Home Trending Story Trend ในประเทศ อย่ากลัวที่จะแก้ไขหนี้ กับ คุณอุดม พลสมบัตินันท์ ผู้บริหารคลินิกแก้หนี้

อย่ากลัวที่จะแก้ไขหนี้ กับ คุณอุดม พลสมบัตินันท์ ผู้บริหารคลินิกแก้หนี้

คลินิกแก้หนี้ คือ หน่วยงานกลางที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ แทนเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบการทางการเงินทุกรายของลูกหนี้อย่างครบวงจร ภายใต้เกณฑ์และกรอบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนมีโอกาสปลดหนี้สินล้นพ้นตัวได้ นอกจากนี้ยังให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนให้มีการวางแผนและบริหารการเงินที่ดี เพื่อจะไม่ตกอยู่ในวังวนของการมีหนี้สินล้นพ้นตัวอีก

“คุณอุดม พลสมบัตินันท์” ผู้บริหารคลินิกแก้หนี้ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นโครงการคลินิกแก้หนี้นั้น มาจากภาระหนี้ของภาคครัวเรือนในปัจจุบันค่อนข้างสูง และประชาชนรายย่อยก็เป็นหนี้ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเป็นหนี้หลายธนาคาร ทำให้กลายเป็นประเด็นที่แบงก์ชาติให้ความสำคัญ แบงก์ชาติจึงมีนโยบายที่จะจัดทำโครงการคลินิกแก้หนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ของประชาชนรายย่อย โดยเป้าหมายก็คือสำหรับคนที่มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งค้างชำระ ทางคลินิกแก้หนี้ก็จะช่วยเหลือให้สามารถมีทางออกได้

โดยมี บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด* เป็นตัวกลางในการดูแลโครงการ ซึ่งความร่วมมือนี้ต้องขอบคุณทางแบงก์ชาติ สมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ สำหรับเฟสแรกก็จะเริ่มต้นจากการรวมกลุ่มของธนาคาร 26 สถาบันก่อน หลังจากนั้นต่อมาก็มีการเชิญชวนให้กลุ่ม Non Bank จำนวนอีก 19 แห่งเข้ามาร่วมโครงการด้วย ซึ่งจะทำให้ขยายขอบเขตในเรื่องของภาระหนี้ส่วนบัตรเครดิตได้มากขึ้น

*บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด SAM หรือ บสส. เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ภายใต้กำกับของ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฯ) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลัก SAM มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ดำเนินงานบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Non-performing loan : NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (Non-performing asset : NPA) มาตั้งแต่ปี 2543 เป็นหน่วยงานรัฐ ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการคลินิกแก้หนี้ตามนโยบาย ด้วยทีมบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการดำเนินงานแก้ไขหนี้ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมากว่า 17 ปี

คุณอุดม กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ของโครงการคลินิกแก้หนี้ คือ เป็นทางออกสำหรับคนมีหนี้และต้องการแก้ไขหนี้ โดยสิ่งที่คลินิกแก้หนี้มองก็คือ ปัจจุบันคนที่มีบัตรเครดิตคงมีไม่น้อยกว่า 2 ใบ และในกรณีที่มีหนี้อยู่ในหลายสถาบัน การที่จะไปเจรจากับสถาบันการเงินหลายๆ แห่งอาจจะเป็นการยาก ดังนั้นการมีคลินิกแก้หนี้ขึ้นมาก็เพื่อช่วยลดภาระการเจรจา ซึ่งคลินิกแก้หนี้จะมีแบบการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับคนที่ตั้งใจจะปรับหนี้จริงๆ โดยมาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียว และไม่จำเป็นที่จะต้องไปเจรจากับทางแบงก์หรือว่า non bank เอง เนื่องจากคลินิกแก้หนี้มีโปรแกรมปรับโครงสร้างหนี้ ที่ได้รับการยอมรับจากทั้ง 35 แห่งที่ร่วมโครงการ

ทั้งนี้ หากดูจากสถิติของคนเป็นหนี้ จะพบว่าคนที่อยู่ในช่วงวัย 25-35 ปี จะมีภาระหนี้ในส่วนของอุปโภคบริโภคค่อนข้างเยอะ ซึ่งอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่นี้ก็มาจากบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ดังนั้นทางแบงก์ชาติจึงเล็งเห็นว่าถ้าไม่แก้ปัญหาตรงนี้มันก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ฉะนั้นในกลุ่มคนที่พึ่งทำงานหรือ First Jobber แต่เริ่มมีปัญหาหนี้แล้ว มันก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคผลิตแน่นอน จึงทำให้มีโครงการคลินิกแก้หนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ สำหรับคนที่มีปัญหาหนี้ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะถูกทวงถาม หรือสูงสุดก็คือถูกดำเนินคดี ซึ่งก็จะทำให้เป็นปัญหาต่อไปไม่จบสิ้น แต่ถ้าเข้ามาติดต่อที่คลินิกแก้หนี้ ซึ่งมีกรอบการชำระหนี้ที่ชัดเจนให้ ก็จะสามารถหมดหนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า One Stop Service

เหนืออื่นใด ปัจจุบันภาระหนี้ในส่วนของบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดต่างๆ อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 20-28% ถือว่าค่อนข้างสูง ซึ่งในส่วนของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ทางคลินิกแก้หนี้จะช่วยเหลือในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนอยู่ที่ 4-7% โดยสามารถผ่อนชำระหนี้ได้ยาวสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ตามความสามารถของลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ได้โดยที่ไม่ตึงตัวนัก ด้านคุณสมบัติของลูกหนี้ที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย

  1. เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 65 ปี
  2. มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระ รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
  3. ไม่ถูกดำเนินคดี หรือ ถูกดำเนินคดีอยู่แต่ต้องยังไม่มีคำพิพากษา
  4. เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารหรือ Non Bank ที่เข้าร่วมโครงการ โดยไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ได้ชำระขั้นต่ำติดต่อกันมากกว่า 90 วัน และก่อนวันที่ 1 มกราคม 2562

สุดท้ายคุณอุดม ได้ฝากถึงคนที่กำลังเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือคนที่กำลังใช้บัตรเครดิตอย่างไม่ระวัง ว่าอันดับแรกคืออย่ากลัวเจ้าหนี้ แต่ต้องกล้าที่จะแก้ไขหนี้ โดยเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายของตัวเอง หยุดการก่อหนี้และหารายได้เพิ่ม สำหรับคนที่มีหนี้บัตรก็ขอให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด และใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิตให้ถูก

เนื่องจากบัตรเครดิตถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเสริม ในเรื่องของความคล่องตัวในการใช้เงินได้ แต่ต้องยึดหลักว่าใช้เท่าไหร่ต้องจ่ายเท่านั้นไม่ควรจ่ายขั้นต่ำ เพราะสิ่งที่จะตามมาคือภาระในการผ่อนชำระหนี้ จึงแนะนำว่าควรใช้บัตรเครดิตด้วยความจำเป็นไม่ใช่ด้วยความต้องการ นอกจากนี้ก็คือไม่ควรใช้จ่ายเกินตัว หรือใช้จ่ายเกินกว่ารายได้ที่มีอยู่

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ สามารถอ่านรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม ได้ที่ debtclinicbysam.com หรือโทร 02-610-2266