยู่ใกล้เราแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวครับ
ใครเลยจะไปนึกการเล่นฟุตบอลสนามเล็กกันครึ่งละแค่ 25 นาที เตะกันแบบรุ่นพี่รุ่นน้อง จะเกิดเหตุการณ์ซีเรียสถึงขนาดอาจจะมีคนเสียชีวิต
โชคยังดีที่ฝ่ายจัดการแข่งขันไม่ประมาท มีการตระเตรียมพยาบาลอาสา แถมยังมีพี่ๆที่เป็นสจ๊วร์ตการบินไทย มีความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นคอยช่วยกันด้วย
สำคัญที่สุดคือการโทรเรียกสายด่วนฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิต เบอร์ 1669 ทันที เม็มกันเอาไว้เลยนะครับ ถึงเวลาอย่ามาตกใจทำอะไรไม่ถูก ขอชมว่าเจ้าหน้าที่มืออาชีพ และมากันเร็วมาก จับเวลาน่าจะประมาณ 10 นาที
ระหว่างนั้นการปฐมพยาบาลใช้สลับกันทำ CPR หรือการกดหน้าอกเพื่อช่วยกระตุ้นหัวใจให้คนหมดสติ ปรากฏว่าต้องผลัดกันทำอยู่ถึง 3 คน เป็นเวลาเกือบๆ 10 นาที ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องทำทันทีและต่อเนื่องไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยหยุดหายใจซึ่งอาจจะส่งผลไปถึงสมองครับ
สุดท้ายเจ้าหน้าที่มาถึงและมารับช่วงต่อ มีการสอบถามอาการเบื้องต้น และประวัติสุขภาพคนไข้คร่าวๆกับเพื่อนที่สนิทกัน เพื่อประโยชน์ในการให้ข้อมูลคุณหมอตอนรักษา โชคดีด้วยผู้ป่วยยังดีที่อยู่ในสภาพนั่งอยู่ก่อนแล้วฟุบลงไป ศีรษะไม่ได้ฟาดกับอะไรเข้า
หลังจากพาส่งโรงพยาบาลจุฬาฯที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ทราบอาการว่าผู้ป่วยมีอาการเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น ฉุกเฉินต้องทำการบายพาสส์และรักษาต่อไป แต่ก็รอดจากเงื้อมมือมัจจุราช มาได้แบบเฉียดฉิว ชนิดที่เรียกว่าทุกวินาทีมีความหมายจริงๆ
ได้เห็นเหตุการณ์เฉียดตายใกล้ๆแบบนี้ ทำให้รู้ว่าวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เขาสอนๆกันมานั้นสำคัญจริงๆ สรุปกุญแจสำคัญที่ทำให้รอดในสถานการณ์นี้คือ
1 การทำ CPR อย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง
2 การแจ้งหน่วยฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตทำได้อย่างรวดเร็ว และหน่วยไม่มีอุปสรรคในการขนส่งผู้ป่วย
3 การตัดสินใจที่จะไม่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง ก่อนที่รถพยาบาลของหน่วยฉุกเฉินซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือครบมา โดยจะเอาเร็วเข้าว่า ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายกว่าในภายหลัง
สุดท้ายเจอเหตุการณ์แบบนี้ คงต้องฝากไปถึงผู้มีอายุที่จะลุกขึ้นมาออกกำลัง ต้องหมั่นตรวจเช็คสุขภาพและดูแลร่างกายของตัวเองให้ดีเสียก่อน อย่าประมาทเป็นอันขาด มิฉะนั้นท่านอาจจะไม่มีโอกาสที่สองเหมือนรุ่นพี่ของผมคนนี้นะครับ.






























