Home Work & Living Frozen 2 – ภาค 2 ที่ไม่เหมือนภาค 2

[รีวิว] Frozen 2 – ภาค 2 ที่ไม่เหมือนภาค 2

มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์

เอลซ่า ราชินีน้ำแข็งที่โด่งดังไปทั่วโลกกับบทเพลงที่โด่งดังตราตรึงจนทุกเพศทุกวัยต่างร้องเพลงนี้กันได้หมด เขากลับมาพร้อมกับภาคใหม่ที่มีบทเพลงใหม่จนแทบไม่เชื่อว่านี่หนังหรือมิวสิควีดีโอหลาย ๆ เพลงมารวมกัน หรือเป็นเพราะภาคแรกทำไว้พีคมาก ๆ แล้วพอมาภาคนี้เลยดรอปลงไป วันนี้เราเลยจะมารีวิวให้ดูกันว่า ทำไมภาคนี้ถึงสู้ภาคแรกไม่ได้

บทหนังที่เบาบางและขาดตัวร้าย

ใช่แล้ว หนังทุกเรื่องจะสนุกได้ต้องมีตัวที่ดีเลิศกับตัวที่ร้ายสุดโต่ง แต่ Frozen 2 กลับไม่มีตัวร้ายนี้เลย ถ้าถามว่าแล้วภาคแรกใครเป็นตัวร้าย ก็คงต้องบอกได้ว่าเป็นตัวเอลซ่าเองที่ควบคุมพลังไม่ได้ มันเลยมีความอิมแพคมากในการแก้ปัญหาว่า เอลซ่าต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวใช่ไหม ไม่งั้นคนรอบข้างได้รับผลกระทบแน่ ซึ่งภาคแรกคลี่คลายถึงปัญหาแล้วแต่ภาค 2 นั้นกลับเบาบางจนเหมือนกับว่าเป็นภาคพิเศษมากกว่าที่จะเป็นภาค 2 ได้ เพราะเหตุการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างยังไม่ร้ายขนาดนั้น พอมาถึงเรื่องที่คลี่คลายปมก็กลับเบาบางเพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นไปแล้ว จนทำให้รู้สึกว่าไม่อันตรายเท่าภาคแรกเลยรู้สึกเฉย ๆ ไปซะด้วยซ้ำ

แต่ภาคนี้ถ้าให้คาดเดาไม่แน่อาจจะเป็นการปูทางไปสู่ภาค 3 ก็เป็นได้เพราะตัวละครใหม่มีเยอะซะเหลือเกิน เหมือนภาคนี้เป็นการแนะนำตัวละครเหล่านี้ซะมากกว่า ไม่แน่ภาค 3 เราอาจจะเห็นตัวร้ายที่มีพลังไฟคอยเผาผลาญทุก ๆ สิ่งก็ได้ อาจจะมาพร้อมกับชื่อ Salamander (เดาเอานะ) ดู ๆ แล้วยังไงก็ต้องสานต่อภาค 3 อย่างแน่นอนเพราะปูบทมาซะขนาดนี้ตัวละครที่มาใหม่ยังใช้ไม่คุ้มเลยยังไงพวกเขาก็ต้องมีบทบาทต่อแน่นอน

ส่วนภาคนี้ที่รู้สึกได้ว่าดูแย่มากก็คือ การเอาข้อดีของภาคแรกมาเยอะจนเกินไปทำให้ภาคนี้ดูเสียไปเลย แต่บางคนอาจจะชอบก็ได้สำหรับผมแล้วภาคแรกมันดูมีอรรถรสกว่าภาคนี้เพราะภาคนี้ดูราวกับว่าถูกยัดใส่มาเพื่อยืดหนังซะมากกว่า สิ่งนั้นก็คือ บทเพลงในหนัง

ไม่พูดถึงคงไม่ได้กับบทเพลง Let it go ของภาคแรกที่ดังและติดหูถล่มทลาย ภาคนี้เลยจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ มีบทเพลงแทบทุกฉากไม่ว่าจะฉากไหน ๆ ก็ใส่ได้หมดเลยทำให้รู้สึกเสียของและไม่อินไปกับเพลงนั้น ๆ เพราะมันกระจายความน่าสนใจของเพลงไปเท่า ๆ กันหมดเลยไม่รู้ว่าจะชอบเพลงไหนดี การที่มีสิ่งดี ๆ มาให้เราเลือกพร้อม ๆ กันมันก็ทำให้เราลำบากใจที่จะเลือกชอบมันจริง ๆ กลายเป็นดาบสองคมที่ทิ่มแทงลงไปทำร้ายตัวเองซะมากกว่าที่จะไปบาดใจคนดูให้ตราตรึง

แต่สิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ยังคงขายได้และดังอย่างต่อเนื่องอาจจะเป็นเพราะว่าภาคก่อนบรรลุผลทั้งรายได้ทั้งกระแสตอบรับดีเยี่ยม ภาคนี้ฐานแฟน ๆ ที่มากขึ้นต่างก็เฝ้ารอและกลับมาดูกันต่อ ถือได้ว่าเหมือนกับการกินบุญเก่าไปซะมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่ดีเพียงแค่ว่าเรื่องนี้ไม่ดีพอเท่าภาคแรกนั่นเอง

สุดท้ายถ้าใครไปดูอาจจะโดนตกก็เป็นได้เพราะตัวละครในหนังภาคนี้น่ารักจริง ๆ ไม่แน่อนาคตข้างหน้าเราอาจจะเห็นฟิกเกอร์เกล (อยากรู้เป็นตัวอะไรต้องไปดู) มาวางขายก็เป็นได้ ถ้าเป็นจริงแล้วใครซื้อมาไม่เงินเหลือก็คงเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆ

คะแนนความน่าดู 7.5/10