
การประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลประจำปี 2019 เป็นที่เรียบร้อยซึ่งมีบุคคลที่ได้รับรางวัลนี้ 15 คนใน 6 สาขา โดยรางวัลโนเบลคือการมอบรางวัลประจำปีระดับนานาชาติจากการพิจารณาผลงานที่โดดเด่นและสร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ ก่อตั้งโดย อัลเฟรด โนเบล นักเคมีผู้ประดิษฐ์ไดนาไมต์ โดยบริจาคทรัพย์สินของตัวเองเป็นจำนวน 9,300 ล้านบาทในการก่อตั้งการมอบรางวัล
รายชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบล 2019
สาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์

ประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ 3 คน คือ ศ.วิลเลียม เคลิน, เซอร์ปีเตอร์ แรตคลิฟต์ และ ศ.เกรก เซเมนซา ซึ่งได้รับรางวัลในสาขานี้ไปครองร่วมกันจาก ผลวิจัยการทำงานของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ที่รับรู้และปรับตัวให้เข้ากับระดับก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่
จากการแถลงของคณะกรรมการ ความว่า “เราทราบกันมานานหลานศตวรรษถึงความสำคัญพื้นฐานของออกซิเจน แต่เรื่องการปรับตัวของเซลล์ต่อระดับออกซิเจนเป็นเรื่องปริศนามานาน”
กล่าวคือผลวิจัยที่ทำให้ได้รางวัลนี้ นำไปสู่การพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ ในการรักษาโรคโลหิตจางหรือแม้แต่โรคมะเร็งได้ อีกทั้งการค้นพบนี้ยังเป็นผลประโยชน์กับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปอย่างมาก
สาขาฟิสิกส์

เป็นการร่วมรับรางวัลของ 3 นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ คือ ศ.เจมส์ พีเบิลส์, ศ.ดิดีเยร์ เกโลซ และ ศ.มิเชล มายอร์ จากผลงานการพัฒนาทฤษฎีจักรวาลวิทยากายภาพ และการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ โดย ศ.พีเบิลส์ ได้รับรางวัลจากการยกย่องในทฤษฎีหลาย ๆ เรื่องซึ่งนำไปสู่การเข้าใจต่อพัฒนาทางกายภาพของเอกภพในช่วงเวลาหลังจากการเกิดบิ๊กแบงเป็นต้นมา
และ ศ.เกโลซ กับ ศ.มายอร์ ได้รับรางวัลอีกครึ่งหนึ่งร่วมกันจากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกในกลุ่มดาวเพกาซัสซึ่งพลิกแนวคิดของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไปอย่างมาก
สาขาเคมี

ศ.จอห์น บี. กู๊ดอีนัฟ, ศ.เอ็ม สแตนลีย์ วิตทิงแฮม และ ศ.อากิระ โยชิโนะ ร่วมกันรับรางวัลโนเบลประจำปีนี้ในสาขาเคมี จากการคิดค้นและพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้อุปกรณ์สามารถชาร์จไฟได้เพื่อนำมาใช้ซ้ำ รวมถึง ศ.กู๊ดอีนัฟ เป็นผู้ริเริ่มนำโคบอลต์ออกไซด์มาใช้เป็นวัสดุในการทำแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สาขาวรรณกรรม


การมอบรางวัลสาขาวรรณกรรมในปีนี้มี 2 คน เพราะมีการมอบรางวัลรวบยอดกับรางวัลปี 2018 เนื่อจากเรื่องอื้อฉาวเรื่องเพศในคณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัล
โดย โอลกา ทอคาร์ตชูก นักเขียนชาวโปแลนด์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 2018 ซึ่งเป็นรางวัลจากผลงาน “จินตนาการที่มีการพรรณนาอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน เป็นตัวแทนของการก้าวข้ามพรมแดนของชีวิตรูปแบบหนึ่ง” ซึ่งเธอเป็นเจ้าของผลงานหนังสือขายดีที่สุดของโปแลนด์ เช่น Primeval and Other Times
เพนเตอร์ แฮนต์เคอร์ เป็นผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนภาษาเยอรมันที่จุดประกายความคิดผู้คนได้มากที่สุด มีผลงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ A Sorrow Beyond Dreams มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของแม่ของเขาเอง
แต่นอกจากนี้ แฮนต์เคอร์ ยังถูกครหาจากหลายคน เนื่องจากการสร้างความขุ่นเคืองในสังคมขึ้นหลายครั้งด้วยแนวคิดที่ ผู้คนด่าทอเขาว่า “ฟาสต์ซิสต์” และ “ผู้ปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” โดยครั้งหนึ่งเขาเคยปฏิเสธการสังหารหมู่ที่เซเบรนีตซาและเปรียบเปรยชะตากรรมของเหยื่อสังหารหมู่กับชาวยิวในช่วงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาขอโทษในภายหลังโดยอ้างว่า พลั้งปาก
สาขาเศรษฐศาสตร์

เป็นการรับรางวัลร่วมกันระหว่าง ศ.เอสแตร์ ดูโฟล, ศ.อภิจิต บาเนอร์จี และ ศ.ไมเคิล ครีเมอร์ ด้วยผลงาน “ยกระดับประสิทธิภาพในการต่อสู้กับความยากจนทั่วโลก” ซึ่งผลงานนั้นมุ่งเน้นต่อชุมชนที่ยากจนในอินเดียและแอฟริกา โดยตัวผลงานได้ชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าและก่อประโยชน์ต่อชีวิตผู้คนที่ยากจนเหล่านั้น ซึ่งเกิดผลลัพธ์จากงานวิจัยที่ช่วยให้เด็กอินเดีย 5 ล้านคนได้รับประโยชน์จากโครงการกวดวิชาในโรงเรียน
มีความเห็นจากคณะกรรมการว่า เพียงเวลา 20 ปี ผลงานของพวกเขาได้เปลี่ยนโฉมวิชาเศรษฐศาสตร์การพัฒนาซึ่งเฟื่องฟูอย่างมากในปัจจุบัน
สาขาสันติภาพ

อาเบีย อาห์เหม็ด นายกรัฐมนตรีแห่งเอธิโอเปีย ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ จากการพยายามผลักดันให้เกิดสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลให้เกิดการลงนามข้อตกลงสันติภาพในปี 2018 ส่งผลให้ความตึงเครียดทางทหารกับเอริเทรียจากข้อพิพาทเรื่องชายแดนในปี 1998 – 2000 ยุติลง
ทั้งนี้มีข้อมูลบอกว่าการมอบรางวัลโนเบลจะจัดขึ้นที่กรงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้เนื่องจากตรงกับวันครบรอบถึงแก่กรรมของ อัลเฟรด โนเบล ซึ่งยกเว้นรางวัลสาขาสันติภาพจะจัดพิธีมอบที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์





























